เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ชั้น 1, 2, 3 เลือกแบบไหนให้คุ้มค่า?

เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ชั้น 1, 2, 3 เลือกแบบไหนให้คุ้มค่า?
209,875

Key Takeaway

  • เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ราคาแพงสุดเพราะคุ้มครองครบทุกเหตุ ชั้น 2+ และ 3+ ราคาปานกลางตามระดับคุ้มครอง ส่วนชั้น 2 และ 3 ถูกสุดเพราะไม่คุ้มครองรถเราในบางกรณี
  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับรถใหม่และคนที่ต้องการความคุ้มครองสูงสุด ชั้น 2+ กับ 3+ เหมาะกับรถสภาพปานกลาง – เก่า ส่วนรถชั้น 2 และ 3 เหมาะกับรถเก่าหรือผู้ขับที่มีความเสี่ยงต่ำ
  • สิ่งที่ต้องรู้ก่อนต่อประกันรถยนต์ คือต้องเข้าใจประเภทประกัน เปรียบเทียบความคุ้มครอง ดูเงื่อนไข ค่าเบี้ย และเลือกบริษัทที่บริการดี เพื่อให้ได้แผนประกันที่คุ้มกับการใช้งานจริง
  • วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ให้ต่อได้คุ้มค่า คือใช้วิธีติดกล้อง ลดการเคลม เลือกซ่อมอู่ ระบุคนขับ กำหนด Deductible และหาโปรโมชัน เพื่อให้ได้เบี้ยที่ประหยัดโดยไม่ลดความคุ้มครองหลัก

การเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าความคุ้มครองที่ได้ตอบโจทย์ชีวิตจริงมากแค่ไหน การเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ชั้น 1, 2 และ 3 จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ตัดสินใจได้คุ้มค่า

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครบสุด ทั้งรถเรา รถคู่กรณี รวมถึงเหตุไม่มีคู่กรณี จึงมีราคาสูงกว่า ส่วนประกันชั้น 2 คุ้มครองน้อยลง ราคาจึงต่ำลง ขณะที่ประกันชั้น 3 เป็นแบบพื้นฐานสุด ราคาถูกสุด แต่ความคุ้มครองก็ลดหลั่นตามไป บทความนี้จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมทั้งหมดง่ายๆ ก่อนเลือกประกันที่เข้ากับงบและไลฟ์สไตล์

เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์แต่ละชั้น ต่างกันอย่างไร?

เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์แต่ละชั้น ต่างกันอย่างไร?

ราคาประกันรถยนต์แต่ละชั้นถูกออกแบบให้สอดคล้องกับระดับความคุ้มครองที่ได้รับ ยิ่งคุ้มครองครอบคลุมมาก ราคาเบี้ยก็ยิ่งสูงตามลำดับ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมง่ายขึ้น มาเปรียบเทียบประกันรถยนต์ชั้น 1, 2, 3, 3+ และ 2+ พร้อมมุมมองว่าทำไมราคาจึงต่างกัน หรือประกันชั้น 1, 2, 3 คุ้มครองอะไรบ้าง รวมถึงชั้น 3+ และ 2+ ด้วย ไปดูกัน!

ประกันรถยนต์ชั้น 1

ประกันชั้น 1 ถือเป็นระดับคุ้มครองสูงสุด ดูแลทั้งรถเรา รถคู่กรณี รวมถึงเหตุไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา รถชนไม่มีคู่กรณี ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือรถหาย จึงเป็นตัวเลือกที่ให้ความสบายใจมากสำหรับคนใช้รถ ส่วนราคาเริ่มต้นไม่ถึงหมื่นจนถึงประมาณ 35,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อรถ อายุรถ รุ่น ความเสี่ยง พื้นที่ใช้งาน และประวัติการเคลม ถ้าใช้รถใหม่หรืออยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงอุบัติเหตุ ราคาอาจสูงขึ้นตามระดับความคุ้มครองที่เลือก

ประกันรถยนต์ชั้น 2+

ประกันชั้น 2+ เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าสำหรับคนที่อยากได้ความคุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 แต่ราคาย่อมเยากว่า เพราะยังคุ้มครองไฟไหม้ รถหาย รวมถึงซ่อมรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก แต่ไม่คุ้มครองรถชนไม่มีคู่กรณี ราคาเริ่มต้นประมาณ 5,500 – 12,000 บาทต่อปี ปัจจัยราคาขึ้นกับอายุรถ รุ่น วงเงินซ่อม และสถิติอุบัติเหตุในพื้นที่ใช้งาน ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับรถที่ไม่จำเป็นต้องทำชั้น 1 แล้ว

ประกันรถยนต์ชั้น 2

ประกันชั้น 2 เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองเหตุร้ายแรง เช่น ไฟไหม้หรือรถหาย และยังดูแลคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเรา ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคู่กรณี ทำให้เป็นตัวเลือกที่ราคาย่อมเยาอยู่ในช่วงประมาณ 5,000 – 8,000 บาทต่อปี ปัจจัยราคาขึ้นอยู่กับอายุรถ รุ่น ยี่ห้อ และระดับความเสี่ยงในพื้นที่ที่ใช้รถ

ประกันรถยนต์ชั้น 3+

ประกันชั้น 3+ เหมาะกับคนที่ต้องการประกันราคาประหยัด แต่ยังอยากได้ความคุ้มครองรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก โดยคุ้มครองทั้งรถเรา รถคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล และทรัพย์สินภายนอก แต่ไม่ดูแลรถชนแบบไม่มีคู่กรณี ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม ราคาอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 9,000 บาทต่อปี ปัจจัยราคาขึ้นอยู่กับอายุรถ รุ่น จังหวัดที่ใช้รถ และประวัติการเคลมที่ผ่านมา

ประกันรถยนต์ชั้น 3

ประกันชั้น 3 คือแผนพื้นฐานที่สุด ให้ความคุ้มครองรถคู่กรณี ความเสียหายต่อบุคคลภายนอก และค่ารักษาพยาบาลผู้ขับ ผู้โดยสาร แต่ไม่คุ้มครองรถเราเลย แม้จะชนกับรถก็ตาม เหมาะสำหรับรถเก่าหรือคนที่ต้องการแค่ความคุ้มครองตามกฎหมาย ราคาอยู่ในช่วงประมาณ 2,000 – 4,000 บาทต่อปี โดยปัจจัยราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดรถ อายุรถ และพื้นที่ใช้งานเป็นหลัก ทำให้เป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดสำหรับคนใช้รถที่มีความเสี่ยงต่ำหรือใช้งานไม่มาก

ประกันรถยนต์แต่ละชั้นเหมาะกับใคร

เทียบราคาประกันแล้ว มาดูการเลือกประกันรถยนต์ให้ตรงกับการใช้งานจริง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและได้ความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ ประกันแต่ละชั้นต่างกันอย่างไร เหมาะกับใคร ไปดูกัน!

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับรถใหม่ 0 – 5 ปี คนใช้รถทุกวัน เสี่ยงเฉี่ยวชนสูง หรือคนที่ต้องการความคุ้มครองครบทั้งรถเราและเหตุไม่มีคู่กรณี
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับรถอายุ 4 – 10 ปี ที่ยังอยากได้ความคุ้มครองไฟไหม้ รถหาย และซ่อมรถเราเมื่อชนกับรถอื่น แต่ไม่อยากจ่ายเบี้ยแพงแบบชั้น 1
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2 เหมาะกับรถที่มีความเสี่ยงต่ำ ใช้ไม่บ่อย หรือจอดในที่ปลอดภัย ต้องการคุ้มครองไฟไหม้ รถหาย แต่ไม่เน้นซ่อมรถตัวเอง
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3+ เหมาะกับรถอายุ 6 – 15 ปี หรือคนที่ต้องการประกันราคาประหยัดแต่ยังคุ้มครองรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3 เหมาะกับรถอายุ 10 – 20 ปี หรือคนที่ต้องการแค่คุ้มครองขั้นต่ำเพื่อดูแลคู่กรณีในราคาถูก ไม่จำเป็นต้องซ่อมรถตัวเอง
4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนต่อประกันรถยนต์

4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนต่อประกันรถยนต์

ก่อนกดต่อประกันรถยนต์ทุกปี การทบทวนความต้องการและความคุ้มครองที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้ประกันที่คุ้มค่า ตรงการใช้งาน และไม่จ่ายเกินจำเป็น ต่อไปนี้คือ 4 ข้อสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจต่ออายุกรมธรรม์

  1. เข้าใจประเภทประกันรถยนต์และทำให้ครอบคลุมทุกความเสี่ยง ควรพิจารณาว่ารถต้องการความคุ้มครองระดับไหน ชั้น 1, 2+, 3+ หรือ 3 ดูจากอายุรถ พฤติกรรมการขับ และความเสี่ยงที่เจอบ่อย เพื่อให้ความคุ้มครองครอบคลุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน
  2. เปรียบเทียบประกันรถยนต์ให้เหมาะกับการใช้งานรถ ตรวจสอบว่าใช้รถแบบไหน เช่น ใช้ทุกวันในเมือง รถจอดกลางแจ้ง หรือขับต่างจังหวัดบ่อย การเลือกประกันที่ตรงกับไลฟ์สไตล์จะช่วยให้ได้คุ้มครองถูกจุด ไม่จ่ายแพงโดยไม่จำเป็น
  3. ดูเงื่อนไขความคุ้มครองและค่าเบี้ยประกันของแต่ละบริษัท แต่ละบริษัทอาจให้ความคุ้มครองต่างกัน แม้ประกันจะเป็นชั้นเดียวกัน ควรอ่านเงื่อนไข เช่น ซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ วงเงินคุ้มครองรถเรา คู่กรณี และค่าเสียหายส่วนแรก เพื่อให้มั่นใจว่าค่าเบี้ยที่จ่ายคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับ
  4. เลือกบริษัทประกันที่เหมาะสม พิจารณาจากความน่าเชื่อถือ ระบบเคลม ความรวดเร็วในการบริการ และรีวิวจากลูกค้าจริง เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดเหตุจะได้รับการดูแลที่ดีและแก้ไขปัญหาได้ไม่ยุ่งยาก

วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ให้ต่อได้คุ้มค่า

อยากต่อประกันปีหน้าแบบจ่ายน้อยลงแต่ยังได้ความคุ้มครองครอบคลุม? ทำได้ไม่ยาก ถ้ารู้เทคนิคที่ช่วยลดเบี้ยโดยไม่กระทบความคุ้มครองหลัก มาดูวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริง และเหมาะกับคนใช้รถหลายรูปแบบ

  • ติดกล้องหน้ารถยนต์ เลือกติดกล้องที่มีความละเอียดชัดเจนและบันทึกเหตุการณ์ได้ตลอดเวลา บริษัทประกันส่วนมากลดเบี้ยให้เพราะช่วยพิสูจน์เหตุได้ชัดเจน ลดความเสี่ยงข้อพิพาท
  • รักษาประวัติการเคลมไว้ให้ดี ขับรถอย่างระมัดระวัง ไม่เคลมบ่อย เพราะบริษัทจะมอบส่วนลดประวัติดี (NCB) ทำให้เบี้ยปีต่อถูกลงอย่างเห็นได้ชัด
  • เลือกซ่อมอู่จ่ายเบี้ยน้อยกว่า ถ้าไม่จำเป็นต้องซ่อมศูนย์ เลือกแผนซ่อมอู่ในเครือจะช่วยลดเบี้ยลงได้มาก เหมาะกับรถอายุ 5 ปีขึ้นไปหรือคนที่ไม่ต้องการจ่ายแพงเกินจำเป็น
  • กำหนดค่าเสียหายส่วนแรก เลือก Deductible ตามงบที่รับได้ เช่น 1,000 – 3,000 บาท จะช่วยลดเบี้ยต่อปีได้ เหมาะกับคนขับที่เกิดเหตุไม่บ่อย
  • ตรวจเช็กโปรโมชันประจำเดือน บริษัทประกันและโบรกเกอร์มีส่วนลด ทั้งส่วนลดราคา ผ่อน 0% หรือของแถมต่างๆ ช่วยลดค่าเบี้ยโดยไม่ต้องลดความคุ้มครอง
  • ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ การซื้อประกันผ่านเว็บไซต์หรือแอปได้ราคาถูกกว่าหน้าสาขา เพราะลดต้นทุนการให้บริการ ทำให้ได้เบี้ยที่คุ้มขึ้น 
  • เลือกค่าเสียหายส่วนแรก เช่น 1,000 – 2,000 บาท เพื่อให้เบี้ยลดลง เหมาะกับคนขับดีหรือความเสี่ยงต่ำ
  • เลือกความคุ้มครองเสริมเฉพาะที่จำเป็น ตัดความคุ้มครองที่ไม่ค่อยได้ใช้ เช่น ค่าเบี้ยคนขับสำรอง หรือความคุ้มครองเฉพาะทางบางอย่าง เพื่อให้ราคาอยู่ในงบโดยไม่ลดความคุ้มครองหลัก

ทำไมต้องเลือกประกันติดโล่?

‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!

เราอยากเห็นผู้คนมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง และรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในชีวิตได้แบบไม่สะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ปัญหาของลูกค้า ให้เหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง

  •  โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีมากกว่า 1,800 สาขาทั่วไทย
  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
  • ทุกเรื่องประกันโทรเบอร์เดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง
  • แนะนำตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน มั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
  • มีใบอนุญาตจาก คปภ. และมาตรฐานการรับรอง DBD Registered
  • ผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% สูงสุด 10 งวด ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ง้อบัตรเครดิต ซื้อปุ๊ป! คุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรกที่จ่าย
  • จ่ายเบี้ยประกันได้ที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย มี SMS แจ้งเตือนชำระเงิน หรือแจ้งยืนยันการชำระเบี้ยให้ลูกค้าได้สบายใจว่าเงินที่ชำระไปถึงมือบริษัทประกันภัยแน่นอน
  • โปร่งใส ชี้แจงครบ ไม่หมกเม็ด วางใจได้ว่าจะไม่ถูกบวกเบี้ยหรือเสียผลประโยชน์ ชี้แจงข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน รวมทั้งเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
  • มาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม กระตือรือร้นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าตั้งแต่แนะนำ ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย
  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง 

สรุป

ได้เห็นกันไปแล้วว่า ประกันรถยนต์แต่ละชั้นต่างกันอย่างไร การเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์แต่ละชั้นช่วยให้เลือกแผนที่เหมาะกับงบและการใช้งานจริงได้ง่ายขึ้น ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองสูงสุด เหมาะกับรถใหม่หรือคนที่ต้องการความสบายใจครบด้าน ส่วนชั้น 2+ และ 3+ เป็นตัวเลือกคุ้มค่า ให้ความคุ้มครองสำคัญในราคาย่อมเยา ขณะที่ชั้น 2 และชั้น 3 เหมาะกับรถเก่า งบน้อย หรือคนใช้รถที่มีความเสี่ยงต่ำ การต่อประกันทุกปีควรดูประเภทความคุ้มครอง เงื่อนไขเบี้ยประกัน บริษัทที่ให้บริการ รวมถึงเทคนิคต่างๆ ในการลดเบี้ย เพื่อให้ได้ประกันที่คุ้มค่า

ใครอยากได้ประกันรถยนต์ราคาดี ผ่อนได้สบาย ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ เป็นอีกทางเลือกที่มีแผนครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งชั้น 1, 2+, 2, 3+, 3 พร้อมบริการให้คำปรึกษา แนะนำประกันที่เหมาะสม ดูแลเรื่องการเคลม เหมาะกับคนใช้รถที่ต้องการปกป้องรถและควบคุมค่าใช้จ่ายไปพร้อมกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ (FAQ)

ประกันชั้น 1 สำหรับรถกระบะ 4 ประตู ราคาเท่าไร?

เบี้ยประกันชั้น 1 รถกระบะ 4 ประตูส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 13,000 – 20,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น ทุนประกัน ซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ และประวัติการเคลม ถ้าเลือกซ่อมอู่เบี้ยถูกกว่า (ประมาณหลัก 1 หมื่นกลาง) ส่วนซ่อมศูนย์จะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ให้ความสบายใจเรื่องอะไหล่แท้และมาตรฐานศูนย์

รู้หรือไม่? ถ้าซื้อที่ประกันติดโล่ เริ่มต้นแค่ 11,790 บาท โดย บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย

รถอายุ 5 ปี ควรทำประกันแบบไหนดี?

รถอายุ 5 ปี ยังอยู่ในช่วงที่เหมาะกับประกันชั้น 1 ทั้งซ่อมศูนย์และซ่อมอู่ ถ้าต้องการคุ้มครองรอบคัน รถหาย ไฟไหม้ ชนเสา ล้มเอง เป็นต้น ถ้างบจำกัด หรือรับความเสี่ยงชนสิ่งของเองได้ ประกันชั้น 2+ ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า เพราะคุ้มครองรถชนรถ รถหาย ไฟไหม้ และบุคคลภายนอกในเบี้ยที่ถูกลง

รถปี 2000 ทำประกันได้ไหม?

รถปี 2000 (อายุกว่า 20 ปี) ยังสามารถทำประกันได้ แต่ส่วนใหญ่จะเหลือเป็นประกันชั้น 3 หรือ 3+ และบางบริษัทมี 2+ สำหรับรถเก่าที่มูลค่ารถยังไม่ต่ำเกินไป ในบางเคสที่รถสภาพดีมากและมีประวัติขับดี บริษัทบางรายยังอาจรับชั้น 1 หรือ 2+ แบบพิเศษได้ แต่ต้องให้ตัวแทนหรือโบรกเกอร์ช่วยเช็กเป็นรายคัน

แต่ถ้าซื้อประกันกับประกันติดโล่ รถ 20 – 25 ปี ก็สามารถทำประกันชั้น 1 ได้ เพราะเรามีแผนประกันรองรับ



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สนใจ ประกันรถยนต์

กรอกข้อมูลติดต่อ

การกดส่งข้อมูลแสดงว่าคุณอ่านและรับทราบ
นโยบายความเป็นส่วนตัว เรียบร้อยแล้ว

บทความแนะนำ
  • ไม่หลบรถพยาบาลเปิดไซเรน ระวังผิดกฎหมายรถฉุกเฉิน และเจตนาฆ่า!
    รถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไฟวับวาบและเปิดเสียงไซเรน คุณควรหลีกทางให้รถพยาบาลแบบด่วนๆ เพราะถ้าฝ่าฝืนทำตัวขวางโลกรู้ไหมว่าผิดกฎหมายรถฉุกเฉิน และมีเจตนาฆ่าด้วย!
    570,336
  • รถเป็นรอยขูดทำไงดี รวมวิธีรับมือช่วยลบรอยง่ายๆ แบบเบื้องต้น
    อยู่ๆ รถสุดที่รักก็โดนขูดเป็นรอยลึก หาตัวคนผิดก็ไม่ได้ คู่กรณีก็ไม่มี แล้วแบบนี้ประกันรถยนต์จะรับเคลมไหม ต้องจ่ายค่าทำสีรถใหม่เองหรือเปล่า ทำยังไงได้บ้าง?
    569,747
  • วันหยุดยาวเดือนพฤษภาคมมาแล้ว เตรียมคน-รถพร้อมแล้วหรือยัง?
    วันหยุดยาวเดือนพฤษภาคม 2565 มาแล้ว อยากเที่ยวจะแย่ ว่าแต่ว่าจะขับรถเที่ยวทางไกลทั้งทีต้องเตรียมคน-เตรียมรถยังไงบ้างนะ เพื่อให้ทริปนี้มีแต่ความสุข
    561,133