น้ำมันแพงใช้รถน้อย ลดเบี้ยประกันรถยนต์ดีไหม พร้อมวิธีเลือกให้คุ้มค่า
|
สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย
|
ในยุคที่น้ำมันแพง กลายเป็นปัจจัยหลักที่บีบให้เจ้าของรถต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลายคนเลือกที่จะจอดรถไว้ที่บ้านแล้วหันไปใช้ขนส่งสาธารณะ หรือวางแผนการเดินทางให้รัดกุมขึ้น เมื่อพฤติกรรมการใช้รถเปลี่ยนไป “ความเสี่ยง” บนท้องถนนของก็ลดลงตามไปด้วย คำถามที่ตามมาคือ เรายังจำเป็นต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันในราคาเต็มอยู่หรือไม่? หรือลองเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ เพื่อหาแผนที่สอดคล้องกับการใช้งานจริงและช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่าเดิม บทความนี้มีคำตอบ!
เมื่อน้ำมันแพง พฤติกรรมคนใช้รถเปลี่ยนไปอย่างไร
คนใช้รถน้อยลง
- ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ผู้คนงดการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น ลดการเดินทางท่องเที่ยวระยะไกล ลดการออกไปทานอาหารนอกบ้าน หรือลดการชอปปิงซื้อของฟุ่มเฟือย
- หันมาทำงานที่บ้าน (Work From Home) ในสายงานที่สามารถทำได้ หลายคนเลือกที่จะขอทำงานจากที่บ้านมากขึ้น เพื่อลดจำนวนวันที่ต้องขับรถเข้าออฟฟิศและตัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
- ปรับเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยว ลดการเดินทางท่องเที่ยวแบบค้างคืนและหันมาเที่ยวระยะใกล้แบบไปเช้าเย็นกลับ (One Day Trip) แทน เพื่อควบคุมค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
เปลี่ยนไปใช้ทางเลือกอื่น
- พึ่งพาขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและวัยทำงาน หันมาใช้บริการรถประจำทาง รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน หรือรถตู้โดยสาร เพื่อประหยัดค่าเดินทางในชีวิตประจำวัน
- เปลี่ยนไปใช้รถยนต์พลังงานทางเลือก (EV / ไฮบริด) ผู้ที่ยังจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวเป็นประจำ เริ่มพิจารณาและเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถยนต์ไฮบริด เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันและลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว
- ใช้รถโดยสารสาธารณะสำหรับการเดินทางไกล ในช่วงเทศกาลที่ต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา ประชาชนเลือกที่จะทิ้งรถส่วนตัวไว้ที่บ้านแล้วจองตั๋วรถทัวร์ (บขส.) หรือรถร่วมบริการแทน
วางแผนการใช้รถอย่างรัดกุม
- รวมธุระไว้ในทริปเดียว วางแผนการเดินทางล่วงหน้าอย่างรอบคอบ หากมีธุระหลายแห่ง จะพยายามจัดการให้อยู่ในเส้นทางเดียวกันและเดินทางในรอบเดียว
- ใช้เทคโนโลยีช่วยเลือกเส้นทาง ใช้แอปพลิเคชันแผนที่นำทาง เช่น Google Maps ตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนออกเดินทางเสมอ เพื่อเลือกเส้นทางที่สั้นที่สุด หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางที่รถติดหนัก
- ปรับเปลี่ยนเวลาเดินทาง เลี่ยงการขับรถในช่วงเวลาเร่งด่วน ที่มีการจราจรแออัด เพื่อลดระยะเวลาที่เครื่องยนต์ต้องทำงานขณะรถติด
- ปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้ประหยัดน้ำมัน เช่น ขับรถด้วยความเร็วคงที่ ไม่เร่งเครื่องหรือเบรกกะทันหัน หมั่นตรวจเช็กลมยางและสภาพเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงลดน้ำหนักสิ่งของบรรทุกที่ไม่จำเป็นในรถ

วิธีลดเบี้ยประกัน ให้ตอบโจทย์เมื่อใช้รถน้อยลง
เปลี่ยนประเภทความคุ้มครอง
หากจอดรถทิ้งไว้เป็นส่วนใหญ่และแทบไม่ได้ขับออกถนนใหญ่ การเปลี่ยนจากประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นประกันรถยนต์ชั้น 2+ หรือ 3+ ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยลดรายจ่ายได้ เพื่อเลือกรับความคุ้มครองเฉพาะกรณีรถชนรถ รถสูญหาย หรือไฟไหม้ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนเกินสำหรับความคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี
ปรับทุนประกัน
รถยนต์มีค่าเสื่อมราคาและมูลค่าลดลงทุกปีตามสภาพตลาด ลดวงเงินความคุ้มครองให้สอดคล้องกับราคากลางของรถยนต์ปัจจุบัน แจ้งบริษัทประกันเพื่อคำนวณเบี้ยใหม่ให้ถูกลงตามทุนประกันที่ปรับลด เพื่อช่วยลดภาระค่าเบี้ยประกันสำหรับความคุ้มครองที่เกินมูลค่าจริงของรถ
เพิ่มค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
การระบุเงื่อนไขความสมัครใจในการจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกหรือ Deductible ไว้ในกรมธรรม์ เลือกรับผิดชอบจ่าย 1,000 – 5,000 บาทเฉพาะตอนแจ้งเคลมและเป็นฝ่ายผิด จะทำให้ได้รับส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์รายปีโดยตรงจากบริษัทประกัน
เลือกแผนให้ตรงกับการใช้งาน
รูปแบบประกันภัยในปัจจุบันมีความหลากหลายเพื่อรองรับพฤติกรรมคนที่เปลี่ยนไป การเปลี่ยนรูปแบบไปใช้ประกันแบบอื่นๆ ที่ตรงกับการใช้งานของเราจริงๆ เลือกซื้อแพ็กเกจตามการใช้งาน ทำให้จ่ายค่าเบี้ยประกันเฉพาะช่วงเวลาที่นำรถออกไปขับบนถนน
เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจ
การเช็กราคาและเงื่อนไขจากหลายบริษัทประกันผ่านเว็บไซต์โบรกเกอร์ นำรายละเอียดความคุ้มครอง ข้อยกเว้น ทุนประกัน รวมถึงบริการหลังการขายมาเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ที่ต้องจ่าย เพื่อเลือกแผนที่ให้เงื่อนไขตรงกับพฤติกรรมการใช้รถในราคาคุ้มค่าที่สุด
เลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี เปรียบเทียบแผนให้ชัด
|
พฤติกรรมการใช้รถ |
ประกันที่แนะนำ |
จุดเด่น |
|
ขับทุกวัน ออกต่างจังหวัดบ่อย |
คุ้มครองครอบคลุมที่สุดแม้ไม่มีคู่กรณี |
|
|
รถใหม่ ยังผ่อนอยู่ อยากคุ้มครองให้ครบ |
ประกันชั้น 1 |
เหมาะกับรถใหม่หรือรถมูลค่าสูง เสียหายหนักก็ยังซ่อมได้เต็มตามทุนประกัน ลดความเสี่ยงภาระหนี้ |
|
มีความชำนาญ ขับในเมืองเป็นหลัก ไม่ค่อยขับไกล |
ประกันชั้น 2+ |
คุ้มครองกรณีรถชนรถ มีคู่กรณี แถมคุ้มครองรถหาย–ไฟไหม้ ค่าเบี้ยย่อมเยา |
|
รถอายุเยอะ มูลค่าเริ่มต่ำ เน้นคุมงบ |
ประกันชั้น 3+ |
คุ้มครองกรณีรถชนรถ (มีคู่กรณี) และคุ้มครองคู่กรณีเป็นหลัก เหมาะกับคนอยากมีประกันแต่จำกัดงบ |
|
เน้นคุ้มครองคนอื่นเป็นหลัก สามารถรับผิดชอบค่าซ่อมรถตัวเองได้ |
ประกันชั้น 3 |
ค่าเบี้ยถูกสุด เน้นคุ้มครองชีวิต/ทรัพย์สินของคู่กรณี เหมาะกับรถเก่ามากหรือใช้ไม่เสี่ยง |

ตัวอย่างการประหยัดเบี้ยประกันเมื่อภาวะน้ำมันแพง
เดิมจ่ายเบี้ยประกันชั้น 1 ปีละ 15,000 บาทเพราะขับรถยนต์ไปทำงานทุกวัน เมื่อเปลี่ยนมาทำงานที่บ้านทำให้รถจอดทิ้งไว้เป็นส่วนใหญ่จึงปรับแผนมาใช้ประกันชั้น 2 พลัสที่จ่ายเบี้ยเพียง 7,000 บาท ยังคงได้ความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ ช่วยประหยัดเงินได้ถึง 8,000 บาทต่อปี
- เคสระบุค่าเสียหายส่วนแรก
รถยังใหม่และต้องการคงประกันชั้น 1 ไว้แต่ใช้งานน้อยลงจึงเลือกเพิ่มเงื่อนไขระบุค่าเสียหายส่วนแรกจำนวน 3,000 บาทในกรมธรรม์ หากเกิดอุบัติเหตุแล้วเป็นฝ่ายผิดจึงจะจ่ายเงินส่วนนี้ ส่งผลให้เบี้ยประกันรายปีลดลงทันทีจาก 20,000 บาทเหลือเพียง 16,000 บาท แลกกับความเสี่ยงที่น้อยลงเมื่อจอดรถไว้ที่บ้าน
- เคสปรับลดทุนประกันตามมูลค่ารถ
รถยนต์มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีทำให้ราคากลางในตลาดลดลง ผู้ใช้งานจึงแจ้งบริษัทประกันเพื่อขอปรับลดทุนประกันจาก 600,000 บาทให้เหลือ 400,000 บาทตามมูลค่าจริงในปัจจุบัน วิธีนี้ทำให้บริษัทคำนวณเบี้ยประกันใหม่และช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้โดยยังคงได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมความเสียหายตามจริง
เปรียบเทียบประกันรถยนต์กับ “ประกันติดโล่” ดีอย่างไร
‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!
เราอยากเห็นผู้คนมีสถานการณ์ทางการเงินราบรื่น มั่นคง และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ทุกปัญหาของลูกค้าให้เป็นเรื่องของตัวเอง
- โบรกเกอร์ขายประกันที่มีมากกว่า 1,900 สาขาทั่วไทย
- โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
- ทุกเรื่องประกันจบในเบอร์โทรเดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง
- แนะนำอย่างตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
- สามารถผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน โดยไม่ง้อบัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย และคุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรก
- จ่ายเบี้ยประกันที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย พร้อมระบบ SMS แจ้งเตือนและยืนยันการจ่ายเงินเพื่อความสบายใจ
- โปร่งใส ชี้แจงครบทุกรายละเอียด วางใจได้ว่าจะได้ไม่ถูกบวกเบี้ย พร้อมข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน และเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
- มาพร้อมมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนะนำ จนถึงบริการหลังการขาย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของทุกคน
- ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง
สรุป
เมื่อน้ำมันแพงขึ้น พฤติกรรมคนใช้รถจึงเปลี่ยนไปทั้งการลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนไปใช้ทางเลือกอื่น และวางแผนการใช้รถอย่างรัดกุม แม้จะจอดรถไว้มากขึ้น ความเสี่ยงก็ไม่ได้หายไปทั้งหมด เพราะยังมีภัยจากน้ำท่วม ของหล่นใส่ หรือหนูกัดสายไฟ การจ่ายเบี้ยประกันแบบเดิมจึงอาจไม่จำเป็นสำหรับคนรถจอด แต่ยังจำเป็นสำหรับคนใช้รถทุกวันหรือรถใหม่ที่ต้องการความคุ้มครองสูง วิธีลดค่าใช้จ่ายที่เห็นผลคือการปรับประเภทความคุ้มครอง ปรับทุนประกัน หรือเพิ่มค่าเสียหายส่วนแรก เพื่อให้จ่ายเบี้ยได้ถูกลงและสอดคล้องกับการใช้งานจริงมากที่สุด
หากใครกำลังมองหาการเปรียบเทียบประกันหลากหลายแผนให้ตอบโจทย์ แนะนำเช็กได้ที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อได้เลย! เพราะที่นี่มีหลายแผนประกันให้เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ สามารถเลือกผ่อนชำระได้ และยังครอบคลุมหลายกรณีทั้งอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อตัวรถ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ เพื่อให้ได้แผนประกันที่ตอบโจทย์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ (FAQ)
ถ้าลดความคุ้มครอง จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นไหม?
มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในส่วนที่ถูกตัดออกไป การลดระดับประกันหมายถึงการลดทอนความคุ้มครองบางส่วนลงเช่นการเปลี่ยนจากชั้น 1 เป็นชั้น 2 พลัสจะทำให้เสียความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณีหรือขับรถชนสิ่งของ ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถยนต์ของตนเองหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ จึงควรประเมินความเสี่ยงและพฤติกรรมการใช้รถอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลดระดับความคุ้มครอง
รถจอดเฉยๆ ยังจำเป็นต้องทำประกันไหม?
ยังจำเป็นอยู่ รถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้เช่นรถสูญหายจากการโจรกรรม ภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมและพายุลมแรง หรืออุบัติเหตุจากเหตุไฟไหม้และมีรถคันอื่นมาเฉี่ยวชนขณะจอด การมีประกันรถยนต์ชั้น 2+ หรือ 3+ ติดรถไว้จะช่วยคุ้มครองความเสียหายเหล่านี้และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
น้ำมันแพงมีผลกับค่าใช้จ่ายรถยนต์แค่ค่าน้ำมันหรือไม่?
ไม่มีผลแค่ค่าน้ำมันแต่ยังกระทบถึงค่าใช้จ่ายส่วนอื่นด้วย เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งของสินค้าและบริการต่างๆ ทำให้ค่าอะไหล่รถยนต์ ค่าแรงซ่อมบำรุง และค่าบริการดูแลรักษารถยนต์ปรับราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ผู้ใช้รถจึงควรวางแผนการเงินอย่างรัดกุมและมองหาแนวทางลดค่าใช้จ่ายส่วนอื่นเช่นการเปรียบเทียบและปรับลดเบี้ยประกันรถยนต์เพื่อนำมาช่วยชดเชยภาระค่าครองชีพโดยรวมที่เพิ่มขึ้น

