ราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด! ยังจำเป็นต้องทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 อยู่ไหม?

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

  • ผลกระทบจากราคาน้ำมัน ค่าน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนการใช้รถโดยรวมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้รถต้องลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นและมองหาวิธีลดรายจ่ายส่วนอื่นเพื่อชดเชย
  • สิ่งที่ควรปรับลดก่อน ควรเริ่มปรับรายจ่ายที่ยืดหยุ่นได้ เช่น ปรับแผนและเงื่อนไขประกันรถยนต์ให้ถูกลง ส่วนค่าซ่อมบำรุงที่เกี่ยวกับความปลอดภัยยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเว้น
  • ปัจจัยก่อนเลือกประกัน ควรพิจารณาจากพฤติกรรมการขับขี่ ความถี่และระยะทางในการใช้งาน รวมถึงมูลค่าของรถ เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ตอบโจทย์โดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยแพงเกินความจำเป็น
  • เทคนิคลดรายจ่ายแบบไม่เสี่ยง สามารถลดเบี้ยประกันได้ง่ายๆ ด้วยการระบุชื่อผู้ขับขี่ เลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เลือกแผนซ่อมอู่มาตรฐาน และการขับขี่อย่างระมัดระวังเพื่อรักษาประวัติดี
เลือกเพื่ออ่านได้เลย ซ่อน

ในช่วงที่ราคาน้ำมันกำลังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนเริ่มรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถกำลังเพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา หรือแม้แต่ราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ทำให้รู้สึกกังวลว่า “การทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ยังคุ้มค่าอยู่ไหม?” “ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้หรือราคาน้ำมันล่าสุดจะเป็นอย่างไร?” มาวิเคราะห์ความเสี่ยงและวิธีประหยัดเบี้ยประกันประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ราคาถูก เหมาะกับยุคค่าครองชีพสูง ผ่านบทความนี้ได้เลย!

ราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายรถยนต์แค่ไหน

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ตัวเลขหน้าหัวจ่าย แต่ยังสร้างผลกระทบแบบลูกโซ่ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมของการมีรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้ทำให้พฤติกรรมของผู้ใช้รถเปลี่ยนไป หลายคนเริ่มหันมาวางแผนการเดินทางให้รัดกุมขึ้น ลดการขับรถออกไปในเส้นทางที่ไม่จำเป็น และพยายามมองหาวิธีลดต้นทุนในส่วนอื่นๆ เพื่อนำมาช่วยชดเชยกับภาระค่าน้ำมันที่ต้องเสียไป เช่น การปรับลดแผนประกันภัยรถยนต์ หรือการเลือกอู่ซ่อมที่มีราคาประหยัดขึ้น

ต้นทุนรวมของรถ 1 คันมีอะไรบ้าง

ต้นทุนรวมของรถ 1 คันมีอะไรบ้าง

ค่าน้ำมัน

เป็นค่าใช้จ่ายหลักที่ผู้ใช้รถต้องจ่ายเป็นประจำทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน มีความผันผวนสูงตามราคาตลาดโลกและระยะทางที่ใช้งานจริง ยิ่งใช้รถเดินทางไกลบ่อยๆ หรือต้องเผชิญกับสภาพการจราจรที่ติดขัดเป็นประจำ ค่าน้ำมันก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นและกลายเป็นสัดส่วนรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดของการครอบครองรถยนต์

ค่าประกันรถยนต์

เป็นรายจ่ายประจำปีที่จำเป็นต้องมีเพื่อซื้อความเสี่ยงและแลกกับความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รถหาย หรือไฟไหม้ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับลดได้ขึ้นอยู่กับการเลือกประเภทความคุ้มครองตามประกันแต่ละชั้น การระบุค่าเสียหายส่วนแรก และพฤติกรรมการขับขี่ของผู้เอาประกันเอง

ค่าซ่อมบำรุง

เป็นค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมตั้งแต่การนำรถเข้าศูนย์เช็กระยะ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนแบตเตอรี่ เปลี่ยนยางรถยนต์ ไปจนถึงการซ่อมแซมอะไหล่เมื่อชิ้นส่วนเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถือเป็นรายจ่ายแฝงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และมักจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามอายุการใช้งานและระยะทางสะสมของรถยนต์คันนั้นๆ

ค่าซ่อมบำรุง

เมื่อค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ควรปรับอะไรก่อน

เมื่อเผชิญกับสภาวะค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น สิ่งที่ควรปรับลดเป็นอันดับแรกคือ ค่าใช้จ่ายที่ควบคุมและปรับเปลี่ยนได้ เช่น ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ที่สามารถปรับแผนหรือเพิ่มเงื่อนไขเพื่อลดราคาลงได้ การลดความถี่ในการใช้บริการล้างรถเคลือบสี หรือการวางแผนลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นเพื่อประหยัดค่าน้ำมัน

ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายที่ควบคุมได้ยาก หรือไม่ควรปรับลดเลยคือ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความผันผวนตามตลาดโลก ค่างวดรถประจำเดือน ภาษีรถยนต์ประจำปี รวมถึงค่าซ่อมบำรุงรักษาและอะไหล่ตามระยะทาง เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ยาง หรือผ้าเบรก เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัยในการขับขี่ หากละเลยอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือมีค่าซ่อมแซมก้อนใหญ่ตามมาในอนาคต

ถ้าใช้ประกันรถชั้น 1 อยู่ ควรลดประกันหรือไม่

ก่อนตัดสินใจลดระดับประกัน ควรทำความเข้าใจก่อนว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นแผนที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด โดยรับผิดชอบทั้งความเสียหายต่อตัวรถจากอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี คุ้มครองกรณีรถสูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ภัยธรรมชาติ รวมถึงความรับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก หากคุณยังมีความเสี่ยงในการใช้งานบนท้องถนนสูง การคงประกันชั้น 1 ไว้จะช่วยซื้อความสบายใจได้ดีที่สุด แต่หากพฤติกรรมการใช้รถเปลี่ยนไป ก็สามารถพิจารณาปรับแผนได้

ทางเลือกที่น่าสนใจ แทนการยกเลิกประกันชั้น 1

  • ระบุค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก เช่น 3,000 หรือ 5,000 บาท เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วเราเป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีคู่กรณี  
  • ปรับลดทุนประกัน ปรับลดวงเงินคุ้มครองให้สอดคล้องกับราคากลางของรถยนต์ในปัจจุบัน (ประเมินตามค่าเสื่อมสภาพ) จะช่วยให้เบี้ยประกันถูกลงโดยยังได้ความคุ้มครองชั้น 1 ครบถ้วน
  • เปรียบเทียบราคาและเปลี่ยนบริษัทประกัน ลองเช็กเบี้ยประกันของบริษัทอื่นๆ หรือผ่านโบรกเกอร์ เพื่อหาโปรโมชันที่ให้ความคุ้มครองเทียบเท่าเดิมในราคาที่ถูกลง

ลดประกันช่วยประหยัดขึ้นจริงไหม หรือเสี่ยงมากขึ้น

ในกรณีที่ประหยัดขึ้น

  • ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายปีได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น หากปรับจากประกันชั้น 1 มาเป็นชั้น 2+ อาจประหยัดเงินได้ และนำเงินก้อนนี้ไปชดเชยค่าครองชีพหรือค่าน้ำมันได้
  • ทำให้จ่ายเงินซื้อความคุ้มครองได้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้รถที่เปลี่ยนไป หากรถจอดทิ้งไว้เป็นส่วนใหญ่ การลดประกันจะช่วยให้ไม่เสียเงินฟรีไปกับความคุ้มครองที่เกินความจำเป็น

ในกรณีที่เสี่ยงขึ้น

  • ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี เช่น หากใช้ประกันชั้น 2 พลัส แล้วขับรถเบียดเสา ถอยชนรั้ว หรือโดนหินกระเด็นใส่กระจกแตก จะไม่สามารถเคลมได้
  • สูญเสียความคุ้มครองในบางส่วน หากลดระดับไปใช้ประกันชั้นที่ไม่มีความคุ้มครองเรื่องน้ำท่วม แล้วเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันหรือต้นไม้ล้มทับรถ จะส่งผลให้เกิดภาระทางการเงินก้อนใหญ่ในการซ่อมแซมทันที

ประเมินตัวเอง คุณอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงระดับไหน

ประเมินตัวเอง คุณอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงระดับไหน

กลุ่มเสี่ยงสูง

  • ขับรถเป็นประจำทุกวัน เดินทางระยะไกล หรือต้องใช้เส้นทางที่ไม่คุ้นเคยอยู่บ่อยครั้ง
  • ขับรถในช่วงเวลากลางคืนเป็นประจำ ซึ่งเป็นช่วงที่มีทัศนวิสัยต่ำและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง
  • เป็นมือใหม่หัดขับ เพิ่งได้ใบอนุญาตขับขี่ หรือยังมีประสบการณ์ตัดสินใจบนท้องถนนค่อนข้างน้อย
  • มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุและการแจ้งเคลมประกันบ่อยครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา
  • จอดรถในพื้นที่เสี่ยง เช่น ริมถนนในซอยแคบ ไม่มีรั้วรอบขอบชิด พื้นที่เปลี่ยวไม่มีกล้องวงจรปิด หรือพื้นที่ที่น้ำท่วมขังเป็นประจำ

กลุ่มเสี่ยงกลาง

  • ขับรถไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันในเส้นทางเดิมๆ ที่คุ้นชินเป็นหลัก
  • มีการเดินทางออกต่างจังหวัดหรือเดินทางไกลบ้างเป็นครั้งคราวในช่วงวันหยุดพักผ่อน
  • มีประสบการณ์ขับรถมาพอสมควร ขับรถแข็ง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
  • จอดรถในพื้นที่ที่มีความปลอดภัยระดับหนึ่ง เช่น ลานจอดรถของหมู่บ้าน คอนโดมิเนียม หรืออาคารสำนักงานที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
  • เคยมีประวัติการเฉี่ยวชนหรือเกิดอุบัติเหตุบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้รุนแรงหรือเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

กลุ่มเสี่ยงต่ำ

  • จอดรถทิ้งไว้ที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ใช้งานน้อยมาก หรือใช้รถยนต์เป็นรถสำรองของบ้าน
  • ขับรถระยะทางสั้นๆ ภายในหมู่บ้านหรือละแวกใกล้เคียง เช่น ขับไปส่งลูกที่โรงเรียนใกล้บ้าน หรือไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต
  • จอดรถในโรงรถส่วนตัวที่บ้าน มีหลังคาคลุม รั้วรอบขอบชิด ปลอดภัยจากความเสี่ยงเรื่องน้ำท่วมและรถสูญหาย
  • เป็นผู้ขับขี่ที่มีความชำนาญสูง ระมัดระวัง และมีประวัติดี ไม่มีการแจ้งเคลมอุบัติเหตุเลยติดต่อกันหลายปี

ปัจจัยที่ควรตัดสินใจก่อนเลือกประกันที่ตอบโจทย์

  • ระยะทางใช้งาน ประเมินว่าในแต่ละวันหรือแต่ละเดือนใช้รถยนต์บ่อยแค่ไหน หากขับรถไปทำงานทุกวันและเดินทางไกลควรเน้นแผนที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมสูงสุดอย่างประกันชั้น 1 แต่หากจอดทิ้งไว้เป็นส่วนใหญ่หรือขับแค่ระยะทางสั้นๆ การเลือกประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม  
  • มูลค่ารถ ตรวจสอบราคากลางของรถยนต์ในปัจจุบัน หากเป็นรถใหม่ป้ายแดงหรืออายุไม่เกิน 5 ปียังควรเลือกประกันชั้น 1 เพื่อรักษาสภาพและมูลค่ารถให้ดีที่สุด แต่หากรถมีอายุการใช้งานยาวนานจนมูลค่าตลาดลดลงมาก การลดระดับไปใช้ประกันชั้น 2+ หรือ 3+ จะช่วยให้สมดุลกับทุนประกันและค่าเบี้ยที่ต้องจ่าย 
  • พฤติกรรมขับขี่ ประเมินประสบการณ์ขับขี่ตามความเป็นจริง หากยังเป็นมือใหม่หัดขับหรือมีประวัติการเฉี่ยวชนบ่อย ประกันชั้น 1 จะช่วยลดความกังวลได้ดีที่สุด แต่หากเป็นคนขับรถแข็ง ระมัดระวังตัวดี และแทบไม่เคยเคลมประกันเลย การเลือกเพิ่มเงื่อนไขระบุค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) จะช่วยให้ได้ประกันความคุ้มครองสูงในราคาที่ถูกลง

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

  • เคสคนใช้รถน้อย เน้นจอดทำงานที่บ้าน

ขับรถเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อไปซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน แนะนำให้เลือกประกันชั้น 2+ หรือ ประกันชั้น 1 เพื่อรับความคุ้มครองเรื่องรถหายและไฟไหม้ขณะจอดทิ้งไว้ ในราคาเบี้ยประกันที่ประหยัดกว่าแบบเหมาจ่ายรายปี

  • เคสคนขับรถทุกวัน เดินทางข้ามจังหวัดบ่อย 

ต้องใช้รถยนต์เดินทางไปทำงานทุกวัน เผชิญสภาพการจราจรติดขัด หรือต้องขับออกต่างจังหวัดเป็นประจำ แนะนำให้เลือกประกันชั้น 1 เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุทั้งแบบมีและไม่มีคู่กรณี รวมถึงต้องรับมือกับสภาพอากาศหรือภัยธรรมชาติบนท้องถนน

  • เคสคนขับรถชำนาญ ประวัติดีเยี่ยม 

ขับรถมาหลายปี ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุหรือแจ้งเคลมเลย แต่ยังอยากได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมอุ่นใจ แนะนำให้เลือกประกันชั้น 1 แบบระบุค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เช่น 3,000 – 5,000 บาท และระบุชื่อผู้ขับขี่ ซึ่งจะช่วยลดค่าเบี้ยประกันลงไปได้

เทคนิคลดค่าใช้จ่าย โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงมากเกินไป

  • เลือกรับเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพื่อแลกกับส่วนลดเบี้ยประกันรายปีที่ถูกลงอย่างชัดเจน โดยจ่ายเฉพาะเมื่อเกิดเหตุแล้วเป็นฝ่ายผิดหรือหาคู่กรณีไม่ได้ 
  • ติดตั้งกล้องหน้ารถยนต์เพื่อรับส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของ คปภ. ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเงินแล้วยังเป็นหลักฐานสำคัญเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • เลือกแผนประกันแบบซ่อมอู่ในเครือแทนการระบุซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง) ซึ่งจะช่วยลดค่าเบี้ยประกันก้อนใหญ่ได้ โดยยังคงได้รับความคุ้มครองและวงเงินทุนประกันเท่าเดิม
  • ขับขี่ปลอดภัยเพื่อรักษาประวัติดี หากในปีที่ผ่านมาไม่มีการแจ้งเคลมหรือเคลมแล้วไม่ได้เป็นฝ่ายผิด บริษัทประกันจะมีส่วนลดประวัติดีให้สำหรับการต่ออายุในปีถัดไป

วิธีเลือกประกันรถยนต์ให้คุ้มที่สุด

  • เปรียบเทียบเบี้ยประกัน ความคุ้มครอง และเงื่อนไขจากหลายบริษัทผ่านเว็บไซต์โบรกเกอร์ทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อหาแผนที่ตอบโจทย์การใช้งานในราคาที่ดีที่สุด
  • เลือกทุนประกันให้สอดคล้องกับราคากลางของรถยนต์กับปัจจุบัน ไม่ควรเลือกทุนประกันที่สูงหรือต่ำเกินไปเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเบี้ยแพงเกินความจำเป็นหรือขาดทุนเมื่อเกิดเหตุ
  • ตรวจสอบรายชื่ออู่ซ่อมและศูนย์บริการในเครือของบริษัทประกัน ว่ามีอู่ที่ได้มาตรฐานอยู่ใกล้บ้านหรืออยู่ในเส้นทางที่เดินทางเป็นประจำหรือไม่เพื่อความสะดวกในการเข้าซ่อม
  • ประเมินพฤติกรรมการใช้งานจริง หากใช้รถน้อยควรพิจารณาประกันชั้น 2+, 3+ หรือประกันแบบให้ความคุ้มครองเป็นรายเดือน
  • มองหาโปรโมชัน สิทธิพิเศษ และบริการเสริม เช่น สิทธิ์ผ่อนชำระเบี้ยประกัน 0% บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง หรือบริการรถใช้ระหว่างซ่อม เพื่อความคุ้มค่าที่มากขึ้น

เลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ “ประกันติดโล่” ดีอย่างไร

‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!

เราอยากเห็นผู้คนมีสถานการณ์ทางการเงินราบรื่น มั่นคง และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ทุกปัญหาของลูกค้าให้เป็นเรื่องของตัวเอง

  • โบรกเกอร์ขายประกันที่มีมากกว่า 1,900 สาขาทั่วไทย
  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
  • ทุกเรื่องประกันจบในเบอร์โทรเดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง
  • แนะนำอย่างตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
  • สามารถผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน โดยไม่ง้อบัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย และคุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรก
  • จ่ายเบี้ยประกันที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย พร้อมระบบ SMS แจ้งเตือนและยืนยันการจ่ายเงินเพื่อความสบายใจ
  • โปร่งใส ชี้แจงครบทุกรายละเอียด วางใจได้ว่าจะได้ไม่ถูกบวกเบี้ย พร้อมข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน และเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
  • มาพร้อมมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนะนำ จนถึงบริการหลังการขาย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของทุกคน
  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

สรุป

ค่าใช้จ่ายรถยนต์ที่พุ่งสูงตามราคาน้ำมันทำให้ต้องวางแผนการเงินรัดกุม โดยควรปรับลดเบี้ยประกันผ่านการระบุค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) หรือปรับทุนประกันตามมูลค่าจริงแทนการยกเลิกประกันชั้น 1 เพื่อคงความคุ้มครองสูงสุด การเลือกประกันควรประเมินตามความเสี่ยงและพฤติกรรมการใช้งาน ทั้งนี้ควรเปรียบเทียบแผนประกันและเช็กอู่ในเครือเพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันมากที่สุด

โดยคุณสามารถเช็กและเปรียบเทียบแผนประกันได้ที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ ที่นี่มีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาก่อนตัดสินใจ มีแผนให้เลือกหลากหลายตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเลือกซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ ในบางแผนประกันสามารถเลือกผ่อนชำระได้ ครอบคลุมถึงกรณีอุบัติเหตุ ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้คุณได้แผนประกันที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มครองและราคาที่เหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาน้ำมันและประกันรถยนต์ชั้น 1 (FAQ)

ราคาน้ำมันแพงทำให้เบี้ยประกันรถยนต์ถูกลงไหม?

ไม่มีผลทำให้เบี้ยประกันถูกลงโดยตรง เนื่องจากบริษัทประกันคำนวณอัตราเบี้ยประกันจากความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ทุนประกัน อายุผู้ขับขี่ และประวัติการเคลมเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในทางอ้อมเมื่อราคาน้ำมันแพงขึ้น ผู้คนอาจพยายามลดค่าใช้จ่ายโดยขับรถน้อยลง ส่งผลให้โอกาสเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง หากไม่มีการแจ้งเคลมในปีนั้นเลย ผู้เอาประกันก็จะได้รับส่วนลดประวัติดี ทำให้เบี้ยประกันในปีถัดไปถูกลงได้

ติดแก๊สเพื่อประหยัดน้ำมัน ประกันชั้น 1 ยังคุ้มครองไหม?

ยังให้ความคุ้มครองตามปกติ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องแจ้งให้บริษัทประกันทราบทันทีที่มีการดัดแปลงสภาพรถ พร้อมส่งเอกสารใบเสร็จและใบวิศวกรรับรองการติดตั้งระบบแก๊ส เพื่อให้บริษัทสลักหลังกรมธรรม์เพิ่มความคุ้มครองอุปกรณ์แก๊ส ซึ่งอาจมีการเรียกเก็บค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามมูลค่าอุปกรณ์ หากนำรถไปติดแก๊สแล้วไม่แจ้งประกัน เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดเหตุไฟไหม้จากระบบแก๊ส บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการรับผิดชอบความเสียหายในส่วนที่ดัดแปลงมาได้

อยากเปลี่ยนแผนประกันกลางคันเพราะอยากประหยัดเงิน ทำได้ไหม?

สามารถทำได้ โดยผู้เอาประกันมีสิทธิ์แจ้งขอยกเลิกกรมธรรม์ฉบับเดิมเพื่อขอรับเบี้ยประกันคืนได้ แต่บริษัทประกันจะจ่ายเงินคืนตามตารางอัตราการคืนเบี้ยประกันภัยระยะสั้น (Short Rate) ซึ่งจะไม่ได้เงินคืนเต็มตามสัดส่วนวันที่เหลืออยู่จริง จากนั้นจึงสามารถไปซื้อประกันแผนใหม่ที่ราคาถูกลงได้ อย่างไรก็ตาม ควรคำนวณความคุ้มค่าให้รอบคอบ เพราะเงินที่ถูกหักเปอร์เซ็นต์ไปจากการยกเลิกกลางคันอาจไม่คุ้มกับส่วนต่างเบี้ยประกันที่ประหยัดได้ วิธีที่ดีที่สุดคือรอให้กรมธรรม์เดิมใกล้หมดอายุแล้วจึงค่อยปรับเปลี่ยนแผนในปีถัดไป



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สนใจ ประกันรถยนต์

กรอกข้อมูลติดต่อ

การกดส่งข้อมูลแสดงว่าคุณอ่านและรับทราบ
นโยบายความเป็นส่วนตัว เรียบร้อยแล้ว

บทความแนะนำ
  • ไม่หลบรถพยาบาลเปิดไซเรน ระวังผิดกฎหมายรถฉุกเฉิน และเจตนาฆ่า!
    รถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไฟวับวาบและเปิดเสียงไซเรน คุณควรหลีกทางให้รถพยาบาลแบบด่วนๆ เพราะถ้าฝ่าฝืนทำตัวขวางโลกรู้ไหมว่าผิดกฎหมายรถฉุกเฉิน และมีเจตนาฆ่าด้วย!
    584,952
  • รถเป็นรอยขูดทำไงดี รวมวิธีรับมือช่วยลบรอยง่ายๆ แบบเบื้องต้น
    อยู่ๆ รถสุดที่รักก็โดนขูดเป็นรอยลึก หาตัวคนผิดก็ไม่ได้ คู่กรณีก็ไม่มี แล้วแบบนี้ประกันรถยนต์จะรับเคลมไหม ต้องจ่ายค่าทำสีรถใหม่เองหรือเปล่า ทำยังไงได้บ้าง?
    580,643
  • วันหยุดยาวเดือนพฤษภาคมมาแล้ว เตรียมคน-รถพร้อมแล้วหรือยัง?
    วันหยุดยาวเดือนพฤษภาคม 2565 มาแล้ว อยากเที่ยวจะแย่ ว่าแต่ว่าจะขับรถเที่ยวทางไกลทั้งทีต้องเตรียมคน-เตรียมรถยังไงบ้างนะ เพื่อให้ทริปนี้มีแต่ความสุข
    574,301