ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง? เหมาะกับใคร รู้ก่อนทำประกัน
|
Key Takeaway
|
หลายคนอาจสับสนว่าประกันแต่ละแผนแตกต่างกันอย่างไร ทั้งชั้น 1, 2+, 2, 3+ และ 3 ให้ความคุ้มครองอย่างไรบ้าง โดยประกันชั้น 2+ คือแผนที่คุ้มครองครอบคลุมกรณีรถหาย ไฟไหม้ และชนแบบมีคู่กรณีที่ระบุได้เท่านั้น และยังรวมถึงความคุ้มครองอื่นๆ แต่ถ้าชนแบบไม่มีคู่กรณีจะไม่คุ้มครอง นอกจากแผนความคุ้มครองที่ต้องรู้แล้ว บทความนี้จะพาไปหาคำตอบว่าประกันชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง และเหมาะกับใคร

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คืออะไร
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คือประกันภัยที่ออกแบบมาให้ใกล้เคียงกับชั้น 1 ในราคาย่อมเยา โดยเน้นดูแลอุบัติเหตุกรณีรถชนรถ หรือกับยานพาหนะทางบก รวมถึงรถสูญหายจากการโจรกรรมและไฟไหม้ แต่มีข้อจำกัดคือไม่คุ้มครองความเสียหายแบบไม่มีคู่กรณี เช่น การขับชนเสาไฟฟ้าหรือชนกำแพงด้วยตนเอง จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายรายปี แต่ยังคงต้องการความอุ่นใจในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง
- ความเสียหายต่อตัวรถยนต์กรณีเกิดอุบัติเหตุรถชนกับยานพาหนะทางบก แบบมีคู่กรณี
- ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้รถยนต์
- ความเสียหายจากเครื่องยนต์ระเบิดจนทำให้เกิดไฟไหม้
- ความรับผิดชอบต่อร่างกายบุคคลภายนอก ทั้งชีวิต ร่างกาย
- ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกต่อทรัพย์สิน
- ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือสูญเสียมือ เท้า และสายตา ของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
- ค่ารักษาพยาบาล ในผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
- การประกันตัวผู้ขับขี่ ในกรณีที่เกิดคดีอาญาจากอุบัติเหตุรถยนต์
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ไม่ได้คุ้มครองอะไรบ้าง
- ขับรถชนสิ่งของ เช่น ชนเสาไฟฟ้า หรือชนแบริเออร์กั้นถนน
- อุบัติเหตุจากสภาพถนน เช่น ขับรถเสียหลักตกข้างทางเพราะถนนลื่น
- ความเสียหายจากสิ่งก่อสร้าง เช่น ชนฟุตบาทหรือรั้วบ้าน
- อุบัติเหตุที่ระบุคู่กรณีไม่ได้ เช่น กรณีถูกชนแล้วหนี

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับใคร
คุ้มค่าพร้อมความคุ้มครองครบ
ประกันชั้น 2+ คือตัวเลือกที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมในราคาเบี้ยประกันที่ถูกลงกว่าประกันชั้น 1 โดยถูกออกแบบมาเพื่อเน้นดูแลกรณีอุบัติเหตุแบบรถชนรถโดยเฉพาะ ดังนั้นหากขับรถไปเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นแล้วมีคู่กรณีที่ระบุได้ชัดเจน ประกันชั้น 2+ ก็พร้อมให้การดูแลอย่างเต็มที่ อุ่นใจด้วยราคาสบายกระเป๋า
คนที่มีประสบการณ์ขับรถ
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่มีทักษะและความชำนาญในการขับขี่สูง จนมั่นใจได้ว่าโอกาสที่จะขับรถไปเฉี่ยวชนสิ่งของหรือตกข้างทางด้วยตนเองนั้นมีน้อยมาก การเลือกจ่ายเบี้ยประกันที่ถูกกว่าชั้น 1 โดยประกันชั้น 2+ จะยังคงทำหน้าที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสำคัญในยามที่เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันกับรถคันอื่น ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าซ่อมของคู่กรณี ส่วนความเสียหายของรถตนเองนั้น สามารถวางแผนซ่อมบำรุงในภายหลังได้ตามสะดวก
รถยนต์มือสอง
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับรถยนต์มือสองที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เหมาะกับสภาพรถที่ไม่จำเป็นต้องดูแลทะนุถนอมมากเท่ารถใหม่ป้ายแดง การเลือกทำประกันประเภทนี้ช่วยให้เจ้าของรถอุ่นใจได้ในราคาสบายกระเป๋า โดยเน้นความคุ้มครองหลักกรณีเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนคันอื่นแล้วเราเป็นฝ่ายผิด ประกันจะเข้ามาช่วยรับผิดชอบค่าเสียหายและค่าซ่อมให้แก่คู่กรณีแทน ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตหรือต้องหยิบยืมเงินมาจ่ายค่าซ่อมด้วยตัวเองในยามคับขัน
เปรียบเทียบประกันชั้น 2+ ต่างจากประกันชั้น 2 อย่างไร
- ประกันรถยนต์ชั้น 2 มีค่าเบี้ยประกันถูกกว่าแผนอื่นๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองพื้นฐาน
- คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี หากเกิดอุบัติเหตุ ประกันจะช่วยรับผิดชอบค่าเสียหายให้แก่คู่กรณีเท่านั้น แต่ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของผู้เอาประกัน
- เหมาะสำหรับ คนที่ขับรถน้อย หรือมีงบจำกัดและไม่เน้นการซ่อมรถตัวเอง
- ประกันรถยนต์ชั้น 2+ แม้ราคาจะสูงกว่าชั้น 2 เล็กน้อย แต่ให้สิทธิ์ซ่อมรถเราเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบรถชนรถที่มีคู่กรณี
- ครอบคลุมเหตุร้ายแรง ให้ความคุ้มครองครบถ้วนทั้งกรณีรถหาย ถูกโจรกรรม หรือเหตุไฟไหม้ ซึ่งใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 ในราคาที่ย่อมเยากว่ามาก
- เหมาะสำหรับ คนที่ขับขี่ระมัดระวังแต่ยังต้องการความอุ่นใจว่าจะมีประกันช่วยดูแลทั้งรถคู่กรณีและรถของเราเองเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ประกันชั้น 2+ แบบไม่มีคู่กรณี เคลมได้ไหม
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ นอกจากคุ้มครองอะไรบ้างแล้ว ก็สามารถเคลมได้บางส่วนเท่านั้น ยกเว้นเรื่องการซ่อมรถของเราเองในกรณีชนแบบไม่มีคู่กรณี โดยมีกรณีที่เคลมได้ดังนี้
- คุ้มครองกรณีรถหายหรือไฟไหม้
- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล
- คุ้มครองชีวิตและร่างกาย กรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิต
- คุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก
ทำไมต้องเลือกประกันชั้น 2 ที่ประกันติดโล่?
‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!
เราอยากเห็นผู้คนมีสถานการณ์ทางการเงินราบรื่น มั่นคง และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ทุกปัญหาของลูกค้าให้เป็นเรื่องของตัวเอง
- โบรกเกอร์ขายประกันที่มีมากกว่า 1,800 สาขาทั่วไทย
- โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
- ทุกเรื่องประกันจบในเบอร์โทรเดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง
- แนะนำอย่างตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
- สามารถผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 งวด โดยไม่ง้อบัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย และคุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรก
- จ่ายเบี้ยประกันที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย พร้อมระบบ SMS แจ้งเตือนและยืนยันการจ่ายเงินเพื่อความอุ่นใจ
- โปร่งใส ชี้แจงครบทุกรายละเอียด วางใจได้ว่าจะได้ไม่ถูกบวกเบี้ย พร้อมข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน และเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
- มาพร้อมมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนะนำ จนถึงบริการหลังการขาย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของทุกคน
- ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง
สรุป
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในราคาที่ถูกกว่าชั้น 1 โดยเน้นคุ้มครองกรณีรถชนรถที่มีคู่กรณี รวมถึงรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และดูแลชีวิต/ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก แม้จะไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถเราหากชนสิ่งของแบบไม่มีคู่กรณี แต่ยังคงดูแลค่ารักษาพยาบาลและประกันตัวผู้ขับขี่ให้ตามปกติ จึงเหมาะสำหรับคนที่มีทักษะการขับขี่สูง หรือเจ้าของรถมือสองอายุ 3 ปีขึ้นไปที่ต้องการความอุ่นใจในการแบกรับความเสี่ยงสำคัญในราคาสบายกระเป๋า
หากสนใจประกันรถยนต์ชั้น 2+ ที่มีค่าเบี้ยประกันย่อมเยากว่า เหมาะสำหรับรถยนต์มือสองหรือมีประสบการณ์ขับรถอยู่แล้ว แนะนำที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ ที่นี่พร้อมตอบโจทย์ประกันที่ใช่ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายทั้งซ่อมศูนย์และซ่อมอู่ตามความต้องการ และยังมีแผนประกันหลายแบบ สามารถเลือกผ่อนชำระได้ และยังช่วยดูแลครอบคลุมทั้งกรณีอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อตัวรถ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ เพื่อให้ได้แผนประกันที่ตรงตามความต้องการ เหมาะกับงบประมาณและสภาพรถมากที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความคุ้มครองของประกันชั้น 2+ (FAQ)
ประกันชั้น 2+ รับรถอายุกี่ปี?
โดยปกติแล้ว ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะเปิดรับรถที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 1 ปี ไปจนถึงสูงสุดประมาณ 15-20 ปี หรือบางบริษัทอาจขยายเวลาให้ถึง 25 ปีเลยทีเดียว เหมาะสำหรับรถที่มีอายุระหว่าง 4-15 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มรถเก่าที่ทำประกันชั้น 1 ไม่ได้แล้ว
ประกันชั้น 2+ ซ่อมรถเราไหม?
ซ่อมให้แน่นอน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นอุบัติเหตุประเภท “รถชนรถ” ที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น เช่น การเฉี่ยวชนกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์บนท้องถนน
ประกันชั้น 2+ เคลมกรณีขับรถชนเสาไหม?
ประกันชั้น 2+ จะไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของเราในกรณีที่ขับไปชนเสาไฟฟ้าหรือสิ่งของต่างๆ เพราะไม่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก แต่ยังได้รับความคุ้มครองในส่วนของทรัพย์สินบุคคลภายนอก
ประกันชั้น 2+ เคลมกระจกได้ไหม?
ประกันชั้น 2 จะไม่ครอบคลุมการเคลมกระจกรถยนต์ เว้นแต่จะเป็นอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกชัดเจนเท่านั้น ดังนั้นหากเกิดเหตุหินดีดใส่กระจกแตก จะไม่สามารถแจ้งเคลมได้
ประกันชั้น 2+ เคลมรอบคันได้ไหม?
ประกันชั้น 2+ แจ้งเคลมรอบคันไม่ได้ เงื่อนไขความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจะครอบคลุมเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากการเฉี่ยวชนกับยานพาหนะทางบกและต้องระบุคู่กรณีได้ชัดเจนเท่านั้น ดังนั้นการเคลมรอบคันจึงไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน
ประกัน 2+ เหมาะกับมือใหม่หรือไม่?
สำหรับมือใหม่หัดขับ ประกันชั้น 2+ จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม หากเป็นคนที่ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษและต้องการเซฟงบประมาณค่าเบี้ยประกัน หากยังไม่มั่นใจในฝีมือและมีโอกาสเสี่ยงที่จะขับรถไปเฉี่ยวชนสิ่งของต่างๆ

