โบรกเกอร์ประกันคืออะไร? ต่างจากซื้อผ่านบริษัทประกันอย่างไร
Key Takeaway
- โบรกเกอร์ประกัน คือคนกลางระหว่างผู้เอาประกันและบริษัทประกัน คอยช่วยเปรียบเทียบเบี้ย แนะนำความคุ้มครองที่เหมาะกับงบและการใช้งาน รวมถึงดูแลเอกสารและการเคลมให้ครบทุกขั้นตอน
- การซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์ได้เปรียบกว่า เพราะมีหลายบริษัทให้เลือก เปรียบเทียบราคาได้ โปร่งใส และมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลสิทธิประโยชน์เป็นกลางตั้งแต่เริ่มจนถึงหลังเคลม
- บริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยที่น่าเชื่อถือต้องมีใบอนุญาตจาก คปภ. ตรวจสอบได้จริง มีช่องทางติดต่อชัดเจน รีวิวลูกค้าดี และมีทีมบริการหลังการขายที่ช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
- วิธีเลือกโบรกเกอร์ประกันภัยให้เหมาะสม พิจารณางบประมาณและรูปแบบกรมธรรม์ เลือกโบรกเกอร์ที่มีบริการทั้งออนไลน์และออฟไลน์ อ่านรีวิวจากลูกค้าจริง และเลือกคนที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือได้ตลอดเวลา
“เพราะการซื้อประกันดีๆ ต้องเริ่มจากการเลือกโบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้ก่อนเสมอ”
ประกันรถยนต์ก็เหมือนเกราะป้องกันเงินในกระเป๋าล่วงหน้า เพราะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด บริษัทประกันจะช่วยดูแลค่าเสียหายแทนเรา ด้วยเงินที่เราจ่ายแค่เล็กน้อยเพื่อแลกกับความอุ่นใจมหาศาล หลายคนอาจคิดว่าซื้อที่ไหนก็เหมือนกัน ทั้งออฟไลน์หรือออนไลน์ แต่เคยไหม? จะต่อประกันทีไรรู้สึกต้องทำความเข้าใจหนักมาก ทั้งเรื่องราคา ความคุ้มครอง และเงื่อนไขที่อ่านเท่าไรก็ไม่จบสักที ส่วนนี้ ‘โบรกเกอร์ประกันรถยนต์’ จะเข้ามาช่วย!
โบรกเกอร์ประกันภัย คือตัวแทนขายประกันรถยนต์ หรือนายหน้าประกันวินาศภัย เป็นคนกลางระหว่างผู้เอาประกันและบริษัทประกัน เพื่อเลือกความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ลูกค้า ทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของลูกค้ามากกว่าผลประโยชน์ของบริษัท ใครที่ยังสับสนว่าทำไมควรเลือกซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์ บทความนี้มีคำตอบ!

โบรกเกอร์ประกันคืออะไร? มีหน้าที่อะไร
โบรกเกอร์ประกัน คือตัวแทนขายประกันรถยนต์ หรือนายหน้าประกันวินาศภัย ที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างผู้เอาประกันและบริษัทประกัน ช่วยเปรียบเทียบเบี้ยประกันจากหลายบริษัท แนะนำกรมธรรม์ที่เหมาะกับงบและรูปแบบการใช้งานของลูกค้า รวมถึงช่วยประสานงานเรื่องเอกสารและการเคลมเมื่อเกิดเหตุ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ คุ้มค่าในราคาที่ไม่แพง ทั้งยังช่วยให้การทำประกันเป็นเรื่องง่ายและอุ่นใจมากขึ้นอีกด้วย
โบรกเกอร์ประกัน VS. บริษัทประกัน เลือกซื้อแบบไหนดี?
เวลาซื้อประกัน หลายคนอาจสงสัยว่าควรซื้อผ่านโบรกเกอร์หรือบริษัทประกันโดยตรง? ถ้าอยากได้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าและยืดหยุ่น การซื้อผ่านโบรกเกอร์ประกันตอบโจทย์มากกว่า เพราะโบรกเกอร์ไม่ได้ขายให้แค่บริษัทเดียว แต่สามารถเปรียบเทียบเบี้ยและความคุ้มครองจากหลายบริษัทได้ในที่เดียว ได้เบี้ยประกันถูกกว่าซื้อกับบริษัทโดยตรง แถมยังเป็นคนกลางที่เป็นกลางจริงๆ คอยปกป้องสิทธิ์ของลูกค้า ช่วยประสานงานดูแลเรื่องเคลม เอกสาร และบริการหลังการขายให้ครบ
ลองนึกภาพง่ายๆ เหมือนเวลาซื้อโทรศัพท์ ถ้าไปที่ช็อปของแบรนด์เดียว ก็มีให้เลือกแค่รุ่นของแบรนด์นั้น แต่ถ้าไปที่ร้านรวมหลายยี่ห้อ จะได้เลือกมากกว่า เปรียบเทียบได้ และอาจได้ราคาที่ดีกว่าด้วย และนี่คือข้อดีของการซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์ ที่ให้ตัวเลือกหลากหลายและบริการที่ใส่ใจมากกว่า

วิธีเลือกโบรกเกอร์ประกันภัยให้เหมาะกับคุณ
การเลือก Broker ประกันภัยที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเท่านั้น แต่ควรเลือกจากความต้องการของเราเป็นหลัก เริ่มจากดูงบที่ตั้งไว้และรูปแบบกรมธรรม์ที่ต้องการ ว่าความคุ้มครองแบบไหน ตอบโจทย์มากน้อยแค่ไหน จากนั้นเลือกโบรกเกอร์ที่มีบริการทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ติดต่อสะดวกทุกสถานการณ์ อย่าลืมอ่านรีวิวจากลูกค้าจริง หรือเช็กบริการหลังการขาย เช่น การช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือขั้นตอนการเคลม เพราะโบรกเกอร์ที่ดีไม่ใช่แค่ขายประกัน แต่ต้องอยู่ดูแลตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของกรมธรรม์ด้วย
ขั้นตอนการซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์
การซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์ไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด ใช้เวลาไม่นานก็ได้กรมธรรม์ครบพร้อมความคุ้มครอง ขึ้นอยู่กับประเภทของประกันและการตรวจสอบเอกสาร มาดูขั้นตอนง่ายๆ กันเลย!
- แจ้งความต้องการและงบประมาณ เริ่มจากบอกโบรกเกอร์ว่าอยากได้ประกันประเภทไหน เช่น ประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือชั้น 2+ พร้อมระบุงบที่ตั้งไว้
- รับใบเสนอราคาและเปรียบเทียบแผนประกัน โบรกเกอร์จะรวบรวมแผนจากหลายบริษัทมาให้เปรียบเทียบ ทั้งราคา ความคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์
- ยืนยันการซื้อและส่งเอกสารประกอบ เมื่อเลือกแผนที่ต้องการแล้ว ให้ส่งเอกสาร เช่น สำเนาทะเบียนรถ หรือบัตรประชาชน เพื่อขออนุมัติกรมธรรม์
- ตรวจสอบข้อมูลและชำระค่าเบี้ยประกัน ก่อนชำระเงิน โบรกเกอร์จะส่งรายละเอียดกรมธรรม์ให้ตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อป้องกันข้อมูลผิดพลาด
- รอรับกรมธรรม์และเริ่มต้นความคุ้มครอง หลังจากชำระค่าเบี้ยเรียบร้อย ภายใน 1 – 3 วันทำการ จะได้รับกรมธรรม์ทางอีเมลหรือเอกสารตัวจริงจากโบรกเกอร์ พร้อมเริ่มความคุ้มครองทันที
บริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยที่น่าเชื่อถือมีลักษณะอย่างไร?
ก่อนตัดสินใจซื้อประกัน การเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของเราตลอดอายุกรมธรรม์ โดยบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
- มีใบอนุญาตจาก คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) เพื่อยืนยันว่าเป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับการรับรองถูกต้องตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของ คปภ.
- มีช่องทางติดต่อที่ชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย เช่น เบอร์โทร อีเมล หรือที่อยู่สำนักงานจริง รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่างเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย
- ได้รับรีวิวหรือเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าจริง การอ่านรีวิวจากผู้ใช้บริการที่ผ่านมา ช่วยให้เห็นภาพความน่าเชื่อถือและคุณภาพการให้บริการของโบรกเกอร์ได้
มีบริการหลังการขายที่ดูแลลูกค้าจริง เช่น ให้คำแนะนำระหว่างการต่ออายุกรมธรรม์ ช่วยประสานงานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือช่วยติดตามการเคลมจนจบขั้นตอน
ทำไมต้องเลือกประกันติดโล่?
‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย
เราอยากเห็นผู้คนมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง และรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในชีวิตได้แบบไม่สะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ปัญหาของลูกค้า ให้เหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง
- ตัวแทนขายประกันรถยนต์ที่มีมากกว่า 1,800 สาขาทั่วไทย
- ตัวแทนขายประกันรถยนต์ที่มีสินค้าประกันภัยให้เลือกมากกว่า 15 บริษัทชั้นนำ
- ทุกเรื่องประกันโทรเบอร์เดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามให้ถึงเคลม
- แนะนำตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน มั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
- มีใบอนุญาตจาก คปภ. และมาตรฐานการรับรอง DBD Registered
- เจ้าแรกที่ให้บริการผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% สูงสุด 10 งวด ไม่ง้อบัตรเครดิต ซื้อปุ๊ป! คุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรกที่จ่าย
- จ่ายเบี้ยประกันได้ที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย มี SMS แจ้งเตือนชำระเงิน หรือแจ้งยืนยันการชำระเบี้ยให้ลูกค้าได้อุ่นใจว่าเงินที่ชำระไปถึงมือบริษัทประกันภัยแน่นอน
- โปร่งใส ชี้แจงครบ ไม่หมกเม็ด วางใจได้ว่าจะไม่ถูกบวกเบี้ยหรือเสียผลประโยชน์ ชี้แจงข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน รวมทั้งเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
- มาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม กระตือรือร้นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าตั้งแต่แนะนำ ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย
สรุป
การเลือกซื้อประกันภัยไม่ใช่เรื่องซับซ้อน หากมีโบรกเกอร์ประกันภัยคอยช่วยดูแล เพราะโบรกเกอร์ประกันภัย คือผู้ช่วยที่ทำให้ทุกขั้นตอนง่ายและสบายใจมากขึ้น คอยเปรียบเทียบราคา เลือกความคุ้มครอง ไปจนถึงการเคลมประกัน ไม่ต้องเสียเวลาศึกษาหลายๆ บริษัทเอง และยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำประกันที่เหมาะกับงบและความต้องการอีกด้วย
หากกำลังมองหาบริการโบรกเกอร์ประกันภัยที่เชื่อถือได้และใส่ใจทุกขั้นตอน ลองเลือกประกันติดโล่โดยเงินติดล้อ บริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยที่พร้อมแนะนำและช่วยเปรียบเทียบประกันจากหลายบริษัทชั้นนำอย่างโปร่งใส มีบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดูแลตั้งแต่วันซื้อจนถึงวันเคลม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบรกเกอร์ประกัน (FAQ)
ประกันวินาศภัยมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
ประกันวินาศภัยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535
- ประกันอัคคีภัย คุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้และภัยธรรมชาติ
- ประกันภัยรถยนต์ สำหรับความเสียหายจากอุบัติเหตุทางรถ
- ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง คุ้มครองความเสียหายระหว่างการขนส่งสินค้า
- ประกันภัยเบ็ดเตล็ด เช่น ประกันอุบัติเหตุ สุขภาพ และโจรกรรม
หลักการประกันภัย 6 ข้อ มีอะไรบ้าง?
หลักการประกันภัยมี 6 ข้อสำคัญ
- หลักการเฉลี่ย (Contribution) กรณีมีหลายกรมธรรม์ต้องแบ่งชดใช้ตามส่วน
- หลักสุจริตใจอย่างยิ่ง (Utmost Good Faith) ต้องให้ข้อมูลตามความจริง
- หลักสาเหตุใกล้ชิด (Proximate Cause) จ่ายค่าสินไหมเฉพาะจากสาเหตุโดยตรง
- หลักการชดใช้ (Indemnity) จ่ายตามมูลค่าความเสียหายจริง
- หลักการสวมสิทธิ (Subrogation) ผู้รับประกันสามารถรับสิทธิเรียกร้องแทนผู้เอาประกันได้
- หลักการเฉลี่ย (Contribution) กรณีมีหลายกรมธรรม์ต้องแบ่งชดใช้ตามส่วน
ประกันชั้น 1 กับ 2+ ต่างกันอย่างไร?
ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครอบคลุมกว่าประกันทุกประเภท ทั้งกรณีมีหรือไม่มีคู่กรณี เช่น ชนสิ่งของหรืออุบัติเหตุเอง เคลมได้ทั้งหมด ส่วนประกันชั้น 2+ จะคุ้มครองเฉพาะเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก และยังครอบคลุมกรณีรถหาย ไฟไหม้ รวมถึงชีวิตและทรัพย์สินบุคคลภายนอก แต่ความคุ้มครองจะน้อยกว่าชั้น 1 เล็กน้อย

