อ้วนลงพุงอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม เสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง

อ้วนลงพุงอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม เสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง

พฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่เป็นเวลา และไม่ออกกำลังกาย ทำให้คนไทยจำนวนมากต้องเผชิญกับปัญหาอ้วนลงพุง โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคอ้วน

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงสาเหตุที่กลุ่มวัยทำงานส่วนใหญ่อ้วนลงพุงเนื่องจาก “กลุ่มวัยทำงานส่วนใหญ่ ใช้เวลาอยู่ในที่ทำงานไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และในภาวะเร่งรีบกลุ่มวัยทำงาน อาจเลือกกินอาหารจานด่วน ที่ไม่ถูกหลักทางโภชนาการ เนื่องจากต้องการอาหารที่ทำง่ายและรวดเร็ว รวมถึงมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ”

ที่มา: กรมอนามัย

ภาวะอ้วนลงพุงคืออะไร หากปล่อยให้อ้วนระวังเสี่ยงโรค

ภาวะอ้วนลงพุงคือ

ภาวะอ้วนลงพุง (Abdominal obesity) คือ ภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมบริเวณช่องท้องมากเกินไปโดยเฉพาะส่วนเอว มีน้ำหนักตัวมากจนเป็นโรคอ้วน อ้วนลงพุง หรือเมตาบอลิกซินโดรม ซึ่งไม่ได้หมายถึงการมีพุงยื่นออกมาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึมในร่างกายด้วย ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันที่สะสมในช่องท้องนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บพลังงานส่วนเกินเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เหมือนอวัยวะหนึ่งที่สร้างสารก่อการอักเสบ ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังทั่วร่างกาย และนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ ตามมาในอนาคต

โรคร้ายที่แฝงมากับภาวะอ้วนลงพุง

  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2 : ไขมันในช่องท้องที่มากเกินทำให้เซลล์ดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
  • โรคความดันโลหิตสูง : ไขมันที่สะสมทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น
  • ไขมันในเลือดสูง : มีการสะสมของไขมันไม่ดี (LDL) ในเส้นเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด : การอุดตันของหลอดเลือดจากไขมัน เสี่ยงต่อการเกิดหัวใจขาดเลือด
  • ภาวะซึมเศร้า : ความไม่มั่นใจในรูปร่าง และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต

แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่คุณควรรีบไปพบแพทย์ เช่น เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน หายใจลำบาก เหงื่อออกมาก วิงเวียนศีรษะบ่อย มีอาการชาตามแขนขา หรือรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ

วิธีเช็กเบื้องต้นว่าเข้าข่ายภาวะอ้วนลงพุง

วิธีเช็กภาวะอ้วนลงพุง

การทำความเข้าใจถึงอันตรายพร้อมสังเกตอาการเบื้องต้นต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณหาวิธีป้องกันไม่ให้ภาวะอ้วนลงพุงรุนแรงไปกว่าเดิม และกลับมาดูแลสุขภาพร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้อย่างทันท่วงที โดยวิธีเช็กเบื้องต้นด้วยตัวเองทำได้ ดังนี้

  • รอบเอวเกินมาตรฐาน เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุด สำหรับผู้ชายจะมีรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตร และผู้หญิงจะมีรอบเอวมากกว่า 80 เซนติเมตร
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นผิดปกติ การที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปี อาจเป็นสัญญาณของการสะสมไขมันที่ผิดปกติ
  • ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ อวัยวะภายใน เป็นอันตรายมากกว่าไขมันใต้ผิวหนัง สังเกตได้จากลักษณะพุงที่แข็งและกลม แทนที่จะนุ่มและหย่อนคล้อย

หากตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจร่างกายโดยแพทย์แล้วพบว่า เข้าข่าย 3 ใน 4 ข้อต่อไปนี้ จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2 เท่า และผู้ที่เข้าข่ายทั้ง 4 ข้อ จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 3 เท่า และโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 24 เท่า

  1. ความดันโลหิตตั้งแต่ 130/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป
  2. ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 mg/dL
  3. ระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า 100 mg/dL
  4. ระดับ HDL-Cholesterol ต่ำกว่าเกณฑ์ (ชาย < 40 mg/dL, หญิง < 50 mg/dL)

อาการทางสุขภาพอื่นๆ ที่เกิดจากภาวะอ้วนลงพุง

  • เหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก
  • นอนกรนหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ลงพุงปวดหลัง ปวดเข่า จากการรับน้ำหนักมากเกินไป
  • ผิวหนังบริเวณข้อพับต่างๆ คล้ำและหนาตัว

BMI ปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่ 

BMI (Body Mass Index) หรือ ดัชนีมวลกาย เป็นเครื่องมือที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ใช้ในการประเมินภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน โดยคำนวณจากความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนัก และส่วนสูงของร่างกาย BMI จึงเป็นตัวชี้วัดมาตรฐานที่ใช้ประเมินว่าน้ำหนักของเราเหมาะสมกับส่วนสูงหรือไม่ มีสูตรคำนวณ ดังนี้

ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ÷ ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง 
เกณฑ์ BMI ที่เหมาะสมสำหรับคนไทย
น้อยกว่า 18.5 น้ำหนักน้อยกว่าปกติ (ผอม)
18.5 – 22.9 น้ำหนักปกติ (สุขภาพดี)
มากกว่า 23.0 – 24.9 น้ำหนักเกินเกณฑ์ (ท้วม)
มากกว่า 25.0 – 29.9 อ้วน (อ้วนระดับ 1)
มากกว่าหรือเท่ากับ 30.0 อ้วนมาก (อ้วนระดับ 2)

ตัวอย่าง ผู้หญิง น้ำหนัก 55 กิโลกรัม ส่วนสูง 165 เซนติเมตร (1.65 เมตร)

ดัชนีมวลกาย (BMI) = 55 ÷ (1.65 x 1.65) = 20.20

จากตัวอย่างผู้หญิงคนนี้มีค่า BMI ปกติ มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ 18.5 – 22.9

อย่างไรก็ตาม การประเมินภาวะอ้วนลงพุงเบื้องต้นด้วยตัวเอง ควรใช้ทั้งค่า BMI และการวัดรอบเอวประกอบกัน เพราะแม้ค่า BMI จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หากมีรอบเอวเกินมาตรฐาน (ผู้ชาย > 90 ซม., ผู้หญิง > 80 ซม.) ก็ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้

อ้วนลงพุงลดยังไงดี?

การรักษาภาวะอ้วนลงพุงต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายด้านไปพร้อมๆ กัน เริ่มจากการควบคุมอาหาร รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ ลดอาหารไขมันและน้ำตาลสูง ควบคู่กับการออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ (หรือ 150 นาทีต่อสัปดาห์) เพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน เช่น เดินขึ้นบันได ทำงานบ้าน นอกจากนี้ ควรนอนหลับให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ

สำหรับวัยทำงานควรจัดการความเครียดด้วยการฝึกสมาธิ หรือทำงานอดิเรกเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย และที่สำคัญคือ ต้องลดหรืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอ จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

สรุป อ้วนลงพุงรักษาได้ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

การรักษาภาวะอ้วนลงพุงไม่ใช่การพยายามลดน้ำหนักอย่างหักโหม แต่เป็นการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมดให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี ทั้งเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อน โดยตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ และไม่กดดันตัวเองมากเกินไป อย่างไรก็ตาม แม้คุณจะดูแลสุขภาพดีแค่ไหน ความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยก็ยังคงมีอยู่ การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการวางแผนดูแลสุขภาพระยะยาว ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการรักษาที่ดีที่สุด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

ที่มา: โรงพยาบาลวิภาวดี

I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

หากร่างกายมีไขมันสะสมบริเวณช่องท้องมากเกินไปโดยเฉพาะส่วนเอว ระวังเสี่ยงเป็นโรคอ้วน อ้วนลงพุง เช็กอาการเบื้องต้นว่าเราเข้าข่ายไหม เพื่อหาวิธีป้องกันได้ทัน

Tag :
ประกันสุขภาพ
โรคอ้วน
อ้วนลงพุง