กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต ประกันรถยังคุ้มครองไหม ต้องทำอย่างไร
Key Takeaway
- ประกันรถยนต์คุ้มครองทั้งความเสียหายต่อตัวรถ ค่ารักษาพยาบาล ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รวมถึงค่าสินไหมกรณีเสียชีวิตตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต ประกันรถยนต์ยังคุ้มครองจนกว่าจะหมดอายุกรมธรรม์ ทั้งในส่วนของ พ.ร.บ. และประกันภัยภาคสมัครใจ ผู้รับผลประโยชน์สามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้ตามสิทธิ์ที่ระบุไว้
- วิธีเช็กประกันรถยนต์ของผู้เสียชีวิตสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงาน คปภ. ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยยื่นคำร้องพร้อมเอกสาร เช่น ใบมรณบัตร และหลักฐานแสดงความเป็นทายาท เพื่อเช็กว่าผู้เสียชีวิตทำประกันไว้กับบริษัทไหน
- ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต ให้เตรียมเอกสารให้ครบ ส่งให้บริษัทประกันโดยตรง หรือทางไปรษณีย์ บริษัทจะตรวจสอบและจ่ายค่าสินไหมภายใน 15 – 30 วันตามวงเงินความคุ้มครองที่กำหนดในกรมธรรม์
อุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดคิดอาจเปลี่ยนชีวิตของใครบางคนในพริบตา และบางครั้งอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต แล้วประกันรถยนต์ยังคุ้มครองอยู่ไหม? กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต ประกันรถยนต์ยังคุ้มครองจนกว่าจะหมดอายุ ผู้รับผลประโยชน์สามารถเรียกร้องค่าสินไหมจาก พ.ร.บ. หรือประกันภาคสมัครใจได้ตามสิทธิ์ที่กำหนดไว้บทความนี้จะพาไปตรวจสอบกรมธรรม์และขั้นตอนการเคลมประกันกรณีเจ้าของรถเสียชีวิตแบบละเอียดๆ เพื่อให้ดำเนินการถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว โดยไม่เสียสิทธิ์ความคุ้มครองที่ควรได้รับ

เข้าใจหลักพื้นฐาน ประกันรถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง?
ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
เมื่อเจ้าของรถหรือผู้ขับขี่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับค่าชดเชยจากประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ซึ่งเป็นความคุ้มครองพื้นฐานที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี ผู้เสียชีวิตจะได้รับค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ต่อคน (ตามอัตราที่ คปภ. กำหนด)
ผู้มีสิทธิ์เรียกร้องเรียกค่าสินไหมจาก พ.ร.บ. กรณีเสียชีวิต ได้แก่ ทายาทโดยชอบธรรมของผู้เสียชีวิต เช่น คู่สมรส บุตร หรือบิดามารดา โดยต้องยื่นคำร้องพร้อมเอกสารประกอบ เช่น ใบมรณบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน และหลักฐานยืนยันความเป็นทายาทต่อบริษัทประกันของรถที่เกิดอุบัติเหตุ
ประกันภัยภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+)
นอกจาก พ.ร.บ. แล้ว รถยนต์ส่วนใหญ่ยังมีประกันภัยภาคสมัครใจ ที่เจ้าของรถเลือกทำเพื่อเพิ่มความคุ้มครองในวงกว้างขึ้น ความคุ้มครองของประกันแต่ละชั้นจะต่างกัน แต่โดยทั่วไป จะครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคู่กรณี หากได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร เป็นวงเงินเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ. ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เช่น รถของคู่กรณี หรือสิ่งของที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ
โดยเฉพาะประกันชั้น 1 กรณีเสียชีวิต จะให้ความคุ้มครองครบกว่าประกันทุกประเภท ทั้งรถผู้เอาประกันและคู่กรณี ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคู่กรณีก็ตาม ส่วนชั้น 2+ และ 3+ จะคุ้มครองเฉพาะกรณีที่เกิดจากการชนกับรถยนต์คันอื่น ทำให้ผู้เอาประกันสามารถเลือกระดับความคุ้มครองที่เหมาะกับการใช้งานและงบที่มีได้ตามต้องการ
กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต ประกันรถยนต์ยังคุ้มครองอยู่ไหม?
กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต ประกันรถยนต์ยังคงคุ้มครองตามเงื่อนไขเดิมจนกว่ากรมธรรม์จะหมดอายุ ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. หรือ ประกันภัยภาคสมัครใจ โดยบริษัทประกันจะยังรับผิดชอบค่าเสียหายเบื้องต้น ค่ารักษาพยาบาล และค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิต ให้กับผู้เอาประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ตามสิทธิ์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หมายความว่า… แม้เจ้าของรถจะจากไป แต่ความคุ้มครองของประกันก็ยังคงมีผลกับผู้เกี่ยวข้องจนกว่าจะครบกำหนดอายุประกัน
กรณีเจ้าของรถเป็นผู้เอาประกันเอง
หากเจ้าของรถเป็นผู้เอาประกันและเสียชีวิต ประกันยังคงคุ้มครองตัวรถจนกว่าจะหมดอายุของกรมธรรม์ สิทธิ์ความคุ้มครองยังมีผลตามปกติ เช่น ความเสียหายต่อรถยนต์ ค่ารักษาพยาบาล หรือความเสียหายต่อบุคคลภายนอก หากมีผู้ขับขี่คนอื่นที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของรถก่อนเสียชีวิต ประกันก็ยังคุ้มครองตามเงื่อนไขเดิมของกรมธรรม์โดยไม่สิ้นสุดสิทธิ์
กรณีเจ้าของรถเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เอง
หากเจ้าของรถเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ของตัวเอง ผู้รับผลประโยชน์หรือทายาทโดยชอบธรรมสามารถเรียกค่าสินไหมจาก พ.ร.บ. กรณีเสียชีวิต และจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ โดย พ.ร.บ. จะจ่ายค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด ส่วนกรมธรรม์ภาคสมัครใจ เช่น ประกันชั้น 1 จะมีการจ่ายค่าสินไหมเพิ่มให้ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ ช่วยลดภาระทางการเงินของครอบครัวผู้เสียชีวิตได้

วิธีเช็กประกันรถยนต์ของผู้เสียชีวิต
กรมธรรม์กับสำนักงาน คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) เป็นขั้นตอนแรกสำคัญในการหาข้อมูลประกันผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะเมื่อไม่พบเอกสารกรมธรรม์ หรือไม่แน่ใจว่าผู้เสียชีวิตทำประกันไว้ที่ไหนบ้าง ตรวจสอบสิทธิ์ความคุ้มครองที่มีอยู่ ป้องกันการสูญเสียสิทธิ์ความคุ้มครอง ขั้นตอนดำเนินการทำได้ง่ายๆ ดังนี้
1. เตรียมเอกสารคำร้อง
ก่อนยื่นคำร้อง ควรเตรียมเอกสารให้พร้อม
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้เสียชีวิต
- สำเนาใบมรณบัตร
- สำเนาบัตรประชาชนของทายาทผู้ร้องขอ
- เอกสารแสดงความเป็นทายาท เช่น ทะเบียนสมรส หรือสูติบัตร
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)
2. ยื่นสำนักงาน คปภ. ใกล้บ้าน
นำเอกสารไปยื่นคำร้องขอตรวจสอบการทำประกันได้ที่สำนักงาน คปภ. สาขาใกล้บ้านหรือสาขาที่เดินทางสะดวก เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร พร้อมให้กรอกแบบฟอร์มคำร้องเพิ่มเติมในบางกรณี จากนั้นจะออกใบรับคำร้องให้เก็บไว้เป็นหลักฐานการยื่น ขั้นตอนนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และเจ้าหน้าที่จะบอกระยะเวลาดำเนินการ รวมถึงช่องทางติดต่อกลับเมื่อผลตรวจสอบเสร็จสิ้น
3. คปภ. ตรวจสอบ และแจ้งข้อมูลให้ทราบ
สำนักงาน คปภ. ตรวจสอบข้อมูลการทำประกันของผู้เสียชีวิตจากฐานข้อมูลกลางของบริษัทประกันภัยทั้งหมดในประเทศ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 15 – 30 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและจำนวนคำร้องในช่วงนั้น คปภ. จะแจ้งผลให้ทราบผ่านทางไปรษณีย์หรือช่องทางการติดต่อที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม รายงานที่ได้รับจะระบุชื่อบริษัทประกันที่ผู้เสียชีวิตทำไว้ หมายเลขกรมธรรม์ และประเภทความคุ้มครองเบื้องต้น
4. ติดต่อบริษัทประกัน
ขั้นตอนต่อไปคือติดต่อบริษัทประกันภัยที่ผู้เสียชีวิตทำกรมธรรม์ไว้โดยตรง เพื่อยืนยันรายละเอียดและดำเนินขั้นต่อไป สามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์ อีเมล หรือไปสาขาใกล้บ้าน ควรเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมเพื่อใช้ยืนยันสิทธิ์รับสินไหม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่บริษัทประกันจะช่วยตรวจสอบข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ ทุนประกัน และเงื่อนไขการคุ้มครอง พร้อมแนะนำขั้นตอนการเคลมให้ครบ
ในกรณีเป็นประกันรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ ทายาทอาจต้องโอนกรรมสิทธิ์รถและเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกัน เพื่อให้กรมธรรม์ยังมีผลต่อเนื่องตามกฎหมายและสามารถใช้สิทธิ์คุ้มครองได้

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต
ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์กรณีเจ้าของรถเสียชีวิตมีเพื่อชดเชยความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยกรณีเสียชีวิต หรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน
1. เตรียมเอกสารเคลมประกัน
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับเคลมประกันกรณีเจ้าของรถเสียชีวิตมีดังนี้
- กรมธรรม์ประกันภัยฉบับจริง
- ใบมรณบัตรฉบับจริง
- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เสียชีวิต
- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับผลประโยชน์
- ใบรับรองแพทย์ที่ระบุสาเหตุการเสียชีวิต
- สำเนาบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ (กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์)
- เอกสารแสดงความเป็นทายาทโดยธรรม เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส หรือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ
- สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารของผู้รับผลประโยชน์ ใช้สำหรับโอนเงินค่าสินไหมทดแทน
2. กรอกแบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมมรณกรรม
ขั้นตอนต่อไปคือการกรอกแบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมมรณกรรม เป็นเอกสารที่ใช้ยื่นต่อบริษัทประกันเพื่อขอรับค่าสินไหม ผู้รับผลประโยชน์หรือทายาทต้องกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้ครบถ้วน โดยระบุรายละเอียดการเสียชีวิต วันที่และสถานที่เกิดเหตุ สาเหตุการเสียชีวิต และข้อมูลผู้รับผลประโยชน์
ควรตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลทุกส่วนก่อนลงนาม และต้องลงลายมือชื่อรับรองในแบบฟอร์ม หากมีผู้รับผลประโยชน์หลายคน ทุกคนต้องลงนามในแบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมมรณกรรมร่วมกัน เพื่อยืนยันสิทธิ์และความถูกต้องของข้อมูลที่ยื่นต่อบริษัทประกัน
3. ส่งเอกสารให้บริษัทประกัน
ขั้นตอนต่อไปคือนำเอกสารทั้งหมดส่งให้บริษัทประกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์และดำเนินจ่ายค่าสินไหม โดยสามารถส่งได้ 2 ช่องทาง คือส่งทางไปรษณีย์ไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัทประกัน หรือยื่นเอกสารด้วยตัวเองที่สาขาใกล้บ้าน เพื่อความรวดเร็วในการรับเรื่อง
เมื่อบริษัทประกันได้รับเอกสารแล้ว จะออกเอกสารรับเรื่อง (ใบรับคำร้อง) ให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งระยะเวลาพิจารณา ทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 15 – 30 วันทำการ หลังจากนั้นบริษัทจะประเมินข้อมูลและแจ้งผลการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้ผู้รับผลประโยชน์ทราบตามสิทธิ์ในกรมธรรม์
ทำอย่างไรให้ได้รับค่าสินไหมเร็วขึ้น?
ค่าสินไหมทดแทน คือเงินชดเชยที่บริษัทประกันจ่ายให้ผู้เอาประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ เมื่อเกิดเหตุที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยกรณีเสียชีวิต ความเสียหายต่อรถยนต์ หรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
เพื่อให้การรับค่าสินไหมทดแทนราบรื่นและรวดเร็ว ควรเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ครั้งแรกที่ยื่นเรื่อง และ ตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลในเอกสารทุกฉบับอย่างละเอียด หากบริษัทประกันขอเอกสารเพิ่ม ควรรีบจัดส่งทันทีเพื่อไม่ให้ล่าช้า นอกจากนี้ การเลือกรับเงินค่าสินไหมผ่านการโอนเข้าบัญชีธนาคาร ช่วยให้รับเงินเร็วกว่ารอรับเช็กทางไปรษณีย์ และยังปลอดภัยกว่าด้วย หากพบว่าพิจารณาล่าช้าเกินกำหนด สามารถติดต่อสำนักงาน คปภ. เพื่อสอบถามและติดตามเรื่องได้โดยตรง
หากเจ้าของรถเสียชีวิต ต้องเปลี่ยนชื่อกรรมสิทธิ์รถไหม?
เมื่อเจ้าของรถยนต์เสียชีวิต รถคันนั้นยัง เป็นทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต และต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้ทายาทโดยชอบธรรม เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายและสามารถทำธุรกรรมได้ในอนาคต เช่น ต่อทะเบียน หรือทำประกันใหม่ การโอนกรรมสิทธิ์เป็นการยืนยันความเป็นเจ้าของรถคันนั้นในนามของทายาทที่ได้รับสิทธิ์ต่อจากเจ้าของเดิม
สำหรับประกันภัยเดิมของรถยนต์ยังมีผลบังคับใช้จนกว่าจะครบกำหนดอายุกรมธรรม์ แม้จะอยู่ระหว่างขั้นตอนการโอนชื่อ ความคุ้มครองยังครอบคลุมทั้งตัวรถและบุคคลตามเงื่อนไขเดิม แต่หลังจากโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ควรแจ้งบริษัทประกันเพื่อปรับข้อมูลผู้เอาประกันให้ตรงกับเจ้าของใหม่
ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์หลังเจ้าของเสียชีวิต
- เตรียมเอกสาร เช่น ใบมรณบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนผู้เสียชีวิต
- นำเอกสารแสดงความเป็นทายาท เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส หรือหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
- ยื่นเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ ที่กรมการขนส่งทางบก พร้อมกรอกแบบคำขอโอนรถ
- ชำระค่าธรรมเนียมการโอน และรอรับเล่มทะเบียนที่อัปเดตชื่อเจ้าของใหม่
ทำไมต้องเลือกประกันติดโล่?
‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย
เราอยากเห็นผู้คนมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง และรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในชีวิตได้แบบไม่สะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ปัญหาของลูกค้าให้เหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง
- ตัวแทนขายประกันรถยนต์ที่มีมากกว่า 1,800 สาขาทั่วไทย
- ตัวแทนขายประกันรถยนต์ที่มีสินค้าประกันภัยให้เลือกมากกว่า 15 บริษัทชั้นนำ
- ทุกเรื่องประกันโทรเบอร์เดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามให้ถึงเคลม
- แนะนำตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน มั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
- มีใบอนุญาตจาก คปภ. และมาตรฐานการรับรอง DBD Registered
- เจ้าแรกที่ให้บริการผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% สูงสุด 10 งวด ไม่ง้อบัตรเครดิต ซื้อปุ๊ป! คุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรกที่จ่าย
- จ่ายเบี้ยประกันได้ที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย มี SMS แจ้งเตือนชำระเงิน หรือแจ้งยืนยันการชำระเบี้ยให้ลูกค้าได้อุ่นใจว่าเงินที่ชำระไปถึงมือบริษัทประกันภัยแน่นอน
- โปร่งใส ชี้แจงครบ ไม่หมกเม็ด วางใจได้ว่าจะไม่ถูกบวกเบี้ยหรือเสียผลประโยชน์ ชี้แจงข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน รวมทั้งเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
- มาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม กระตือรือร้นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าตั้งแต่แนะนำ ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย
สรุป
ในกรณีเจ้าของรถเสียชีวิต ประกันรถยนต์ยังคุ้มครองอยู่จนกว่ากรมธรรม์จะหมดอายุ ทั้งในส่วนของการเรียกค่าสินไหมจาก พ.ร.บ. กรณีเสียชีวิต และประกันภัยภาคสมัครใจ สามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ เพื่อลดภาระทางการเงินของครอบครัว แต่ถ้าไม่รู้ว่าผู้เสียชีวิตทำประกันไว้กับบริษัทไหน ตรวจสอบได้ที่สำนักงาน คปภ. ทุกสาขาทั่วประเทศ แค่เตรียมเอกสารให้ครบและปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด ก็สามารถเช็กข้อมูลประกันและเคลมได้แล้ว
เพื่อความอุ่นใจในการขับขี่ ประกันติดโล่โดยเงินติดล้อ แนะนำให้ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อตัวรถ ชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ให้คุณขับขี่ได้มั่นใจทุกเส้นทาง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถยนต์กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต (FAQ)
กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต ต่อภาษีได้ไหม?
ต่อภาษีได้ตามปกติ แม้เจ้าของรถจะเสียชีวิตแล้ว ทายาทหรือผู้ดูแลทรัพย์สินสามารถนำเอกสาร เช่น ใบมรณบัตร และหลักฐานแสดงความเป็นทายาท ไปยื่นที่กรมการขนส่งทางบกเพื่อต่อภาษีชั่วคราวได้ แต่ควรโอนกรรมสิทธิ์ให้เสร็จโดยเร็วให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย
กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต ต่อประกันได้ไหม?
ต่อประกันได้ ทายาทหรือผู้ครอบครองรถสามารถต่ออายุกรมธรรม์เดิมได้จนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย เพื่อให้รถยังได้รับความคุ้มครองต่อเนื่อง ทั้งนี้ ควรแจ้งบริษัทประกันเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อเจ้าของใหม่ เพื่อปรับข้อมูลในระบบให้ถูกต้อง
กรณีเจ้าของรถเสียชีวิต ต้องผ่อนต่อไหม?
หากรถยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระกับไฟแนนซ์ สัญญาผ่อนจะยังคงมีผลตามเดิม ทายาทหรือผู้ค้ำประกันต้องรับภาระชำระค่างวดต่อไปตามสัญญา หากผู้เสียชีวิตมีประกันสินเชื่อคุ้มครองหนี้ เช่น ประกันคุ้มครองสินเชื่อรถยนต์ บริษัทประกันจะชำระหนี้คงค้างแทนตามวงเงินที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์

