เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ชั้น 1, 2, 3 เลือกแบบไหนให้คุ้มค่า?

เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ชั้น 1, 2, 3 เลือกแบบไหนให้คุ้มค่า?
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

Key Takeaway

  • เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ราคาแพงสุดเพราะคุ้มครองครบทุกเหตุ ชั้น 2+ และ 3+ ราคาปานกลางตามระดับคุ้มครอง ส่วนชั้น 2 และ 3 ถูกสุดเพราะไม่คุ้มครองรถเราในบางกรณี
  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับรถใหม่และคนที่ต้องการความคุ้มครองสูงสุด ชั้น 2+ กับ 3+ เหมาะกับรถสภาพปานกลาง – เก่า ส่วนรถชั้น 2 และ 3 เหมาะกับรถเก่าหรือผู้ขับที่มีความเสี่ยงต่ำ
  • สิ่งที่ต้องรู้ก่อนต่อประกันรถยนต์ คือต้องเข้าใจประเภทประกัน เปรียบเทียบความคุ้มครอง ดูเงื่อนไข ค่าเบี้ย และเลือกบริษัทที่บริการดี เพื่อให้ได้แผนประกันที่คุ้มกับการใช้งานจริง
  • วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ให้ต่อได้คุ้มค่า คือใช้วิธีติดกล้อง ลดการเคลม เลือกซ่อมอู่ ระบุคนขับ กำหนด Deductible และหาโปรโมชัน เพื่อให้ได้เบี้ยที่ประหยัดโดยไม่ลดความคุ้มครองหลัก

การเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าความคุ้มครองที่ได้ตอบโจทย์ชีวิตจริงมากแค่ไหน การเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ชั้น 1, 2 และ 3 จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ตัดสินใจได้คุ้มค่า

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครบสุด ทั้งรถเรา รถคู่กรณี รวมถึงเหตุไม่มีคู่กรณี จึงมีราคาสูงกว่า ส่วนประกันชั้น 2 คุ้มครองน้อยลง ราคาจึงต่ำลง ขณะที่ประกันชั้น 3 เป็นแบบพื้นฐานสุด ราคาถูกสุด แต่ความคุ้มครองก็ลดหลั่นตามไป บทความนี้จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมทั้งหมดง่ายๆ ก่อนเลือกประกันที่เข้ากับงบและไลฟ์สไตล์

เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์แต่ละชั้น ต่างกันอย่างไร?

เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์แต่ละชั้น ต่างกันอย่างไร?

ราคาประกันรถยนต์แต่ละชั้นถูกออกแบบให้สอดคล้องกับระดับความคุ้มครองที่ได้รับ ยิ่งคุ้มครองครอบคลุมมาก ราคาเบี้ยก็ยิ่งสูงตามลำดับ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมง่ายขึ้น มาเปรียบเทียบประกันรถยนต์ชั้น 1, 2, 3, 3+ และ 2+ พร้อมมุมมองว่าทำไมราคาจึงต่างกัน หรือประกันชั้น 1, 2, 3 คุ้มครองอะไรบ้าง รวมถึงชั้น 3+ และ 2+ ด้วย ไปดูกัน!

ประกันรถยนต์ชั้น 1

ประกันชั้น 1 ถือเป็นระดับคุ้มครองสูงสุด ดูแลทั้งรถเรา รถคู่กรณี รวมถึงเหตุไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา รถชนไม่มีคู่กรณี ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือรถหาย จึงเป็นตัวเลือกที่ให้ความสบายใจมากสำหรับคนใช้รถ ส่วนราคาเริ่มต้นไม่ถึงหมื่นจนถึงประมาณ 35,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อรถ อายุรถ รุ่น ความเสี่ยง พื้นที่ใช้งาน และประวัติการเคลม ถ้าใช้รถใหม่หรืออยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงอุบัติเหตุ ราคาอาจสูงขึ้นตามระดับความคุ้มครองที่เลือก

ประกันรถยนต์ชั้น 2+

ประกันชั้น 2+ เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าสำหรับคนที่อยากได้ความคุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 แต่ราคาย่อมเยากว่า เพราะยังคุ้มครองไฟไหม้ รถหาย รวมถึงซ่อมรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก แต่ไม่คุ้มครองรถชนไม่มีคู่กรณี ราคาเริ่มต้นประมาณ 5,500 – 12,000 บาทต่อปี ปัจจัยราคาขึ้นกับอายุรถ รุ่น วงเงินซ่อม และสถิติอุบัติเหตุในพื้นที่ใช้งาน ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับรถที่ไม่จำเป็นต้องทำชั้น 1 แล้ว

ประกันรถยนต์ชั้น 2

ประกันชั้น 2 เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองเหตุร้ายแรง เช่น ไฟไหม้หรือรถหาย และยังดูแลคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเรา ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคู่กรณี ทำให้เป็นตัวเลือกที่ราคาย่อมเยาอยู่ในช่วงประมาณ 5,000 – 8,000 บาทต่อปี ปัจจัยราคาขึ้นอยู่กับอายุรถ รุ่น ยี่ห้อ และระดับความเสี่ยงในพื้นที่ที่ใช้รถ

ประกันรถยนต์ชั้น 3+

ประกันชั้น 3+ เหมาะกับคนที่ต้องการประกันราคาประหยัด แต่ยังอยากได้ความคุ้มครองรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก โดยคุ้มครองทั้งรถเรา รถคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล และทรัพย์สินภายนอก แต่ไม่ดูแลรถชนแบบไม่มีคู่กรณี ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม ราคาอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 9,000 บาทต่อปี ปัจจัยราคาขึ้นอยู่กับอายุรถ รุ่น จังหวัดที่ใช้รถ และประวัติการเคลมที่ผ่านมา

ประกันรถยนต์ชั้น 3

ประกันชั้น 3 คือแผนพื้นฐานที่สุด ให้ความคุ้มครองรถคู่กรณี ความเสียหายต่อบุคคลภายนอก และค่ารักษาพยาบาลผู้ขับ ผู้โดยสาร แต่ไม่คุ้มครองรถเราเลย แม้จะชนกับรถก็ตาม เหมาะสำหรับรถเก่าหรือคนที่ต้องการแค่ความคุ้มครองตามกฎหมาย ราคาอยู่ในช่วงประมาณ 2,000 – 4,000 บาทต่อปี โดยปัจจัยราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดรถ อายุรถ และพื้นที่ใช้งานเป็นหลัก ทำให้เป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดสำหรับคนใช้รถที่มีความเสี่ยงต่ำหรือใช้งานไม่มาก

ประกันรถยนต์แต่ละชั้นเหมาะกับใคร

เทียบราคาประกันแล้ว มาดูการเลือกประกันรถยนต์ให้ตรงกับการใช้งานจริง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและได้ความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ ประกันแต่ละชั้นต่างกันอย่างไร เหมาะกับใคร ไปดูกัน!

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับรถใหม่ 0 – 5 ปี คนใช้รถทุกวัน เสี่ยงเฉี่ยวชนสูง หรือคนที่ต้องการความคุ้มครองครบทั้งรถเราและเหตุไม่มีคู่กรณี
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับรถอายุ 4 – 10 ปี ที่ยังอยากได้ความคุ้มครองไฟไหม้ รถหาย และซ่อมรถเราเมื่อชนกับรถอื่น แต่ไม่อยากจ่ายเบี้ยแพงแบบชั้น 1
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2 เหมาะกับรถที่มีความเสี่ยงต่ำ ใช้ไม่บ่อย หรือจอดในที่ปลอดภัย ต้องการคุ้มครองไฟไหม้ รถหาย แต่ไม่เน้นซ่อมรถตัวเอง
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3+ เหมาะกับรถอายุ 6 – 15 ปี หรือคนที่ต้องการประกันราคาประหยัดแต่ยังคุ้มครองรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3 เหมาะกับรถอายุ 10 – 20 ปี หรือคนที่ต้องการแค่คุ้มครองขั้นต่ำเพื่อดูแลคู่กรณีในราคาถูก ไม่จำเป็นต้องซ่อมรถตัวเอง
4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนต่อประกันรถยนต์

4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนต่อประกันรถยนต์

ก่อนกดต่อประกันรถยนต์ทุกปี การทบทวนความต้องการและความคุ้มครองที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้ประกันที่คุ้มค่า ตรงการใช้งาน และไม่จ่ายเกินจำเป็น ต่อไปนี้คือ 4 ข้อสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจต่ออายุกรมธรรม์

  1. เข้าใจประเภทประกันรถยนต์และทำให้ครอบคลุมทุกความเสี่ยง ควรพิจารณาว่ารถต้องการความคุ้มครองระดับไหน ชั้น 1, 2+, 3+ หรือ 3 ดูจากอายุรถ พฤติกรรมการขับ และความเสี่ยงที่เจอบ่อย เพื่อให้ความคุ้มครองครอบคลุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน
  2. เปรียบเทียบประกันรถยนต์ให้เหมาะกับการใช้งานรถ ตรวจสอบว่าใช้รถแบบไหน เช่น ใช้ทุกวันในเมือง รถจอดกลางแจ้ง หรือขับต่างจังหวัดบ่อย การเลือกประกันที่ตรงกับไลฟ์สไตล์จะช่วยให้ได้คุ้มครองถูกจุด ไม่จ่ายแพงโดยไม่จำเป็น
  3. ดูเงื่อนไขความคุ้มครองและค่าเบี้ยประกันของแต่ละบริษัท แต่ละบริษัทอาจให้ความคุ้มครองต่างกัน แม้ประกันจะเป็นชั้นเดียวกัน ควรอ่านเงื่อนไข เช่น ซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ วงเงินคุ้มครองรถเรา คู่กรณี และค่าเสียหายส่วนแรก เพื่อให้มั่นใจว่าค่าเบี้ยที่จ่ายคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับ
  4. เลือกบริษัทประกันที่เหมาะสม พิจารณาจากความน่าเชื่อถือ ระบบเคลม ความรวดเร็วในการบริการ และรีวิวจากลูกค้าจริง เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดเหตุจะได้รับการดูแลที่ดีและแก้ไขปัญหาได้ไม่ยุ่งยาก

วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ให้ต่อได้คุ้มค่า

อยากต่อประกันปีหน้าแบบจ่ายน้อยลงแต่ยังได้ความคุ้มครองครอบคลุม? ทำได้ไม่ยาก ถ้ารู้เทคนิคที่ช่วยลดเบี้ยโดยไม่กระทบความคุ้มครองหลัก มาดูวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริง และเหมาะกับคนใช้รถหลายรูปแบบ

  • ติดกล้องหน้ารถยนต์ เลือกติดกล้องที่มีความละเอียดชัดเจนและบันทึกเหตุการณ์ได้ตลอดเวลา บริษัทประกันส่วนมากลดเบี้ยให้เพราะช่วยพิสูจน์เหตุได้ชัดเจน ลดความเสี่ยงข้อพิพาท
  • รักษาประวัติการเคลมไว้ให้ดี ขับรถอย่างระมัดระวัง ไม่เคลมบ่อย เพราะบริษัทจะมอบส่วนลดประวัติดี (NCB) ทำให้เบี้ยปีต่อถูกลงอย่างเห็นได้ชัด
  • เลือกซ่อมอู่จ่ายเบี้ยน้อยกว่า ถ้าไม่จำเป็นต้องซ่อมศูนย์ เลือกแผนซ่อมอู่ในเครือจะช่วยลดเบี้ยลงได้มาก เหมาะกับรถอายุ 5 ปีขึ้นไปหรือคนที่ไม่ต้องการจ่ายแพงเกินจำเป็น
  • กำหนดค่าเสียหายส่วนแรก เลือก Deductible ตามงบที่รับได้ เช่น 1,000 – 3,000 บาท จะช่วยลดเบี้ยต่อปีได้ เหมาะกับคนขับที่เกิดเหตุไม่บ่อย
  • ตรวจเช็กโปรโมชันประจำเดือน บริษัทประกันและโบรกเกอร์มีส่วนลด ทั้งส่วนลดราคา ผ่อน 0% หรือของแถมต่างๆ ช่วยลดค่าเบี้ยโดยไม่ต้องลดความคุ้มครอง
  • ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ การซื้อประกันผ่านเว็บไซต์หรือแอปได้ราคาถูกกว่าหน้าสาขา เพราะลดต้นทุนการให้บริการ ทำให้ได้เบี้ยที่คุ้มขึ้น 
  • เลือกค่าเสียหายส่วนแรก เช่น 1,000 – 2,000 บาท เพื่อให้เบี้ยลดลง เหมาะกับคนขับดีหรือความเสี่ยงต่ำ
  • เลือกความคุ้มครองเสริมเฉพาะที่จำเป็น ตัดความคุ้มครองที่ไม่ค่อยได้ใช้ เช่น ค่าเบี้ยคนขับสำรอง หรือความคุ้มครองเฉพาะทางบางอย่าง เพื่อให้ราคาอยู่ในงบโดยไม่ลดความคุ้มครองหลัก

ทำไมต้องเลือกประกันติดโล่?

‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!

เราอยากเห็นผู้คนมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง และรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในชีวิตได้แบบไม่สะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ปัญหาของลูกค้า ให้เหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง

  •  โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีมากกว่า 1,800 สาขาทั่วไทย
  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
  • ทุกเรื่องประกันโทรเบอร์เดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง
  • แนะนำตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน มั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
  • มีใบอนุญาตจาก คปภ. และมาตรฐานการรับรอง DBD Registered
  • ผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% สูงสุด 10 งวด ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ง้อบัตรเครดิต ซื้อปุ๊ป! คุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรกที่จ่าย
  • จ่ายเบี้ยประกันได้ที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย มี SMS แจ้งเตือนชำระเงิน หรือแจ้งยืนยันการชำระเบี้ยให้ลูกค้าได้สบายใจว่าเงินที่ชำระไปถึงมือบริษัทประกันภัยแน่นอน
  • โปร่งใส ชี้แจงครบ ไม่หมกเม็ด วางใจได้ว่าจะไม่ถูกบวกเบี้ยหรือเสียผลประโยชน์ ชี้แจงข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน รวมทั้งเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
  • มาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม กระตือรือร้นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าตั้งแต่แนะนำ ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย
  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง 

สรุป

ได้เห็นกันไปแล้วว่า ประกันรถยนต์แต่ละชั้นต่างกันอย่างไร การเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์แต่ละชั้นช่วยให้เลือกแผนที่เหมาะกับงบและการใช้งานจริงได้ง่ายขึ้น ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองสูงสุด เหมาะกับรถใหม่หรือคนที่ต้องการความสบายใจครบด้าน ส่วนชั้น 2+ และ 3+ เป็นตัวเลือกคุ้มค่า ให้ความคุ้มครองสำคัญในราคาย่อมเยา ขณะที่ชั้น 2 และชั้น 3 เหมาะกับรถเก่า งบน้อย หรือคนใช้รถที่มีความเสี่ยงต่ำ การต่อประกันทุกปีควรดูประเภทความคุ้มครอง เงื่อนไขเบี้ยประกัน บริษัทที่ให้บริการ รวมถึงเทคนิคต่างๆ ในการลดเบี้ย เพื่อให้ได้ประกันที่คุ้มค่า

ใครอยากได้ประกันรถยนต์ราคาดี ผ่อนได้สบาย ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ เป็นอีกทางเลือกที่มีแผนครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งชั้น 1, 2+, 2, 3+, 3 พร้อมบริการให้คำปรึกษา แนะนำประกันที่เหมาะสม ดูแลเรื่องการเคลม เหมาะกับคนใช้รถที่ต้องการปกป้องรถและควบคุมค่าใช้จ่ายไปพร้อมกัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ (FAQ)

ประกันชั้น 1 สำหรับรถกระบะ 4 ประตู ราคาเท่าไร?

เบี้ยประกันชั้น 1 รถกระบะ 4 ประตูส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 13,000 – 20,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น ทุนประกัน ซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ และประวัติการเคลม ถ้าเลือกซ่อมอู่เบี้ยถูกกว่า (ประมาณหลัก 1 หมื่นกลาง) ส่วนซ่อมศูนย์จะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ให้ความสบายใจเรื่องอะไหล่แท้และมาตรฐานศูนย์

รู้หรือไม่? ถ้าซื้อที่ประกันติดโล่ เริ่มต้นแค่ 11,790 บาท โดย บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย

Tag :
ต่อประกันรถยนต์
ประกันชั้น1
ประกันรถยนต์