วัคซีน BCG ที่ฉีดทารกแรกเกิดคืออะไร ใช่รอยปลูกฝีหรือเปล่า​?

วัคซีน BCG ที่ฉีดทารกแรกเกิดคืออะไร ใช่รอยปลูกฝีหรือเปล่า​?

โควิดยังไม่ซาโรคฝีดาษลิงก็มาระบาดแล้ว แม้จะยังห่างไกลจากการระบาดในประเทศไทยมากนัก แต่ถ้าหาวิธีป้องกันตัวเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเรื่องที่ดีกว่า พอได้ยินคำว่า “ฝี” แล้วนึกดี ๆ เหมือนเคยได้ยินใครหลายคนพูดว่าทุกคนที่เกิดมาเคยปลูกฝีป้องกันฝีดาษแล้ว ไม่เชื่อลองถลกแขนเลื้อฝั่งซ้ายดูจะเห็นรอยปลูกฝี แต่บางคนก็บอกว่าไม่ใช่ นั่นมันรอยฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคสำหรับเด็กทารก (วัคซีน BCG) เอ… งงเลย แบบนี้ความจริงคืออะไรกันแน่ รอยที่แขนคือรอยปลูกฝีหรือรอยวัคซีน BCG เรื่องนี้ประกันติดโล่มีคำตอบมาให้แล้ว!

การปลูกฝีคืออะไร ช่วยป้องกันทรพิษหรือไม่

 

การปลูกฝีคืออะไร ใครบ้างที่มีรอยปลูกฝีช่วยป้องกันไข้ทรพิษ?

ในสมัยก่อนมีการปลูกฝีเกิดขึ้นเพราะตอนนั้นโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษ (Smallpox) ระบาดหนักมาก การปลูกฝีหรือการนำเชื้อไวรัสเข้าไปในหนองฝี แล้วปล่อยให้เชื้อเติบโตขึ้นจนสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเลยเป็นวิธีป้องกันไข้ทรพิษในยุคนั้น แต่ว่าการปลูกฝีให้เด็กทารกเพื่อป้องกันโรคฝีดาษก็สิ้นสุดลงในปี พ.ศ.2517

เพราะ 3 ปีให้หลัง หรือ พ.ศ.2523 องค์กรอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศว่าโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษได้ยุติลงแล้ว เนื่องจากมีการปลูกฝีในเด็กทารกมากพอจนสามารถควบคุมโรคฝีดาษได้ จึงหยุดการปลูกฝีในเด็กทารก ตั้งแต่นั้นนั่นเอง ซึ่งวิธีสังเกตว่ารอยที่แขนซ้ายเป็นรอยปลูกฝีจริงๆ ใช่ไหม สามารถพิสูจน์ในเบื้องต้นได้ ดังนี้

วิธีสังเกตว่าใครบ้างเคยปลูกฝีหรือไม่เคยปลูกฝี

  • คนที่เกิดก่อนปี พ.ศ.2517 ล้วนมีโอกาสปลูกฝีเพื่อป้องกันโรคฝีดาษ
  • คนที่เกิดหลังปี พ.ศ.2523 ล้วนมีโอกาสที่ไม่ได้ปลูกฝีเนื่องจากโรคฝีดาษหมดไปแล้ว

เกิดหลังปี 2517 แต่ก่อนปี 2523 มีรอยปลูกฝีหรือรอยวัคซีน BCG

คนที่เกิดหลังปี 2517 แต่ก่อนปี 2523 ถือเป็นช่วงเวลาที่ก้ำกึ่งมาก ๆ ไม่รู้ว่าที่แขนซ้ายเป็นรอยวัคซีน BCG หรือรอยปลูกฝีตอนเป็นทารกกันแน่ ประกันติดโล่มีวิธีสังเกตเบื้องต้นมาบอก คือถ้าเป็นรอยปลูกฝีดาษป้องกันไข้ทรพิษจะแผลแบนเรียบ แต่ถ้าเป็นรอยฉีดวัคซีน BCG จะเป็นแผลนูนขึ้นมานั่นเอง

ทำไมต้องฉีดวัคซีนให้ทารกแรกเกิด

 

รอยวัคซีน BCG คืออะไร ทำไมต้องฉีดให้เด็กทารกแรกเกิดด้วย

ใครที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ลองถลกแขนเสื้อฝั่งซ้าย คุณอาจพบรอยแผลเป็นนูน ๆ เล็ก ๆ อยู่ที่หัวไหล่ ซึ่งคุณอาจเคยได้ยินผู้ใหญ่หรือคนรอบตัวบอกว่ารอยนี้คือรอยปลูกฝีตอนเป็นทารกแรกเกิด แต่จริง ๆ ไม่ใช่เลย นี่เป็นรอยฉีดวัคซีน BCG หรือวัคซีนป้องกันวัณโรคในเด็กทารก แต่คนส่วนใหญ่ก็นิยมเรียกว่าปลูกฝีเหมือนสมัยก่อน

วัคซีน BCG (Bacillus Calmette-Guerin) เป็นวัคซีนป้องกันวัณโรคที่ทำให้เชื้อโรคอ่อนแรงลง โดยจะไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงาน เมื่อเตรียมรับมือกับเชื้อวัณโรคที่จะเข้าสู่ร่างกาย ถ้าปล่อยปละละเลยอาจทำให้วัณโรคเล่นงานเด็กทารกแรกเกิดได้เลย ถ้าอาการรุนแรงมากอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้เลย

เนื่องจากเชื้อไวรัสวัณโรคจะเข้าไปทำลายให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่จะทำให้เด็กสามารถเสียชีวิตได้ หรือในบางรายที่อาการรุนแรงน้อยลงมาคือ มีไข้ต่ำ ต่อมน้ำเหลืองโต น้ำหนักลดลง ถือว่าอันตรายมาก นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้วัคซีน BCG เป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กทารกแรกทุกคนต้องฉีด

ดังนั้น ถึงแม้จะฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคให้เด็กทารกแรกเกิดไปแล้ว แต่ถ้าคุณอยากได้ความคุ้มครองเพิ่มก็สามารถซื้อประกันสุขภาพและอุบัติเหตุไว้คุ้มครองความเสี่ยงให้ลูกรักได้อีกชั้นหนึ่งนะครับ

โรคฝีดาษลิงคืออะไร ระยะฝักเท่าไหร่

 

โรคฝีดาษลิงคืออะไร ระยะฟักตัวนานไหม อาการเป็นยังไง?

โรคฝีดาษลิง (Moneypox) เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง โดยเชื้อไวรัสนี้เป็นไวรัสในกลุ่ม Orthopoxvirus หรือเรียกได้ว่าเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถพบได้ในสัตว์ประเภทมีฟันแทะ เช่น กระรอก กระต่าย หรือหนูป่า ซึ่งเชื้อไวรัสตัวนี้สามารถติดจากสัตว์สู่สัตว์ หรือติดจากสัตว์สู่คนได้อีกด้วย ถึงแม้โรคฝีดาษลิงจะพบได้ไม่บ่อย ๆ นัก แต่ว่าตอนนี้เริ่มมีข่าวว่ากลับระบาดแล้ว ดังนั้น การหาวิธีป้องกัน รู้ทันโรคฝีดาษลิงก็จำเป็นมาก ๆ นะครับ

มนุษย์ติดเชื้อฝีดาษลิงได้แบบไหนบ้าง กี่วันถึงจะออกอาการ

มนุษย์ที่ติดเชื้อไวรัสฝีดาษลิงจากสัตว์ โดยมากแล้วมักจะเผลอไปสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ที่เป็นโรค หรือนำซากสัตว์ที่ป่วยตายด้วยโรคมาปรุงอาหาร ไม่ก็โดนสัตว์ที่เป็นโรคข่วนหรือกัด เมื่อได้รับเชื้อไวรัสฝีดาษลิงแล้วจะมีระยะฟักตัวเชื้อไวรัสอยู่ที่ 7-14 วัน แต่ในบางรายอาจจะฟักตัวนานถึง 21 วันครับ

ฝีดาษลิงจะมีอาการแสดงออกมายังไงบ้าง

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ *ต่อมน้ำเหลืองโต
  • มีผื่นหรือตุ่มขึ้นตามผิวหนัง โดยจะอักเสบและแห้งไปเองใน 2-4 สัปดาห์
  • ท้องเสีย อาเจียน เจ็บคอ ไอ และมีอาการหอบ

*ข้อสังเกตคือฝีดาษแบบปกติจะไม่มีต่อมน้ำเหลืองโตเหมือนฝีดาษลิง*

วิธีป้องกันโรคฝีดาษลิงเพื่อลดการติดเชื้อไวรัส

  • ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์หลังจากสัมผัสกับสัตว์เลี้ยง
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่การระบาดหรือแออัด
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า หรือสัตว์ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง
  • งดปรุงอาหารที่มาจากสัตว์ป่า เพราะอาจเป็นสัตว์ที่ป่วย

 

การปลูกฝีดาษจะช่วยป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ไหม?

เมื่อการปลูกฝีกับโรคฝีดาษลิงมีความเชื่อมโยงกัน คุณคนคงสงสัยแล้วว่าการปลูกฝีจะช่วยป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ไหม เรื่องนี้มีคำตอบ โดย นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ออกมาบอกว่า วัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษหรือฝีดาษคน สามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ถึง 85% แต่ระบบภูมิคุ้มกันยังต้องดีอยู่! และถึงแม้ว่าวัคซีนฝีดาษจะห่างหายไปจากไทยเกือบ 40 ปีแต่ก็ยังมีการผลิตวัคซีนไข้ทรพิษออกมาอยู่ครับ

 

สรุป

คนที่เกิดก่อนปี 2523 จะได้รับการปลูกฝีดาษเนื่องจากต้องป้องกันโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษ และคนที่เกิดหลังจากนั้นจะได้มีได้รับการฉีดวัคซีน BCG หรือวัคซีนที่ฉีดให้เด็กทารกแรกเกิดเพื่อป้องกันวัณโรค ซึ่งรอยวัคซีน BCG คนส่วนมากจะเรียกง่าย ๆ ว่าการปลูกฝี และสำหรับโรคฝีดาษลิงที่มีข่าวคราวว่าจะระบาดนั้น สามารถป้องกันได้จากวัคซีนไข้ทรพิษได้โดยมีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 85% ดังนั้น ต่อให้มีวัคซีนไข้ทรพิษที่ป้องกันโรคฝีดาษลิงได้โดยตรง แต่ก็จะดีกว่ามากหากคุณมีประกันสุขภาพและอุบัติเหตุคอยคุ้มครองความเสี่ยงอีกชั้นหนึ่ง

 

ขอบคุณข้อมูล : กรมควบคุมโรค, tnnthailand

I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

ลองเปิดดูหัวไหล่ฝั่งซ้ายดู เขาว่ากันว่ามีรอยปลูกฝีตอนเด็กๆ แต่บางคนก็บอกว่าไม่ใช่รอยปลูกฝี! แล้วถ้าไม่ใช่มันคือรอยอะไรกันแน่ใช่รอยวัคซีน BCG หรือเปล่านะ

Tag :
ฉีดวัคซีน
ประกันสุขภาพ
ปลูกฝี