โดนชนแล้วหนี ประกันรถยนต์จ่ายไหม ต้องรับมืออย่างไร พร้อมขั้นตอน

24 ส.ค. 2569
122
โดนชนแล้วหนี ประกันรถยนต์จ่ายไหม ต้องรับมืออย่างไร พร้อมขั้นตอน
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

หลายคนอาจกังวลเมื่อขับรถอยู่ดีๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างการถูกชนแล้วหนี ทำให้เกิดความกังวลว่าเมื่อโดนชนแล้วหนีควรทำอย่างไรดี? เรียกร้องอะไรได้บ้าง? เมื่อเกิดเหตุสามารถเรียกร้องค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน ค่าชดเชยรายได้ ค่าเดินทางระหว่างรถเข้าอู่ และค่าเสียหายทางจิตใจ ทั้งนี้ยังมีรายละเอียด วิธีรับมือเมื่อเจอเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อให้รับมือได้อย่างสบายใจ ที่ภายในบทความนี้มีคำตอบ

โดนชนแล้วหนี ทําอย่างไร

โดนชนแล้วหนี ทําอย่างไร

  1. จดจำหมายเลขทะเบียนรถคู่กรณีทันทีเมื่อเกิดเหตุ หรือใช้ภาพวิดีโอจากกล้องติดรถยนต์ของตนเองเพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญ

  2. โทรแจ้งบริษัทประกันภัยทันทีหากระบุป้ายทะเบียนคู่กรณีได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประกันประสานงานค้นหาและติดตามรถคันที่ก่อเหตุให้

  3. เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อขอใบบันทึกประจำวัน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เป็นเอกสารยืนยันกับบริษัทประกันว่าเกิดเหตุชนแล้วหนีจริง

  4. ตรวจสอบและขอหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในบริเวณรอบๆ หากจำทะเบียนไม่ได้และไม่มีกล้องติดรถยนต์ เพื่อนำไฟล์ภาพไปใช้แจ้งความและส่งให้ประกัน

  5. เตรียมจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) หากไม่สามารถหาทะเบียนคู่กรณีได้ เนื่องจากบริษัทประกันจะถือว่าเป็นการเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี

โดนชนแล้วหนี ประกันรถยนต์จ่ายไหม แยกตามประเภท

กรณีรถโดนชนแล้วหนี ประกันจะจ่ายค่าซ่อมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประเภทความคุ้มครองหรือชั้นประกันรถยนต์ ที่ทำไว้ โดยแต่ละประเภทมีเงื่อนไขการเคลมก่อนเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ได้ดังนี้

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 สามารถเคลมซ่อมรถได้ หากมีหลักฐานระบุคู่กรณีได้จะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากไม่สามารถระบุทะเบียนรถคู่กรณีได้ จะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) 1,000 บาทต่อเหตุการณ์

  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เคลมได้เฉพาะกรณีที่มีหลักฐานระบุป้ายทะเบียนคู่กรณีได้ชัดเจนเท่านั้น หากโดนชนแล้วหนีโดยไม่มีหลักฐาน ประกันจะไม่คุ้มครองและต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด

  • ประกันรถยนต์ชั้น 2 ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของผู้เอาประกัน (เน้นคุ้มครองแค่รถหายและไฟไหม้) ไม่ว่าจะมีหลักฐานคู่กรณีหรือไม่ ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถตัวเองทั้งหมด

  • ประกันรถยนต์ชั้น 3+ เคลมได้เฉพาะกรณีที่มีหลักฐานระบุป้ายทะเบียนคู่กรณีได้ชัดเจนเท่านั้น หากโดนชนแล้วหนีโดยไม่มีหลักฐาน ประกันจะไม่คุ้มครองและต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด

  • ประกันรถยนต์ชั้น 3 ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของผู้เอาประกัน เน้นคุ้มครองเฉพาะความเสียหายฝั่งคู่กรณี ไม่ว่าจะมีหลักฐานคู่กรณีหรือไม่ ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถตัวเองทั้งหมด

ตัวอย่างเคสจริง ชนแล้วหนีแบบไหนเคลมได้ / ไม่ได้

เคสที่เคลมประกันรถยนต์ได้ 

  • มีหลักฐานชัดเจน รถโดนชนท้ายแล้วหนี หรือคู่กรณีไม่มีประกัน แต่กล้องหน้ารถหรือกล้องหลังบันทึกภาพป้ายทะเบียน ลักษณะรถ และสีรถของคู่กรณีไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งในประกันชั้น 1, 2+ และ 3+ รับเคลม 

  • จอดรถในห้างแล้วโดนเฉี่ยว กลับมาที่รถพบรอยชน แต่สามารถขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานที่จนเห็นทะเบียนรถคู่กรณีได้ โดยประกันชั้น 1, 2+ และ 3+ จะรับเคลม

  • โดนชนแล้วหนีแบบไร้ร่องรอย จอดรถไว้ริมถนน ตื่นมาพบรอยเฉี่ยวชน ไม่มีพยาน ไม่มีกล้องหน้ารถ ไม่ทราบทะเบียนคู่กรณี เคลมได้เฉพาะประกันชั้น 1 แต่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาทต่อเหตุการณ์

เคสที่เคลมประกันรถยนต์ไม่ได้ 

  • ไม่มีหลักฐานและไม่ใช่ประกันชั้น 1 โดนเฉี่ยวชนแล้วหนี จำทะเบียนไม่ได้ ไม่มีกล้องวงจรปิด ประกันชั้น 2+, 3+, 2 และ 3 จะปฏิเสธการเคลมรถของผู้เอาประกันทั้งหมด

  • คู่กรณีไม่ใช่รถยนต์ โดนสุนัขตัดหน้า ชนป้ายจราจร หรือเฉี่ยวต้นไม้ แล้วต้องการแจ้งเคลมโดยอ้างว่าถูกชนแล้วหนี หากรู้ความจริง ประกันชั้น 2+ และ 3+ จะไม่คุ้มครอง เพราะเงื่อนไขระบุไว้ว่าต้องชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น

เปรียบเทียบประกันแต่ละประเภทคุ้มครองกรณีชนแล้วหนีอย่างไร

ประเภทประกันภัย

การเคลมกรณีชนแล้วหนี

เงื่อนไขเพิ่มเติม

ประกันชั้น 1

เคลมได้

หากมีหลักฐานระบุคู่กรณีได้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่หากไม่มีหลักฐานระบุคู่กรณี ต้องเสียค่า Excess 1,000 บาท/เหตุการณ์

ประกันชั้น 2+

เคลมได้ (มีเงื่อนไข)

ต้องมีหลักฐานระบุป้ายทะเบียนคู่กรณีได้ชัดเจนเท่านั้น หากไม่มีหลักฐาน ประกันจะไม่รับเคลม

ประกันชั้น 2

เคลมไม่ได้

คุ้มครองเฉพาะรถหายและไฟไหม้ ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถผู้เอาประกันจากอุบัติเหตุ

ประกันชั้น 3+

เคลมได้ (มีเงื่อนไข)

ต้องมีหลักฐานระบุป้ายทะเบียนคู่กรณีได้ชัดเจนเท่านั้น หากไม่มีหลักฐาน ประกันจะไม่รับเคลม

ประกันชั้น 3

เคลมไม่ได้

คุ้มครองเฉพาะความเสียหายของฝั่งคู่กรณี ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถผู้เอาประกันทุกกรณี

โดนชนแล้วหนี เรียกร้องอะไรได้บ้าง

หากเกิดเหตุชนแล้วหนี แต่เราสามารถหาหลักฐานระบุตัวคู่กรณีได้ชัดเจน สามารถเรียกร้องสิทธิ์ตามกฎหมายจากฝ่ายคู่กรณี หรือบริษัทประกันของคู่กรณี ได้ดังนี้

  • ค่าซ่อมแซมรถยนต์ เรียกร้องให้คู่กรณีรับผิดชอบค่าซ่อมรถให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม

  • ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เรียกร้องเงินชดเชยค่าเดินทางในระหว่างที่รถของเราต้องจอดซ่อมอยู่ที่อู่หรือศูนย์บริการ

  • ค่ารักษาพยาบาล หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชน สามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจาก พ.ร.บ. และคู่กรณีได้

  • ค่าสินไหมทดแทนอื่นๆ หากบาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินภายในรถเสียหาย หรือส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเพิ่มเติมได้

หากคุณประสบอุบัติเหตุโดนชนแล้วหนี แต่ไม่มีประกันทำอย่างไรดี?

  • หากตามตัวคู่กรณีเจอ สามารถใช้สิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง ทั้งค่าซ่อมรถ ค่าขาดประโยชน์ ตามกรมธรรม์ และค่ารักษาพยาบาลจากคู่กรณีได้โดยตรงตามกฎหมาย และยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. รถยนต์ของคุณเองได้

ขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์กรณีชนแล้วหนี

ขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์กรณีชนแล้วหนี

  1. จอดรถในที่ปลอดภัยและตรวจสอบสภาพรถ ประเมินความเสียหายเบื้องต้น พร้อมถ่ายรูปรอยชน ทะเบียนรถ และสภาพแวดล้อมที่เกิดเหตุเก็บไว้

  2. รวบรวมหลักฐานทันที เซฟคลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถ/กล้องหลัง สอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ หรือติดต่อขอภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง

  3. แจ้งความลงบันทึกประจำวัน นำหลักฐานที่มีไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เอกสารบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานยืนยันกับบริษัทประกันและดำเนินการตามกฎหมายกับคู่กรณี

  4. ติดต่อบริษัทประกันภัย โทรแจ้ง Call Center ของบริษัทประกันภัยทันที เล่าเหตุการณ์และนำส่งหลักฐานทั้งหมดที่มีเพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดเคลม

  5. รับใบเคลมและนำรถเข้าซ่อม เมื่อเจ้าหน้าที่ประกันออกใบเคลมให้เรียบร้อย สามารถนำรถเข้าประเมินราคาและซ่อมแซมที่อู่ในเครือหรือศูนย์บริการที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

เลือกประกันอย่างไรให้ตอบโจทย์กรณีชนแล้วหนี

  • ประกันชั้น 1 ตอบโจทย์และให้ความสบายใจมากที่สุด เหมาะสำหรับรถใหม่ หรือผู้ที่กังวลเรื่องการโดนชนแล้วหนีมากที่สุด เพราะสามารถเคลมได้แน่นอนแม้ว่าจะหาตัวคู่กรณีไม่เจอก็ตาม (จ่ายค่า Excess 1,000 บาทต่อเหตุการณ์)

  • ประกันชั้น 2+ และ 3+ เหมาะสำหรับผู้ที่มีกล้องหน้ารถคุณภาพสูงและคมชัด ขับรถค่อนข้างชำนาญ และต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันรายปี เพราะยังสามารถเคลมซ่อมรถได้หากกล้องสามารถบันทึกป้ายทะเบียนคู่กรณีที่หลบหนีไว้ได้

วิธีป้องกันตัวเองจากเหตุชนแล้วหนี

วิธีป้องกันตัวเองจากเหตุชนแล้วหนี

  • ติดตั้งกล้องติดรถยนต์ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรติดตั้งทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังที่สามารถบันทึกภาพด้วยความละเอียดสูง เพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัวคู่กรณี บันทึกป้ายทะเบียน และลักษณะรถได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทประกันอนุมัติการเคลมได้ง่ายขึ้นและสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้

  • เลือกจุดจอดรถที่ปลอดภัย ควรจอดรถในพื้นที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ มีผู้คนพลุกพล่าน หรือเป็นลานจอดรถที่มีกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเฉี่ยวชนในมุมอับและช่วยให้มีพยานหลักฐานเพิ่มเติมหากเกิดเหตุ

  • ตั้งสติและพยายามจดจำรายละเอียด หากอยู่ในรถขณะเกิดเหตุแล้วคู่กรณีขับหนี ให้ตั้งสติและพยายามมองป้ายทะเบียน หมวดจังหวัด สี และยี่ห้อรถของคู่กรณีให้ได้มากที่สุด หรือรีบใช้สมาร์ตโฟนถ่ายรูป/วิดีโอทะเบียนรถคันนั้นไว้ทันที

  • เลือกทำประกันภัยชั้น 1 เป็นการป้องกันความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่รัดกุมที่สุด เพราะต่อให้ไม่สามารถหาหลักฐานระบุตัวคู่กรณีได้ ประกันชั้น 1 ก็ยังคงให้ความคุ้มครองและรับเคลมค่าซ่อมรถ

ทำไมต้องเลือกเคลมประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่มีคู่กรณีกับประกันติดโล่?

‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!

เราอยากเห็นผู้คนมีสถานการณ์ทางการเงินราบรื่น มั่นคง และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ทุกปัญหาของลูกค้าให้เป็นเรื่องของตัวเอง

  • โบรกเกอร์ขายประกันที่มีมากกว่า 1,900 สาขาทั่วไทย

  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย

  • ทุกเรื่องประกันจบในเบอร์โทรเดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่มีคู่กรณีให้จนจบเรื่อง

  • แนะนำอย่างตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม

  • สามารถผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน โดยไม่ง้อบัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย และคุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรก

  • จ่ายเบี้ยประกันที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย พร้อมระบบ SMS แจ้งเตือนและยืนยันการจ่ายเงินเพื่อความสบายใจ

  • โปร่งใส ชี้แจงครบทุกรายละเอียด วางใจได้ว่าจะได้ไม่ถูกบวกเบี้ย พร้อมข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน และเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง

  • มาพร้อมมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนะนำ จนถึงบริการหลังการขาย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของทุกคน

  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

สรุป

เมื่อเกิดเหตุโดนชนแล้วหนี สามารถเรียกร้องค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล และค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อมได้ โดยต้องรีบจดจำป้ายทะเบียนหรือบันทึกไฟล์กล้องหน้ารถและกล้องวงจรปิดรอบบริเวณเพื่อนำไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ วิธีป้องกันตนเองที่ดีที่สุดคือการติดตั้งกล้องหน้ารถ-หลังรถความละเอียดสูง เลือกจุดจอดรถที่ปลอดภัยมีกล้องวงจรปิด และเลือกทำประกันภัยที่สอดคล้องกับความเสี่ยงเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย

หากต้องการเปรียบเทียบความคุ้มครองหลายรูปแบบ แนะนำเปรียบเทียบได้ที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ เพราะที่นี่มีแผนประกันให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ได้ตามต้องการ สามารถเลือกผ่อนชำระได้ ครอบคลุมถึงอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อตัวรถ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ตรงใจ 

I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีรับมือเมื่อถูกชนแล้วหนี (FAQ)

ถ้าไม่มีทะเบียนของคู่กรณีเคลมได้ไหม?

เคลมได้เฉพาะประกันชั้น 1 เท่านั้น หากไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลเพื่อระบุป้ายทะเบียนของคู่กรณี ประกันชั้น 1 จะยังคงรับเคลมและซ่อมรถให้ แต่ผู้เอาประกันจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) 1,000 บาทต่อเหตุการณ์ ส่วนประกันชั้น 2+ และ 3+ จะไม่สามารถเคลมค่าซ่อมรถได้เลยหากไม่สามารถระบุตัวคู่กรณีได้

Tag :
ประกันรถยนต์