พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง? เช็กสิทธิ์ที่คนมีรถต้องรู้ก่อนขับขี่!

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย
พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะ "คน" โดยจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยกรณีบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองความเสียหายของ "ตัวรถ" และทรัพย์สินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถของเราหรือรถของคู่กรณี
พ.ร.บ. คุ้มครองทุกคนในที่เกิดเหตุ รวมถึงคู่กรณี หากคู่กรณีเป็นฝ่ายถูกสามารถเบิกค่ารักษาและเงินชดเชยได้เต็มสิทธิ
พ.ร.บ. เป็นกฎหมายบังคับทำเพื่อเน้นคุ้มครองคน ส่วนประกันสมัครใจซื้อเพิ่มเองเพื่อเน้นคุ้มครองค่าซ่อมรถและทรัพย์สิน
อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด และเมื่อเกิดเหตุขึ้น หลายคนมักสงสัยว่า พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง เบิกค่ารักษาได้หรือไม่ คุ้มครองผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคู่กรณีหรือไม่ รวมถึงวงเงินชดเชยมีเท่าไร แม้เจ้าของรถทุกคันจะต้องทำ พ.ร.บ. ตามกฎหมาย แต่ยังมีผู้ใช้รถจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดว่า พ.ร.บ. ให้ความคุ้มครองเหมือนประกันรถยนต์ ทั้งที่ในความเป็นจริงมีขอบเขตความคุ้มครองแตกต่างกันอย่างชัดเจน หาคำตอบในบทความนี้ได้เลย!
พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง? เจาะลึกสิทธิประโยชน์ภาคบังคับ
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า พ.ร.บ. เน้นคุ้มครองรถ แต่ความจริงแล้วประกันภัยภาคบังคับนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครอง "คน" เป็นหลัก และไม่มีความคุ้มครองในส่วนความเสียหายของตัวรถเลย สำหรับผู้ที่สงสัยว่า พ.ร.บ. กับ ประกันรถยนต์ต่างกันอย่างไร สามารถอ่านได้ที่นี่!
เมื่อเกิดเหตุขึ้น หลายคนมักมีคำถามว่า พ.ร.บ. รถยนต์เบิกอะไรได้บ้าง? ซึ่งหลักๆ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยเมื่อเกิดความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกาย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า พ.ร.บ. รถคุ้มครองอะไรบ้าง สามารถแบ่งวงเงินความคุ้มครองออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

เป็นเงินชดเชยส่วนแรกที่ผู้ประสบภัยทุกคนจะได้รับทันทีเมื่อเกิดเหตุ โดยไม่ต้องรอผลพิสูจน์ว่าใครถูกหรือผิด
ค่ารักษาพยาบาล (จ่ายตามจริง) สูงสุด 30,000 บาทต่อคนต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ 35,000 บาทต่อคนต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
กรณีบาดเจ็บแล้วเสียชีวิตในภายหลัง รวมกันสูงสุดไม่เกิน 65,000 บาทต่อคนต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
ค่าสินไหมทดแทนส่วนเกิน
เป็นวงเงินคุ้มครองสูงสุดที่จะจ่ายเพิ่มเติมให้เฉพาะ "ฝ่ายถูก" และ "ผู้โดยสาร" เท่านั้น (ฝ่ายผิดจะได้รับเพียงค่าเสียหายเบื้องต้น)
ค่ารักษาพยาบาล (จ่ายตามจริง) สูงสุด 80,000 บาทต่อคนต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
กรณีสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ 200,000 - 500,000 บาทต่อคน (ขึ้นอยู่กับความสูญเสีย)
กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาทต่อคนต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
ค่าชดเชยรายวัน (กรณีต้องแอดมิตเป็นผู้ป่วยใน) วันละ 200 บาท (สูงสุดไม่เกิน 20 วัน)
พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองคู่กรณีไหม
หลายคนอาจสงสัยว่า พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองคู่กรณีไหม? ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คุ้มครองคู่กรณีด้วยเช่นกัน เนื่องจากเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. คือการคุ้มครอง "ทุกคน" ที่ประสบอุบัติเหตุจากรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร บุคคลภายนอก หรือแม้แต่คู่กรณี โดยทุกคนในที่เกิดเหตุมีสิทธิเบิกค่าเสียหายเบื้องต้นได้ทันที และหากภายหลังพิสูจน์ได้ว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายถูก คู่กรณีก็จะสามารถเบิกค่าสินไหมทดแทนส่วนเกินได้เต็มวงเงิน
หากเราไม่ทำ พ.ร.บ. ผิดกฎหมายไหม
การไม่ทำ พ.ร.บ. หรือปล่อยให้ พ.ร.บ. ขาด ถือว่าผิดกฎหมายจราจร ฐานนำรถที่ไม่มีประกันภัยภาคบังคับมาใช้งานบนท้องถนน โดยมีผลตามกฎหมายดังนี้
โทษปรับ ผู้ที่นำรถไม่มี พ.ร.บ. มาใช้งาน มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
ต่อภาษีประจำปีไม่ได้ กรมการขนส่งทางบกบังคับให้ใช้ พ.ร.บ. เป็นเอกสารประกอบการต่อภาษีรถยนต์ หากไม่มี พ.ร.บ. จะต่อภาษีไม่ได้ ซึ่งจะนำไปสู่โทษปรับภาษีขาด และอาจถูกระงับป้ายทะเบียนในที่สุด
เนื่องจาก พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถ เพื่อความสบายใจและลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ จึงควรพิจารณาทำประกันภาคสมัครใจควบคู่ไว้ด้วย
เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ประกันติดโล่
พ.ร.บ. รถยนต์เป็นประกันภาคบังคับที่เน้นคุ้มครอง "คน" ไม่ใช่ "รถ" โดยจ่ายค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แบ่งเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นที่เบิกได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด และค่าสินไหมทดแทนส่วนเกินที่จะจ่ายเพิ่มให้เฉพาะฝ่ายถูกและผู้โดยสาร สิทธิประโยชน์นี้ครอบคลุมทุกคนในที่เกิดเหตุรวมถึงคู่กรณีด้วย หากปล่อยให้ พ.ร.บ. ขาดจะมีความผิดทางกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท และไม่สามารถต่อภาษีประจำปีได้ ทั้งนี้ เนื่องจาก พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถ
การทำประกันภาคสมัครใจควบคู่ไว้จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างครอบคลุม สำหรับใครที่ต้องการเลือกความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ สามารถปรึกษาที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อได้เลย! เพราะที่นี่มีแผนให้เลือกหลากหลายตามแบบความคุ้มครอง ทั้งการซ่อมอู่และซ่อมศูนย์ สามารถเลือกผ่อนชำระได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังครอบคลุมความคุ้มครองถึงกรณีอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อตัวรถ ภัยธรรมชาติ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน โดยทีมงานพร้อมให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำที่เหมาะสม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพ.ร.บ. รถยนต์ (FAQs)
พ.ร.บ. รถยนต์ ใช้ได้เฉพาะผู้ขับขี่จริงไหม?
ไม่จริง พ.ร.บ. ให้ความคุ้มครอง "ทุกคน" ที่ประสบอุบัติเหตุจากรถคันดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสารในรถ บุคคลภายนอกที่เดินอยู่บนถนน หรือคู่กรณี ก็มีสิทธิใช้ความคุ้มครองเพื่อเบิกค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยได้ทั้งหมด
พ.ร.บ. รถยนต์ เราสามารถเบิกได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายได้ไหม?
ทำได้ หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เข้าร่วมระบบสินไหมอัตโนมัติ (e-Claim) ของบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ผู้บาดเจ็บสามารถยื่นบัตรประชาชนและแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิ พ.ร.บ. ได้เลย โรงพยาบาลจะดำเนินการเบิกจ่ายตรงกับบริษัทประกันภัยตามวงเงินคุ้มครองที่มี ทำให้ไม่ต้องควักเงินสำรองจ่ายเอง
พ.ร.บ. รถแต่ละประเภทราคาเท่าไร?
อัตราเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. เป็นราคามาตรฐานที่กำหนดโดยสำนักงาน คปภ. โดยจะแบ่งตามประเภทรถ (ราคาด้านล่างนี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์แล้ว) - รถเก๋ง / รถกระบะ 4 ประตู (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) 645.21 บาทต่อปี - รถกระบะแค็บ / กระบะตอนเดียว (เพื่อพาณิชย์) 967.28 บาทต่อปี - รถตู้โดยสาร (ไม่เกิน 15 ที่นั่ง) 1,182.35 บาทต่อปี
ซื้อประกัน พ.ร.บ. ล่วงหน้าได้ไหม?
สามารถซื้อหรือต่อ พ.ร.บ. ล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วัน (หรือ 3 เดือน) ก่อนถึงวันหมดอายุเดิม การต่อล่วงหน้าช่วยป้องกันปัญหา พ.ร.บ. ขาด ซึ่งจะทำให้เสียสิทธิความคุ้มครองทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ และยังทำให้ไม่สามารถนำไปใช้ต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้อีกด้วย