จริงไหม? แค่ต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ก็พอแล้ว ไม่ต้องทำประกันรถยนต์

จริงไหม? แค่ต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ก็พอแล้ว ไม่ต้องทำประกันรถยนต์
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

เชื่อไหมครับว่าในประเทศไทยมีอุบัติเหตุรถชนเกิดขึ้นแทบทุกวันและทุกเวลา เนื่องจากอุบัติเหตุรถชนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดแต่ก็เกิด ต่อให้ขับรถด้วยสติสัมปชัญญะครบถ้วน เมาไม่ขับ ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่ากฎหมายกำหนด ก็มีโอกาสเกิดรถชนได้ถ้ารถคันอื่น ๆ ไม่ได้ปฏิบัติเหมือนคุณ เมื่อมีอุบัติเหตุก็จะมีความเสียหายตามมา ดังนั้น การมีประกันรถยนต์เลยสำคัญมาก แต่ประกันติดโล่มักเจอคำถามว่า ถ้าซื้อ พ.ร.บ.รถยนต์แล้ว ต้องซื้อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจด้วยไหม บทความนี้มีเฉลยให้ครับ!

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

พ.ร.บ.รถยนต์ เป็นกฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี เลยเกิดคำถามขึ้นในใจว่า ถ้าต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ จำเป็นต้องซื้อประกันรถยนต์ด้วยอีกไหมนะ บทความนี้มีคำตอบ

อุบัติเหตุรถชนเยอะขนาดนี้ ต่อ พ.ร.บ.รถยนต์อย่างเดียวได้ไหม?

ที่บอกว่าประเทศไทยมีอุบัติเหตุรถชนเกิดขึ้นเยอะคือเรื่องจริงครับ เพราะประกันติดโล่ได้ไปสืบค้นเรื่องราวผ่านศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน (www.thairsc.com) ในเว็บไซต์ได้ระบุสถิติการเกิดอุบัติเหตุเอาไว้อย่างครบถ้วน เช่น ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และพิการจำนวนเท่าไหร่ต่อปี ช่วงอายุใดและเพศไหนเกิดอุบัติเหตุบ่อยสุด และรถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดเป็นรถประเภไหน เป็นต้น

ซึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมารถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุคิดเป็น 47.44% เรียกได้ว่าครึ่งต่อครึ่งกับรถมอเตอร์ไซค์เลย แล้วถ้าถามประกันติดโล่ว่า มี พ.ร.บ.รถยนต์ แต่ไม่ซื้อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจจะได้ไหม คำตอบคือ “ได้” ถ้าหากว่าคุณสามารถรับความเสี่ยงเองได้ ในกรณีที่เป็นฝ่ายผิดแล้วต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับคู่กรณี เพราะว่า พ.ร.บ.รถยนต์ กับประกันรถยนต์ให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกัน โดยอธิบายได้ คือ

พ.ร.บ.รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง?

พ.ร.บ.รถยนต์ คืออะไร ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง?

พ.ร.บ.รถยนต์ เป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดให้รถยนต์ทุกคันต้องมี เพราะสิ่งนี้คือความคุ้มครองเบื้องต้นที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิดในอุบัติเหตุครั้งนั้น หากรถคันไหนไม่มี พ.ร.บ.รถยนต์ หรือไม่ต่ออายุ พ.ร.บ.รถยนต์ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย โดยเสียค่าปรับสูงสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งความคุ้มครองของ พ.ร.บ.รถยนต์ จะแบ่งออกเป็น 2 ความคุ้มครอง คือ

พ.ร.บ.รถยนต์ จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น โดยไม่สนถูกผิด

  • ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากการบาดเจ็บ (จ่ายตามจริง) สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
  • การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร สูงสุดไม่เกิน 35,000 บาท

พ.ร.บ.รถยนต์ จ่ายค่าเสียหายหลังจากพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก

  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ หรือค่าเสียหายอื่น ๆ สูงสุด 80,000 บาท
  • การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร สูงสุด 500,000 บาท
  • ชดเชยรายวันวันละ 200 บาทไม่เกิน 20 วัน (ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยนอก – OPD)

และนี่คือความคุ้มครองที่ พ.ร.บ.รถยนต์ หรือประกันรถยนต์ภาคบังคับมอบให้ผู้เอาประกันครับ ซึ่งถ้าเกิดความเสียหายในด้านอื่น ๆ เช่น ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ความเสียหายของรถยนต์ ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.รถยนต์ เนื่องจากเกินกว่าเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ในกรมธรรม์นั่นเอง!

 

ไม่ซื้อประกันรถยนต์ได้ไหม เพราะต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ไปแล้ว?

ประกันติดโล่ขอตอบว่า ควรซื้อ! เพราะประกันรถยนต์ภาคสมัครใจถือเป็นความคุ้มครองเพิ่มเติม ที่จะมาอุดรอยรั่วของประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุใหญ่โตขึ้นมา แล้วไม่มีเงินชดใช้ค่าเสียหายจะได้ไม่ต้องวิ่งโร่หายืมเงินคนอื่น ๆ มาจ่ายคู่กรณี แต่ใช้สิทธิ์ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจได้เลย

ซึ่งอุบัติเหตุที่ประกันติดโล่หมายถึง เช่น ขับรถชนเสาไฟฟ้า ขับรถตกข้างทาง ขับรถชนแบบริเออร์ ขับรถชนท้ายคันอื่น ๆ ฯลฯ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักมีความเสียหายเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้เอาประกัน คู่กรณี รถของผู้เอาประกัน รถของคู่กรณี และบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหาย เป็นต้น

ขออธิบายเพิ่มเติมนะครับ สมมติว่าคุณขับรถด้วยความเร็วมากเพราะรีบ ๆ สุด แต่เหยียบเบรครถไม่ทันทำให้คุณไปชนท้ายรถคันข้างหน้าเข้าอย่างจัง แล้วรถคันหน้ากระเด็นไปชนกับเสาไฟฟ้า เครื่องยนต์เกิดระเบิดดังตู้ม รถยนต์ไฟไหม้ลุกลามไปทั้งคัน แล้วคุณเป็นฝ่ายผิด พอจะนึกมูลค่าความเสียหายออกไหมครับ…

ดังนั้น ควรซื้อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจควบคู่ไปกับประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.รถยนต์) เป็นดีที่สุดครับ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาคุณก็จะได้ใช้สิทธิ์ประกันทั้งคู่อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้เกิดความคุ้มครองอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยชดเชยค่าเสียหาย ซึ่งประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

ประกันรถยนต์

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 : ประกันรถยนต์ที่คุ้มครองอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นรถไฟไหม้ รถน้ำท่วม รถโดนทุบกระจก หินหล่นใส่กระจก ขับรถชนคน รถชนแบบไม่มีคู่กรณี เป็นต้น
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ : ประกันรถยนต์ที่เบี้ยประกันรถยนต์ถูกลง ทำให้ความคุ้มครองบางส่วนหายไปคือ “รถชนแบบไม่มีคู่กรณี” แปลว่าต้องเกิดเหตุการณ์รถยนต์ชนรถยนต์เท่านั้น ถ้ารถชนเสาไฟฟ้าก็ไม่มีสิทธิ์เคลมประกันเพราะไม่มีคู่กรณี ซึ่งนอกนั้นก็คุ้มครองเหมือนกันประกันชั้น 1 ทุกประการ
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3 : ประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองน้อยที่สุด เพราะเบี้ยประกันถูกที่สุด โดยคุ้มครองในอุบัติเหตุที่รถชนแบบมีคู่กรณี จ่ายค่าเสียหายให้แค่ทรัพย์สินและชีวิตของคู่กรณีเท่านั้น นอกเหนือจากนั้น ผู้เอาประกันรถชั้น 3 ต้องจ่ายค่าเสียหายเองทั้งหมด!

และนี่คือความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ประกันติดโล่คิดว่าควรซื้อเอาไว้เป็นดีที่สุด เพราะไม่รู้จริง ๆ ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณอาจจะโชคดีที่อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นฝ่ายถูก แล้วถ้าครั้งต่อไปเป็นฝ่ายผิดคงยิ้มไม่ออกแน่ ๆ เพราะต้องชดเชยค่าเสียหาย ดังนั้น มีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจไว้เถอะครับ

สรุป

เมื่อต่อ พ.ร.บ.รถยนต์แล้วควรซื้อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจคู่กันเลยดีกว่า เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุรถชน เช่น รถชนแบบไม่มีคู่กรณีที่อยู่นอกเหนือเงื่อนไข พ.ร.บ.รถยนต์ ก็จะได้ใช้สิทธิ์เคลมประกันรถยนต์ภาคสมัครใจมาใช้ประโยชน์นั่นเอง ซึ่งจะเลือกประกันรถยนต์ประเภทไหนดีนั้น อาจใช้เงื่อนไขความคุ้มครองที่คุณต้องการ เบี้ยประกันที่ต้องจ่าย หรืออายุของรถตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อประกันรถก็ได้ครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

Tag :
ประกันรถยนต์