8 วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ เซฟเงินได้ คุ้มครองเต็มร้อย

8 วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ เซฟเงินได้ คุ้มครองเต็มร้อย
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

ประกันรถยนต์ ถือเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ขับขี่อุ่นใจทุกเส้นทาง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าค่าเบี้ยประกันในแต่ละปีก็เป็นรายจ่ายที่ค่อนข้างสูง หลายคนที่ทำประกันชั้น 1 จึงอาจกำลังมองหาวิธีลดค่าเบี้ยประกันรถยนต์เพื่อช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในกระเป๋า แต่ยังคงได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมเหมือนเดิม วันนี้ประกันติดโล่จะมาไขข้อข้องใจ พร้อมแชร์เทคนิคดีๆ ที่จะช่วยให้คุณจ่ายค่าเบี้ยประกันรถยนต์ได้ถูกลงกว่าเดิม รับรองว่าทำตามได้จริงและคุ้มค่าแน่นอนครับ

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

แนะนำ 9 วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ที่ทำได้จริง ช่วยคุณประหยัดเงินแต่ยังคุ้มครองเต็มร้อย พร้อมอัปเดตข้อมูลล่าสุดจาก คปภ. ที่คนมีรถต้องรู้

9 วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์

1. เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ก่อนซื้อเสมอ

ก่อนตัดสินใจต่อประกันรถยนต์ฉบับใหม่ อย่าลืมใช้เวลาเปรียบเทียบแผนประกันจากหลายๆ บริษัทก่อนเสมอครับ เพราะแต่ละบริษัทประกันภัยก็มีข้อเสนอ โปรโมชัน และราคาเบี้ยประกันที่แตกต่างกันออกไป การเปรียบเทียบจะทำให้คุณเห็นภาพรวมและเลือกแผนที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งในด้านราคาและความคุ้มครองที่ตรงกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคุณมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีแพลตฟอร์มออนไลน์มากมายที่ช่วยให้การเปรียบเทียบเป็นเรื่องง่ายและประหยัดเวลาครับ

2. ขับรถดี มีส่วนลดประวัติดีสูงสุด 40%

หนึ่งในวิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดคือการขับรถอย่างปลอดภัยและไม่มีประวัติการเคลมเลยครับ เพราะบริษัทประกันจะมอบ “ส่วนลดประวัติดี” ให้กับผู้ขับขี่ที่ไม่เคยแจ้งเคลมเป็นฝ่ายผิดในปีก่อนหน้า ซึ่งช่วยลดค่าเบี้ยในปีถัดไปได้มาก โดยล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้มีการปรับปรุงเกณฑ์การให้ส่วนลดประวัติดีใหม่ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไปสำหรับรถยนต์เครื่องสันดาป (เบนซิน/ดีเซล) โดยมีลำดับขั้นส่วนลดดังนี้

  • ขั้นที่ 1 ขับดีในปีแรก ได้รับส่วนลด 20%
  • ขั้นที่ 2 ขับดีต่อเนื่อง 2 ปี ได้รับส่วนลด 30%
  • ขั้นที่ 3 ขับดีต่อเนื่อง 3 ปีขึ้นไป ได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 40%

3. เลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพื่อลดค่าเบี้ย

ค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible คือ จำนวนเงินที่คุณตกลงที่จะจ่ายเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุและคุณเป็นฝ่ายผิด การเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกจะช่วยให้ค่าเบี้ยประกันรถยนต์โดยรวมของคุณถูกลงอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งคุณเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกสูงเท่าไหร่ ค่าเบี้ยประกันก็จะยิ่งถูกลงมากเท่านั้น วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์แบบนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีความมั่นใจในฝีมือการขับของตัวเองและไม่ค่อยมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุครับ

4. ติดกล้องหน้ารถ ช่วยลดค่าเบี้ยได้อีก

อีกหนึ่งวิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ที่ทำได้ง่ายๆ คือการติดตั้งกล้องติดหน้ารถยนต์ (Dash Cam) ครับ เพราะตามคำสั่งของ คปภ. รถยนต์ที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดหน้ารถจะได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยประมาณ 5-10% ของเบี้ยประกันสุทธิ เหตุผลก็เพราะว่ากล้องติดหน้ารถยนต์เปรียบเสมือนพยานปากเอกที่ช่วยบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ บนท้องถนน ทำให้ง่ายต่อการพิสูจน์ฝ่ายถูกฝ่ายผิดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ช่วยลดข้อโต้แย้งและประหยัดเวลาของบริษัทประกันในการตรวจสอบเคลมนั่นเอง

5. เลือกซ่อมอู่แทนซ่อมห้าง ประหยัดกว่า

โดยทั่วไปแล้ว การเลือกแผนประกันแบบ “ซ่อมอู่” จะมีค่าเบี้ยที่ถูกกว่าแบบ “ซ่อมห้าง” (ซ่อมศูนย์บริการ) พอสมควรเลยครับ แม้ว่าการซ่อมห้างจะการันตีเรื่องอะไหล่แท้และคุณภาพ แต่ปัจจุบันอู่ซ่อมรถยนต์ในเครือของบริษัทประกันหลายแห่งก็มีมาตรฐานสูงไม่แพ้กัน มีช่างผู้ชำนาญและใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การเลือกซ่อมอู่จึงเป็นวิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังคงได้รับการบริการซ่อมที่มีคุณภาพ

6. เลือกประเภทประกันให้เหมาะกับอายุการใช้งานรถ

สำหรับรถยนต์ที่มีอายุหลายปีแล้ว การทำประกันชั้น 1 อาจไม่ตอบโจทย์เสมอไป เพราะความคุ้มครองบางอย่างอาจเกินความจำเป็น คุณอาจลองพิจารณาเปลี่ยนมาทำประกันชั้น 2+ หรือ 3+ แทน ซึ่งให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 ในกรณีรถชนรถ แต่มีค่าเบี้ยที่ถูกกว่า หรือหากเป็นรถเก่าที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน การทำประกันชั้น 3 ก็อาจเพียงพอต่อความต้องการแล้ว การเลือกประเภทประกันให้เหมาะสมกับการใช้งาน จึงเป็นอีกวิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ที่ตรงจุดครับ

7. ปรับลดทุนประกันให้เหมาะสมกับราคารถ

ทุนประกันคือวงเงินสูงสุดที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ในกรณีที่รถยนต์ของคุณเสียหายสิ้นเชิงหรือสูญหาย ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 80% ของราคากลางของรถยนต์ ณ วันที่ทำประกัน เมื่อรถของคุณมีอายุการใช้งานมากขึ้น มูลค่าของรถก็จะลดลงตามไปด้วย ดังนั้น ในการต่อประกันปีถัดไป คุณควรแจ้งบริษัทประกันเพื่อปรับลดทุนประกันให้สอดคล้องกับมูลค่ารถในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ค่าเบี้ยประกันของคุณถูกลงได้ครับ

8. ใช้ส่วนลดเพิ่มเติม เช่น ประกันกลุ่ม หรือลูกค้าเก่า

อย่าลืมสอบถามบริษัทประกันเกี่ยวกับส่วนลดพิเศษอื่นๆ ที่คุณอาจมีสิทธิ์ได้รับ เช่น ส่วนลดสำหรับลูกค้าเก่าที่ต่อประกันกับบริษัทเดิมอย่างต่อเนื่อง หรือส่วนลดสำหรับประกันกลุ่มหากคุณทำงานในองค์กรที่มีสวัสดิการทำประกันรถยนต์กับบริษัทประกันนั้นๆ ในราคาพิเศษ ซึ่งส่วนลดเหล่านี้อาจไม่ได้ถูกนำเสนอโดยอัตโนมัติ การสอบถามโดยตรงจะช่วยให้คุณไม่พลาดสิทธิประโยชน์ดีๆ ที่จะช่วยลดค่าเบี้ยประกันลงไปได้อีกครับ

สรุปบทความ

จะเห็นได้ว่ามีวิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ที่หลากหลายและทำตามได้ไม่ยากเลยครับ ตั้งแต่การเปรียบเทียบราคา การขับขี่อย่างปลอดภัย ไปจนถึงการเลือกแผนความคุ้มครองที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลอัปเดตล่าสุดจาก คปภ. ที่ผู้ใช้รถควรรู้คือ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป การระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์จะกลายเป็นข้อบังคับสำหรับรถยนต์ทุกคัน ไม่ใช่ทางเลือกเพื่อรับส่วนลดอีกต่อไป โดยกำหนดให้ระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด 5 คน ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้คำนวณเบี้ยประกันตามความเสี่ยงของผู้ขับขี่แต่ละคนแทนครับ

นอกจากการวางแผนลดค่าเบี้ยแล้ว การเลือกประกันรถยนต์ที่ใช่ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้รถได้เช่นกัน ประกันติดโล่พร้อมให้บริการ ประกันรถยนต์ ที่ครอบคลุมทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นเหตุเล็กหรือเหตุใหญ่ ก็ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายเมื่อภัยมา ให้คุณขับขี่ได้อย่างอุ่นใจทุกเส้นทางครับ

ที่มา: วิริยะประกันภัย, OIC (คปภ.)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

Tag :
เบี้ยประกันรถยนต์
ประกันรถยนต์