ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD - Outpatient Department)
คือ ประกันสุขภาพที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่า สามารถเข้ารับการรักษา รับยา และกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้เลย โดยไม่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล เช่น เป็นไข้หวัดเล็กน้อย มีอาการท้องเสีย มีอาการปวดศีรษะ ตาแดง
ประกันสุขภาพผู้ป่วยใน (IPD - In Patient Department)
คือ ประกันสุขภาพที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่า ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งจะคุ้มครอง ค่าห้องพัก ค่าอาหารและยา ค่าแพทย์เยี่ยม ค่าพยาบาล ค่าผ่าตัด และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาล (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในกรมธรรม์)
ทุนประกันสุขภาพ
คือ วงเงินความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายให้กับเราเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเจ็บป่วยตามเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยจะดูแลครอบคลุมการเข้ารับการรักษาตามกระบวนการการรักษาของแพทย์
เบี้ยประกันสุขภาพ
คือ จำนวนเงินที่เราจ่ายให้กับบริษัทประกัน เป็นรายงวด เช่น รายวัน รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี เพื่อแลกกับการรับวงเงินความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะให้กับเราและสำหรับใครที่กำลังมองหาประกันมะเร็ง เบี้ยประกันเริ่มต้นวันละ 4 บาท* ให้ค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 600,000 บาท พร้อมค่าเดินทางไปรับการรักษา และค่าสินไหมทดแทนทันทีที่ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งครั้งแรก รับเลยเงินก้อน สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่
เบี้ยประกันภัย (Premium)
คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องชำระให้กับบริษัทประกัน เพื่อให้ความคุ้มครองมีผลบังคับใช้
สภาพที่เป็นก่อนการเอาประกัน
คือ อาการและโรคที่แพทย์เคยวินิจฉัยว่าป่วยก่อนการทำประกัน ซึ่งประกันสุขภาพส่วนใหญ่จะมีเงื่อนไข "ไม่คุ้มครองสภาพที่เป็นมาก่อนเอาประกัน" ดังนั้นหากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไต หรืออื่น ๆ ก่อนทำประกันสุขภาพ ก็จะไม่สามารถเคลมรับวงเงินค่ารักษาพยาบาลในโรคนั้นๆ จากบริษัทประกันได้
ระยะเวลารอคอย (Waiting Period)
คือ ระยะเวลาที่ผู้ทำประกันยังไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้หลังจากวันที่กรมธรรม์มีผลคุ้มครอง โรคมะเร็ง อาจมีระยะเวลารอคอยตั้งแต่ 14 – 120 วัน โรคร้ายแรง อาจมีระยะเวลารอคอย 90 วัน, ค่าปลงศพ กรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย 180 วัน นับจากวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับ (ควรตรวจสอบเงื่อนไขอีกครั้งก่อนตัดสินใจทำประกัน)
การตรวจวินิจฉัยซ้ำ (Second Opinion)
คือ การตรวจเป็นครั้งที่ 2 จากแพทย์ท่านอื่นที่ไม่ใช่แพทย์ท่านแรกที่ตรวจ เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยโรค ซึ่งจะพบได้ในกรณีการตรวจพบโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง เป็นต้น
ผู้เอาประกันภัย (Insured)
คือ ผู้ที่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์
ผู้รับประโยชน์ (Beneficiary)
คือ บุคคลที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์เพื่อรับเงินผลประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต
กรมธรรม์ประกันภัย (Policy)
คือ เอกสารสัญญาที่ระบุรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข ข้อตกลง และข้อยกเว้นทั้งหมด
ทุนประกันภัย / จำนวนเงินเอาประกันภัย (Sum Assured)
คือ จำนวนเงินสูงสุดที่บริษัทประกันจะจ่ายเมื่อตรวจพบโรคร้ายแรงตามเงื่อนไขความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
โรคร้ายแรง (Critical Illness : CI)
คือ กลุ่มโรคร้ายแรงที่มีความซับซ้อน รักษายาก ใช้เวลานาน ค่าใช้จ่ายสูง และมีความเสี่ยงต่อชีวิต
โรคที่เป็นมาก่อนการเอาประกัน (Pre-existing Condition)
คือ โรคหรืออาการที่เคยเป็น หรือมีสัญญาณมาก่อนการทำประกัน ซึ่งจะไม่อยู่ในความคุ้มครอง
ไม่เคลมมีคืน (No Claim Bonus)
คือ รับเงินคืนเมื่อผู้เอาประกันภัยไม่มีการเคลมตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ทุกๆ 2 ปี หากไม่มีเคลม ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินคืน 15% โดยคำนวณจากเบี้ยประกันภัยปีแรก
ค่าปลงศพ (Funeral Expense)
คือ ค่าใช้จ่ายทุกชนิดในการจัดการศพของผู้ตาย เช่น ค่าหีบศพ ค่าห่อศพ ค่าฉีดยาป้องกันศพเน่า ค่าแต่งตัวให้ศพ ค่าพิธีการรดน้ำศพ สวดศพ ทำบุญอันจำเป็นตามประเพณี ค่าเช่าเมรุเผาศพ เป็นต้น
ดัชนีมวลกาย (BMI: Body Mass Index)
คือ ค่าที่ใช้ประเมินความสมดุลของน้ำหนักและส่วนสูง เพื่อประกอบการพิจารณารับประกัน