โดนชนแล้วหนี ประกันรถยนต์จ่ายไหม ต้องรับมืออย่างไร พร้อมขั้นตอน

- โดนชนแล้วหนี ทําอย่างไร
- โดนชนแล้วหนี ประกันรถยนต์จ่ายไหม แยกตามประเภท
- ตัวอย่างเคสจริง ชนแล้วหนีแบบไหนเคลมได้ / ไม่ได้
- เคสที่เคลมประกันรถยนต์ได้
- เคสที่เคลมประกันรถยนต์ไม่ได้
- เปรียบเทียบประกันแต่ละประเภทคุ้มครองกรณีชนแล้วหนีอย่างไร
- โดนชนแล้วหนี เรียกร้องอะไรได้บ้าง
- ขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์กรณีชนแล้วหนี
- เลือกประกันอย่างไรให้ตอบโจทย์กรณีชนแล้วหนี
- วิธีป้องกันตัวเองจากเหตุชนแล้วหนี
- ทำไมต้องเลือกเคลมประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่มีคู่กรณีกับประกันติดโล่?
- สรุป
หลายคนอาจกังวลเมื่อขับรถอยู่ดีๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างการถูกชนแล้วหนี ทำให้เกิดความกังวลว่าเมื่อโดนชนแล้วหนีควรทำอย่างไรดี? เรียกร้องอะไรได้บ้าง? เมื่อเกิดเหตุสามารถเรียกร้องค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน ค่าชดเชยรายได้ ค่าเดินทางระหว่างรถเข้าอู่ และค่าเสียหายทางจิตใจ ทั้งนี้ยังมีรายละเอียด วิธีรับมือเมื่อเจอเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อให้รับมือได้อย่างสบายใจ ที่ภายในบทความนี้มีคำตอบ

โดนชนแล้วหนี ทําอย่างไร
จดจำหมายเลขทะเบียนรถคู่กรณีทันทีเมื่อเกิดเหตุ หรือใช้ภาพวิดีโอจากกล้องติดรถยนต์ของตนเองเพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญ
โทรแจ้งบริษัทประกันภัยทันทีหากระบุป้ายทะเบียนคู่กรณีได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประกันประสานงานค้นหาและติดตามรถคันที่ก่อเหตุให้
เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อขอใบบันทึกประจำวัน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เป็นเอกสารยืนยันกับบริษัทประกันว่าเกิดเหตุชนแล้วหนีจริง
ตรวจสอบและขอหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในบริเวณรอบๆ หากจำทะเบียนไม่ได้และไม่มีกล้องติดรถยนต์ เพื่อนำไฟล์ภาพไปใช้แจ้งความและส่งให้ประกัน
เตรียมจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) หากไม่สามารถหาทะเบียนคู่กรณีได้ เนื่องจากบริษัทประกันจะถือว่าเป็นการเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี
โดนชนแล้วหนี ประกันรถยนต์จ่ายไหม แยกตามประเภท
กรณีรถโดนชนแล้วหนี ประกันจะจ่ายค่าซ่อมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประเภทความคุ้มครองหรือชั้นประกันรถยนต์ ที่ทำไว้ โดยแต่ละประเภทมีเงื่อนไขการเคลมก่อนเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ได้ดังนี้
ประกันรถยนต์ชั้น 1 สามารถเคลมซ่อมรถได้ หากมีหลักฐานระบุคู่กรณีได้จะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากไม่สามารถระบุทะเบียนรถคู่กรณีได้ จะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) 1,000 บาทต่อเหตุการณ์
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เคลมได้เฉพาะกรณีที่มีหลักฐานระบุป้ายทะเบียนคู่กรณีได้ชัดเจนเท่านั้น หากโดนชนแล้วหนีโดยไม่มีหลักฐาน ประกันจะไม่คุ้มครองและต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด
ประกันรถยนต์ชั้น 2 ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของผู้เอาประกัน (เน้นคุ้มครองแค่รถหายและไฟไหม้) ไม่ว่าจะมีหลักฐานคู่กรณีหรือไม่ ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถตัวเองทั้งหมด
ประกันรถยนต์ชั้น 3+ เคลมได้เฉพาะกรณีที่มีหลักฐานระบุป้ายทะเบียนคู่กรณีได้ชัดเจนเท่านั้น หากโดนชนแล้วหนีโดยไม่มีหลักฐาน ประกันจะไม่คุ้มครองและต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด
ประกันรถยนต์ชั้น 3 ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของผู้เอาประกัน เน้นคุ้มครองเฉพาะความเสียหายฝั่งคู่กรณี ไม่ว่าจะมีหลักฐานคู่กรณีหรือไม่ ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถตัวเองทั้งหมด
ตัวอย่างเคสจริง ชนแล้วหนีแบบไหนเคลมได้ / ไม่ได้
เคสที่เคลมประกันรถยนต์ได้
มีหลักฐานชัดเจน รถโดนชนท้ายแล้วหนี หรือคู่กรณีไม่มีประกัน แต่กล้องหน้ารถหรือกล้องหลังบันทึกภาพป้ายทะเบียน ลักษณะรถ และสีรถของคู่กรณีไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งในประกันชั้น 1, 2+ และ 3+ รับเคลม
จอดรถในห้างแล้วโดนเฉี่ยว กลับมาที่รถพบรอยชน แต่สามารถขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานที่จนเห็นทะเบียนรถคู่กรณีได้ โดยประกันชั้น 1, 2+ และ 3+ จะรับเคลม
โดนชนแล้วหนีแบบไร้ร่องรอย จอดรถไว้ริมถนน ตื่นมาพบรอยเฉี่ยวชน ไม่มีพยาน ไม่มีกล้องหน้ารถ ไม่ทราบทะเบียนคู่กรณี เคลมได้เฉพาะประกันชั้น 1 แต่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาทต่อเหตุการณ์
เคสที่เคลมประกันรถยนต์ไม่ได้
ไม่มีหลักฐานและไม่ใช่ประกันชั้น 1 โดนเฉี่ยวชนแล้วหนี จำทะเบียนไม่ได้ ไม่มีกล้องวงจรปิด ประกันชั้น 2+, 3+, 2 และ 3 จะปฏิเสธการเคลมรถของผู้เอาประกันทั้งหมด
คู่กรณีไม่ใช่รถยนต์ โดนสุนัขตัดหน้า ชนป้ายจราจร หรือเฉี่ยวต้นไม้ แล้วต้องการแจ้งเคลมโดยอ้างว่าถูกชนแล้วหนี หากรู้ความจริง ประกันชั้น 2+ และ 3+ จะไม่คุ้มครอง เพราะเงื่อนไขระบุไว้ว่าต้องชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น
เปรียบเทียบประกันแต่ละประเภทคุ้มครองกรณีชนแล้วหนีอย่างไร
ประเภทประกันภัย | การเคลมกรณีชนแล้วหนี | เงื่อนไขเพิ่มเติม |
|---|---|---|
ประกันชั้น 1 | เคลมได้ | หากมีหลักฐานระบุคู่กรณีได้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่หากไม่มีหลักฐานระบุคู่กรณี ต้องเสียค่า Excess 1,000 บาท/เหตุการณ์ |
ประกันชั้น 2+ | เคลมได้ (มีเงื่อนไข) | ต้องมีหลักฐานระบุป้ายทะเบียนคู่กรณีได้ชัดเจนเท่านั้น หากไม่มีหลักฐาน ประกันจะไม่รับเคลม |
ประกันชั้น 2 | เคลมไม่ได้ | คุ้มครองเฉพาะรถหายและไฟไหม้ ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถผู้เอาประกันจากอุบัติเหตุ |
ประกันชั้น 3+ | เคลมได้ (มีเงื่อนไข) | ต้องมีหลักฐานระบุป้ายทะเบียนคู่กรณีได้ชัดเจนเท่านั้น หากไม่มีหลักฐาน ประกันจะไม่รับเคลม |
ประกันชั้น 3 | เคลมไม่ได้ | คุ้มครองเฉพาะความเสียหายของฝั่งคู่กรณี ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถผู้เอาประกันทุกกรณี |
โดนชนแล้วหนี เรียกร้องอะไรได้บ้าง
หากเกิดเหตุชนแล้วหนี แต่เราสามารถหาหลักฐานระบุตัวคู่กรณีได้ชัดเจน สามารถเรียกร้องสิทธิ์ตามกฎหมายจากฝ่ายคู่กรณี หรือบริษัทประกันของคู่กรณี ได้ดังนี้
ค่าซ่อมแซมรถยนต์ เรียกร้องให้คู่กรณีรับผิดชอบค่าซ่อมรถให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เรียกร้องเงินชดเชยค่าเดินทางในระหว่างที่รถของเราต้องจอดซ่อมอยู่ที่อู่หรือศูนย์บริการ
ค่ารักษาพยาบาล หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชน สามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจาก พ.ร.บ. และคู่กรณีได้
ค่าสินไหมทดแทนอื่นๆ หากบาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินภายในรถเสียหาย หรือส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเพิ่มเติมได้
หากคุณประสบอุบัติเหตุโดนชนแล้วหนี แต่ไม่มีประกันทำอย่างไรดี?
หากตามตัวคู่กรณีเจอ สามารถใช้สิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง ทั้งค่าซ่อมรถ ค่าขาดประโยชน์ ตามกรมธรรม์ และค่ารักษาพยาบาลจากคู่กรณีได้โดยตรงตามกฎหมาย และยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. รถยนต์ของคุณเองได้

ขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์กรณีชนแล้วหนี
จอดรถในที่ปลอดภัยและตรวจสอบสภาพรถ ประเมินความเสียหายเบื้องต้น พร้อมถ่ายรูปรอยชน ทะเบียนรถ และสภาพแวดล้อมที่เกิดเหตุเก็บไว้
รวบรวมหลักฐานทันที เซฟคลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถ/กล้องหลัง สอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ หรือติดต่อขอภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง
แจ้งความลงบันทึกประจำวัน นำหลักฐานที่มีไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เอกสารบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานยืนยันกับบริษัทประกันและดำเนินการตามกฎหมายกับคู่กรณี
ติดต่อบริษัทประกันภัย โทรแจ้ง Call Center ของบริษัทประกันภัยทันที เล่าเหตุการณ์และนำส่งหลักฐานทั้งหมดที่มีเพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดเคลม
รับใบเคลมและนำรถเข้าซ่อม เมื่อเจ้าหน้าที่ประกันออกใบเคลมให้เรียบร้อย สามารถนำรถเข้าประเมินราคาและซ่อมแซมที่อู่ในเครือหรือศูนย์บริการที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
เลือกประกันอย่างไรให้ตอบโจทย์กรณีชนแล้วหนี
ประกันชั้น 1 ตอบโจทย์และให้ความสบายใจมากที่สุด เหมาะสำหรับรถใหม่ หรือผู้ที่กังวลเรื่องการโดนชนแล้วหนีมากที่สุด เพราะสามารถเคลมได้แน่นอนแม้ว่าจะหาตัวคู่กรณีไม่เจอก็ตาม (จ่ายค่า Excess 1,000 บาทต่อเหตุการณ์)
ประกันชั้น 2+ และ 3+ เหมาะสำหรับผู้ที่มีกล้องหน้ารถคุณภาพสูงและคมชัด ขับรถค่อนข้างชำนาญ และต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันรายปี เพราะยังสามารถเคลมซ่อมรถได้หากกล้องสามารถบันทึกป้ายทะเบียนคู่กรณีที่หลบหนีไว้ได้

วิธีป้องกันตัวเองจากเหตุชนแล้วหนี
ติดตั้งกล้องติดรถยนต์ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรติดตั้งทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังที่สามารถบันทึกภาพด้วยความละเอียดสูง เพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัวคู่กรณี บันทึกป้ายทะเบียน และลักษณะรถได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทประกันอนุมัติการเคลมได้ง่ายขึ้นและสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้
เลือกจุดจอดรถที่ปลอดภัย ควรจอดรถในพื้นที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ มีผู้คนพลุกพล่าน หรือเป็นลานจอดรถที่มีกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเฉี่ยวชนในมุมอับและช่วยให้มีพยานหลักฐานเพิ่มเติมหากเกิดเหตุ
ตั้งสติและพยายามจดจำรายละเอียด หากอยู่ในรถขณะเกิดเหตุแล้วคู่กรณีขับหนี ให้ตั้งสติและพยายามมองป้ายทะเบียน หมวดจังหวัด สี และยี่ห้อรถของคู่กรณีให้ได้มากที่สุด หรือรีบใช้สมาร์ตโฟนถ่ายรูป/วิดีโอทะเบียนรถคันนั้นไว้ทันที
เลือกทำประกันภัยชั้น 1 เป็นการป้องกันความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่รัดกุมที่สุด เพราะต่อให้ไม่สามารถหาหลักฐานระบุตัวคู่กรณีได้ ประกันชั้น 1 ก็ยังคงให้ความคุ้มครองและรับเคลมค่าซ่อมรถ
ทำไมต้องเลือกเคลมประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่มีคู่กรณีกับประกันติดโล่?
‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!
เราอยากเห็นผู้คนมีสถานการณ์ทางการเงินราบรื่น มั่นคง และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ทุกปัญหาของลูกค้าให้เป็นเรื่องของตัวเอง
โบรกเกอร์ขายประกันที่มีมากกว่า 1,900 สาขาทั่วไทย
โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
ทุกเรื่องประกันจบในเบอร์โทรเดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่มีคู่กรณีให้จนจบเรื่อง
แนะนำอย่างตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
สามารถผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน โดยไม่ง้อบัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย และคุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรก
จ่ายเบี้ยประกันที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย พร้อมระบบ SMS แจ้งเตือนและยืนยันการจ่ายเงินเพื่อความสบายใจ
โปร่งใส ชี้แจงครบทุกรายละเอียด วางใจได้ว่าจะได้ไม่ถูกบวกเบี้ย พร้อมข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน และเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
มาพร้อมมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนะนำ จนถึงบริการหลังการขาย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของทุกคน
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง
สรุป
เมื่อเกิดเหตุโดนชนแล้วหนี สามารถเรียกร้องค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล และค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อมได้ โดยต้องรีบจดจำป้ายทะเบียนหรือบันทึกไฟล์กล้องหน้ารถและกล้องวงจรปิดรอบบริเวณเพื่อนำไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ วิธีป้องกันตนเองที่ดีที่สุดคือการติดตั้งกล้องหน้ารถ-หลังรถความละเอียดสูง เลือกจุดจอดรถที่ปลอดภัยมีกล้องวงจรปิด และเลือกทำประกันภัยที่สอดคล้องกับความเสี่ยงเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย
หากต้องการเปรียบเทียบความคุ้มครองหลายรูปแบบ แนะนำเปรียบเทียบได้ที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ เพราะที่นี่มีแผนประกันให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ได้ตามต้องการ สามารถเลือกผ่อนชำระได้ ครอบคลุมถึงอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อตัวรถ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ตรงใจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีรับมือเมื่อถูกชนแล้วหนี (FAQ)
ถ้าไม่มีทะเบียนของคู่กรณีเคลมได้ไหม?
เคลมได้เฉพาะประกันชั้น 1 เท่านั้น หากไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลเพื่อระบุป้ายทะเบียนของคู่กรณี ประกันชั้น 1 จะยังคงรับเคลมและซ่อมรถให้ แต่ผู้เอาประกันจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) 1,000 บาทต่อเหตุการณ์ ส่วนประกันชั้น 2+ และ 3+ จะไม่สามารถเคลมค่าซ่อมรถได้เลยหากไม่สามารถระบุตัวคู่กรณีได้
โดนชนแล้วหนี ต้องแจ้งความภายในกี่วัน?
ควรแจ้งความทันที หรือเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ในทางปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการติดตามตัวคู่กรณีและการรวบรวมหลักฐาน เช่น การขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ (ซึ่งมักจะถูกลบทับภายในไม่กี่วัน) ควรไปแจ้งความภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ทั้งนี้ ตามกฎหมายอาญาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์จะต้องแจ้งความร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด แต่สำหรับการขอใบแจ้งความเพื่อนำไปเคลมกับบริษัทประกัน ควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นทันทีหลังเกิดเหตุจะดีที่สุด
ถ้าจำทะเบียนรถคู่กรณีไม่ได้ ควรทำอย่างไร?
ให้รวบรวมข้อมูลอื่นแทนและหาหลักฐานแวดล้อม หากจำทะเบียนไม่ได้ ให้พยายามจดจำ ยี่ห้อ รุ่น สีรถ และลักษณะเด่นอื่นๆ เช่น รอยสติกเกอร์ จุดที่รถบุบ พร้อมจดบันทึกวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน จากนั้นรีบหาหลักฐานเพิ่มเติม เช่น - ตรวจสอบไฟล์จากกล้องติดรถยนต์ของตนเอง - ขอความร่วมมือขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรือหน่วยงานในบริเวณใกล้เคียง - สอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ให้นำไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ตำรวจช่วยสืบหาตัวคู่กรณี และใช้เป็นหลักฐานประกอบการแจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัยต่อไป