กรมธรรม์ (Policy)
คือ หนังสือสัญญาที่ออกโดยผู้รับประกันภัย (บริษัทประกันภัย) เป็นเอกสารที่แสดงเงื่อนไข และข้อตกลงระหว่างผู้ทำประกันภัยกับบริษัท เพื่อใช้เป็นหลักฐานข้อตกลง เงื่อนไข และความคุ้มครองตามสัญญา เช่น ประเภทของประกัน เบี้ยประกัน ทุนประกัน วันครบกำหนดสัญญา เป็นต้น
ทุนประกัน ทุนเอาประกันภัย หรือจำนวนเงินที่เอาประกันภัย (Sum Insured)
คือ จำนวนเงินสูงสุดที่ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกันภัย) จะต้องชดใช้ เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นกับรถยนต์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยจำนวนเงินที่ต้องชดใช้จะไม่เกินกว่าที่ระบุไว้ในสัญญา
ผู้รับประกันภัย (The Insurer)
คือ คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง (บริษัทประกันภัย) มีหน้าที่พิจารณารับประกันภัย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดวินาศภัยขึ้นตามที่ระบุไว้ในสัญญา ในการชดใช้นั้นอาจชดใช้เป็นเงินสด การซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม หรือการหาของชิ้นใหม่มาทดแทน
ผู้เอาประกันภัย (The Insured)
คือ ผู้ซื้อประกันรถยนต์ ตลอดจนชำระเบี้ยตามสัญญาประกัน และเมื่อเกิดความเสียหายก็สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายจริงที่เกิดขึ้นจากบริษัทประกันได้
ผู้รับผลประโยชน์ (The Beneficiary)
คือ บุคคลภายนอกสัญญาประกันภัยที่มีสิทธิ์เข้ารับค่าสินไหมตามข้อตกลงในสัญญา หรืออาจจะเป็นคนเดียวกับผู้เอาประกันภัยก็ได้ แต่หากกรณีผู้รับเป็นคนอื่นเรา (ผู้เอาประกันภัย) ก็จะไม่มีสิทธิรับค่าสินไหมทดแทน
เบี้ยประกัน (Premium)
คือจำนวนเงินที่เราต้องชำระให้แก่บริษัทประกันภัย เพื่อเป็นค่าทำประกันภัย หากไม่ชำระเบี้ยประกันและรถเกิดความเสียหาย ทางบริษัทประกันสามารถปฏิเสธจ่ายสินไหมทดแทนได้ จนกว่าผู้ทำประกันจะชำระเบี้ยตามที่ตกลงไว้ โดยสามารถเลือกจ่ายปีละครั้ง หรือเลือกผ่อนสบายๆ กับประกันรถยนต์ที่ประกันติดโล่ได้ครับ
ค่าสินไหมทดแทน (Claim Amount)
คือ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นของผู้เอาประกัน เรียกร้องให้ผู้รับประกันชดใช้ โดยที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นต้องเป็นไปตามที่กรมธรรม์ระบุไว้
ค่าเสียหายส่วนแรก
คือ ค่าเสียหายส่วนแรกที่ลูกค้าต้องจ่ายเองก่อน แบ่งเป็น 2 ประเภท
เคลมสด (Fresh Claim)
คือ การเคลม ณ ที่เกิดเหตุ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยไปตรวจสอบทันที โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท
เคลมแห้ง (Dry Claim)
คือ การแจ้งเคลมหลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไปแล้วระยะหนึ่ง ไม่มีพนักงานสำรวจภัยไปดูรถหลังเกิดอุบัติเหตุ ส่วนมากเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ขับเฉี่ยวหรือชนเบาๆ โดยต้องจำเหตุการณ์ให้แน่ชัดว่าชนกับอะไร วันและเวลาไหน เพื่อแจ้งเคลมกับบริษัทประกัน
ซ่อมอู่
แบ่งเป็น 2 ประเภท
ซ่อมห้าง
คือ การที่ลูกค้านำรถเข้าซ่อมกับศูนย์บริการมาตรฐานของรถยนต์ของยี่ห้อนั้นๆ ซึ่งมักจะใช้อะไหล่แท้และมีมาตรฐานสูง
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (Loss of Use)
คือ เงินชดเชยที่ลูกค้าสามารถเรียกร้องได้จากรถคู่กรณีที่มีประกันและเป็นฝ่ายผิด ในระหว่างที่รถของลูกค้านำเข้าซ่อมทำให้เสียประโยชน์จากการใช้รถดังกล่าว โดยอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ดังนี้
บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Roadside Assistance)
คือ บริการเสริมที่บางบริษัทประกันให้ลูกค้าเพิ่มเติม เช่น บริการรถยก/รถลากกรณีรถเสีย บริการช่างซ่อมฉุกเฉิน บริการเติมน้ำมัน หรือบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนลดประวัติดี (No-Claim Bonus - NCB)
คือ ส่วนลดค่าเบี้ยประกันที่ลูกค้าจะได้รับในปีต่ออายุ หากปีที่ผ่านมาลูกค้าไม่มีการเคลม หรือมีการเคลมแต่ไม่ได้เป็นฝ่ายผิด หรือประมาทร่วม