วิธีเช็กประกันรถยนต์ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ทำไว้ที่ไหน? มีขั้นตอนเช็กอย่างไร

วิธีเช็กประกันรถยนต์ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ทำไว้ที่ไหน? มีขั้นตอนเช็กอย่างไร
32,142

Key Takeaway

  • วิธีเช็กประกันรถยนต์ตัวเอง สามารถตรวจสอบได้จากกรมธรรม์ บริษัทประกัน คปภ. โบรกเกอร์ หรือศูนย์รถยนต์ เพื่อดูวันหมดอายุและความคุ้มครองที่ยังมีอยู่
  • วิธีเช็กประกันรถยนต์ตัวเองออนไลน์ ใช้เว็บไซต์บริษัทประกัน ระบบกลางจากทะเบียนรถ แอปของบริษัทประกัน หรือแอปทางรัฐ ช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น
  • เจ้าของรถควรเช็กประกันรถยนต์เป็นประจำ เพื่อหลีกเลี่ยงการขับรถโดยไม่มีประกัน ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางหรือใช้บริการเคลม
  • คนที่ตรวจสอบข้อมูลการทำประกันรถยนต์ได้ คือเจ้าของรถ บริษัทประกัน โบรกเกอร์ ศูนย์บริการ และ คปภ. ส่วนบุคคลทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่มีอำนาจ ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้
เลือกเพื่ออ่านได้เลย ซ่อน

การขับรถบนท้องถนนทุกวันนี้ สิ่งที่ช่วยให้มั่นใจขึ้นไม่ใช่แค่ทักษะการขับ แต่คือการรู้ว่า “ประกันรถยนต์ของเรายังคุ้มครองอยู่ไหม” การเช็กประกันจึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ในวันที่เกิดเหตุไม่คาดคิด

ปัจจุบันมีวิธีเช็กประกันรถยนต์หลายวิธีให้ตรวจสอบสะดวก ไม่ว่าจะเช็กผ่านออนไลน์ โทรสอบถามสำนักงาน คปภ. ติดต่อบริษัทประกันของตัวเอง ตรวจสอบกับศูนย์รถยนต์ที่ซื้อ หรือดูจากกรมธรรม์และโบรกเกอร์ประกันรถยนต์ที่ดูแลอยู่ ให้ผู้ใช้รถมั่นใจได้ว่าความคุ้มครองยังพร้อมใช้งานทุกเวลา และไม่พลาดสิทธิ์สำคัญในยามจำเป็น

5 วิธีเช็กประกันรถยนต์ตัวเอง ทำไว้ที่ไหน? ประเภทประกัน? เช็กได้ง่ายๆ

5 วิธีเช็กประกันรถยนต์ตัวเอง ทำไว้ที่ไหน? ประเภทประกัน? เช็กได้ง่ายๆ

วิธีเช็กประกันรถยนต์ตัวเอง เช็กได้ในกรมธรรม์ประกันรถยนต์ เช็กกับบริษัทประกันตัวเอง เช็กกับสำนักงาน คปภ. เช็กกับโบรกเกอร์ประกันรถยนต์ หรือเช็กจากศูนย์รถยนต์ที่ซื้อ (กรณีรถใหม่ป้ายแดง)

1. เช็กในกรมธรรม์ประกันรถยนต์

  • หยิบกรมธรรม์ตัวจริงหรือไฟล์ออนไลน์ที่ได้รับมาตรวจสอบ
  • ดูชื่อบริษัทประกัน เลขกรมธรรม์ และวันที่เริ่มจนสิ้นสุดความคุ้มครอง
  • ตรวจสอบประเภทประกัน เช่น ชั้น 1, 2+, 2, 3+ หรือ 3
  • เช็กเงื่อนไขพิเศษหรือความคุ้มครองเพิ่มเติมที่ระบุไว้ในเอกสาร

2. เช็กประกันรถยนต์กับบริษัทประกันตัวเอง

  • โทรสอบถาม Call Center ของบริษัทประกันโดยตรง
  • แจ้งชื่อ – นามสกุล เลขทะเบียนรถ หรือเลขที่บัตรประชาชน
  • ขอข้อมูลวันหมดอายุ ความคุ้มครอง และสิทธิ์ต่างๆ
  • บางบริษัทสามารถเช็กผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันได้ทันที

3. เช็กประกันรถยนต์กับสำนักงาน คปภ.

  • โทรสายด่วน คปภ. 1186 เพื่อสอบถามข้อมูลกรมธรรม์
  • เตรียมข้อมูลเลขทะเบียนรถหรือเลขบัตรประชาชน
  • เจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบบกลางและแจ้งรายละเอียดประกันที่ยังคุ้มครอง
  • เหมาะสำหรับคนที่จำไม่ได้ว่าทำประกันกับบริษัทไหน

4. เช็กกับโบรกเกอร์ประกันรถยนต์

  • ติดต่อโบรกเกอร์ที่เป็นคนจัดหาประกันให้ตอนซื้อ
  • แจ้งข้อมูลรถและชื่อผู้เอาประกันเพื่อให้ช่วยตรวจสอบ
  • สามารถขอประวัติความคุ้มครองย้อนหลังหรือแจ้งเตือนต่ออายุได้
  • เหมาะสำหรับคนที่ซื้อผ่านโบรกเกอร์และไม่ได้ติดต่อบริษัทประกันโดยตรง

ปัจจุบันมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์ให้เลือกใช้บริการจำนวนมาก หลายคนหันมาซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์เพราะได้ทั้งความคุ้มค่า โปรโมชัน และความสะดวกในการใช้งานออนไลน์ ไม่ว่าจะผ่านสาขา เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน ซึ่งสามารถดูรายละเอียดความคุ้มครองและข้อมูลกรมธรรม์ได้ครบในที่เดียว เช่น แอปเงินติดล้อ ที่ช่วยให้จัดการทุกเรื่องประกันรถได้ง่ายขึ้น ทั้งเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ ชำระเงิน หรือต่ออายุ ก็ทำได้สะดวกบนมือถือเลย

5. เช็กประกันรถยนต์จากศูนย์รถยนต์ที่ซื้อ (กรณีรถใหม่ป้ายแดง)

  • ติดต่อฝ่ายขายหรือแผนกบริการของศูนย์ที่ออกรถ
  • แจ้งรุ่นรถ หมายเลขทะเบียนชั่วคราว หรือเลขตัวถัง (VIN)
  • ขอข้อมูลประกันชั้น 1 ที่แถมมากับรถ รวมถึงวันหมดอายุ
  • ใช้ได้เฉพาะกรณีที่ซื้อรถใหม่และประกันมาพร้อมแพ็กเกจจากศูนย์

วิธีเช็กประกันรถยนต์ออนไลน์ฉบับละเอียด!

วิธีเช็กประกันรถยนต์ตัวเองออนไลน์ เช็กได้ผ่านเว็บไซต์บริษัทประกัน เช็กประกันจากทะเบียนรถ (ผ่านระบบกลาง) ผ่านแอปของบริษัทประกัน และเช็กผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

เช็กผ่านเว็บไซต์บริษัทประกัน

  1. เข้าเว็บไซต์ของบริษัทประกันที่ทำกรมธรรม์ไว้
  2. ไปที่เมนูบริการลูกค้า เช่น “ตรวจสอบกรมธรรม์” หรือ “เช็กสถานะประกันรถยนต์ออนไลน์”
  3. กรอกข้อมูลตามที่ระบบขอ เช่น เลขกรมธรรม์ เลขทะเบียนรถ เลขบัตรประชาชน ชื่อ – นามสกุล และยืนยันตัวตน (บางที่อาจมีรหัส OTP)​
  4. กดค้นหาหรือตรวจสอบ ระบบจะแสดงรายละเอียดกรมธรรม์ เช่น ประเภทประกัน วันเริ่ม – สิ้นสุดความคุ้มครอง และสถานะว่ากรมธรรม์ยังใช้งานได้หรือหมดอายุแล้ว ทั้งนี้เป็นไปตามรูปแบบ เงื่อนไขของแอปพลิเคชันในแต่ละบริษัทประกัน

เช็กประกันรถยนต์จากทะเบียนรถ (ผ่านระบบกลาง)

  1. เข้าเว็บไซต์บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (RVP) ที่หน้าเช็กความคุ้มครอง https://irvp.rvp.co.th/coverage
  2. กรอกข้อมูลตามที่ระบบขอ เช่น เลขทะเบียนรถ จังหวัด เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ เพื่อยืนยันตัวตนเจ้าของรถ​
  3. กดตรวจสอบ ระบบจะแสดงสถานะความคุ้มครองตามทะเบียนรถว่า มีประกันหรือพ.ร.บ. บริษัทไหน คุ้มครองถึงวันไหน ช่วยให้รู้ทันทีว่าประกันขาดหรือยัง

เช็กผ่านแอปของบริษัทประกัน

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปของบริษัทประกันที่ทำประกันรถไว้
  2. สมัครหรือล็อกอินด้วยเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ใช้ตอนทำประกัน​
  3. เข้าเมนูที่เกี่ยวกับ “กรมธรรม์ของฉัน / My Policy / ประกันรถยนต์”
  4. ระบบจะดึงข้อมูลกรมธรรม์จากเลขบัตรประชาชนหรือบัญชีที่ลงทะเบียนไว้โดยอัตโนมัติ
  5. เลือกกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องการดู แอปจะแสดงรายละเอียด เช่น ทะเบียนรถ ประเภทความคุ้มครอง ทุนประกัน เบี้ยประกัน และวันเริ่ม – สิ้นสุดคุ้มครอง รวมถึงสถานะว่าใช้งานอยู่หรือหมดอายุแล้ว

เช็กผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”

  1. ดาวน์โหลดแอป “ทางรัฐ” จาก App Store หรือ Google Play
  2. ลงทะเบียนหรือล็อกอินให้เรียบร้อย
  3. จากนั้นเข้าเมนู “บริการ” “การเงิน” หรือ “ประกัน”​
  4. เลือกบริการ “OIC Gateway” และกดอนุญาตให้ระบบดึงข้อมูล 
  5. จากนั้นเลือกเมนู “กรมธรรม์ของฉัน” เพื่อให้แอปค้นหากรมธรรม์ประกันภัยทั้งหมดที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของผู้ใช้​
  6. เลื่อนดูรายการกรมธรรม์และเลือก “ประกันภัยรถยนต์” 
  7. แอปจะแสดงรายละเอียด เช่น บริษัทประกัน เลขกรมธรรม์ เลขทะเบียนรถ และวันเริ่ม – สิ้นสุดความคุ้มครองของประกันรถทุกฉบับที่มี

ทำไมเจ้าของรถควรเช็กประกันรถยนต์เป็นประจำ?

  • ความคุ้มครองหมด เสี่ยงขับขี่โดยไม่มีประกัน ถ้าปล่อยให้ประกันหมดอายุโดยไม่รู้ตัว อาจเสี่ยงต่อค่าความเสียหายสูงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีโทษตามกฎหมายในกรณีไม่มี พ.ร.บ.
  • ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลกรมธรรม์ ชื่อ – นามสกุล เลขทะเบียน หรือรายละเอียดรถ ถ้ากรอกผิดอาจทำให้เคลมล่าช้าหรือไม่สามารถใช้ความคุ้มครองได้เต็มจำนวน
  • เช็กความคุ้มครองก่อนเดินทางต่างจังหวัด เพื่อมั่นใจว่ามีประกันที่ครอบคลุมเหตุฉุกเฉิน เช่น รถเสีย อุบัติเหตุ หรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉินระหว่างทาง
  • ใช้ประกอบการติดต่อซ่อมหรือเคลม ช่วยให้รู้ว่าควรติดต่ออู่ไหน เบิกอะไรได้บ้าง และเข้าใจสิทธิ์ในการเคลมก่อนนำรถเข้ารับบริการ ทำให้ขั้นตอนทั้งหมดราบรื่น
ใครตรวจสอบข้อมูลการทำประกันรถยนต์ได้บ้าง?

ใครตรวจสอบข้อมูลการทำประกันรถยนต์ได้บ้าง?

คนที่ตรวจสอบได้

  • เจ้าของรถหรือผู้เอาประกันภัย สามารถเช็กข้อมูลได้ครบ ทั้งวันหมดอายุ วงเงิน และความคุ้มครอง
  • คู่สมรสหรือผู้รับมอบอำนาจ ถ้ามีเอกสารยืนยันหรือหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง
  • บริษัทประกันหรือโบรกเกอร์ประกันภัย ที่เป็นผู้ออกหรือดูแลกรมธรรม์
  • เจ้าหน้าที่ คปภ. เมื่อต้องตรวจสอบข้อมูลกลางตามคำร้องเรียนหรือคำขอของผู้เอาประกัน
  • ศูนย์บริการรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมเคลม (เฉพาะเคสที่ต้องตรวจสอบสิทธิ์ก่อนดำเนินงาน)

คนที่ตรวจสอบไม่ได้

  • บุคคลทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับรถและไม่มีความสัมพันธ์ใดกับผู้เอาประกัน
  • เพื่อนหรือญาติที่ไม่มีหนังสือมอบอำนาจหรือเอกสารรับรองสิทธิ์
  • บุคคลที่ต้องการข้อมูลเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาต
  • ผู้ให้บริการภายนอกที่ไม่ใช่บริษัทประกัน โบรกเกอร์ หรืออู่ซ่อมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเคลม

ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนเช็กประกันรถยนต์

ก่อนตรวจสอบประกันรถยนต์ ควรเตรียมข้อมูลให้พร้อมเพื่อให้การเช็กรวดเร็ว ไม่สะดุด และลดโอกาสที่ระบบจะค้นหาไม่เจอหรือให้ข้อมูลไม่ครบ มาดูข้อมูลที่ต้องเตรียมถ้าจะเช็กความคุ้มครองของรถ

  • เลขทะเบียนรถยนต์และจังหวัดที่จดทะเบียน
  • เลขกรมธรรม์ หรือเลขรับแจ้ง (ถ้ามีเอกสารอยู่)
  • ชื่อ – นามสกุลของผู้เอาประกัน และเลขบัตรประชาชน
  • เลขตัวถังรถ (VIN) หรือเลขเครื่องยนต์ ในกรณีบางระบบต้องใช้
  • ชื่อบริษัทประกัน หรือโบรกเกอร์ที่ทำประกันไว้
  • เบอร์ติดต่อเจ้าของรถ เผื่อระบบต้องการยืนยันตัวตน

วิธีเช็กประกันรถหมดอายุหรือยัง?

วิธีเช็กประกันรถยนต์ว่าหมดอายุหรือยังเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นประจำ เพราะช่วยป้องกันค่าใช้จ่ายบานปลายและปัญหาทางกฎหมายถ้าเกิดอุบัติเหตุ การเช็กวันหมดอายุสามารถทำได้หลายช่องทาง ใช้เวลาไม่นาน และสะดวกสำหรับผู้ใช้รถทุกคน

  1. ตรวจสอบจากกรมธรรม์ประกันรถยนต์ ดูวันที่เริ่มคุ้มครองและวันหมดอายุบนเอกสารกรมธรรม์หรือไฟล์ออนไลน์ที่ได้รับจากบริษัทประกัน
  2. เช็กผ่านเว็บไซต์หรือแอปของบริษัทประกัน เข้าระบบ กรอกเลขบัตรประชาชนหรือเลขทะเบียน ระบบจะแสดงวันสิ้นสุดความคุ้มครองทันที
  3. โทรสอบถาม Call Center ของบริษัทประกัน แจ้งข้อมูลรถหรือชื่อผู้เอาประกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานะและวันหมดอายุให้
  4. เช็กผ่านสำนักงาน คปภ. (สายด่วน 1186) เหมาะสำหรับคนที่จำไม่ได้ว่าทำประกันกับบริษัทไหน เพียงแจ้งเลขทะเบียนรถก็ตรวจสอบได้
  5. สอบถามโบรกเกอร์ประกันรถยนต์ ถ้าซื้อผ่านโบรกเกอร์ สามารถให้ตรวจสอบวันหมดอายุและแจ้งเตือนต่ออายุได้ด้วย
  6. เช็กจากศูนย์รถยนต์ที่ออกรถ (กรณีรถใหม่) เจ้าหน้าที่ศูนย์สามารถตรวจสอบประกันชั้น 1 ที่มากับรถ พร้อมแจ้งวันหมดอายุให้ได้
เช็กประกันรถยนต์ของรถมือสองทำอย่างไร?

เช็กประกันรถยนต์ของรถมือสองทำอย่างไร?

เมื่อซื้อรถมือสอง สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการตรวจสอบว่าเจ้าของเดิมทำประกันอะไรไว้ และยังคุ้มครองอยู่หรือไม่ การเช็กประกันช่วยให้รู้สถานะความคุ้มครองก่อนนำรถไปใช้งานจริง ลดความเสี่ยงและช่วยวางแผนต่ออายุได้ถูกต้อง

  • ขอเอกสารกรมธรรม์จากเจ้าของเดิมเพื่อตรวจสอบวันหมดอายุและความคุ้มครอง
  • เช็กกับบริษัทประกันโดยตรงด้วยชื่อผู้เอาประกันหรือเลขทะเบียนรถ
  • โทรสอบถาม คปภ. 1186 เพื่อตรวจสอบข้อมูลประกันจากระบบกลาง
  • ถ้าซื้อผ่านเต็นท์รถหรือศูนย์จำหน่าย ให้สอบถามประวัติเบื้องต้นของประกันที่แถมมากับรถ
  • ใช้เว็บไซต์หรือแอปบริษัทประกันกรอกเลขทะเบียน เพื่อตรวจสอบว่ามีกรมธรรม์ค้างอยู่หรือไม่
  • ตรวจสอบข้อมูลกับโบรกเกอร์ประกัน ถ้ารถคันนั้นเคยซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์รายเดิม

ปัญหาที่พบบ่อยในการเช็กประกันรถยนต์

แม้วิธีเช็กประกันรถยนต์จะมีหลายช่องทางและค่อนข้างสะดวก แต่ผู้ใช้รถก็อาจเจออุปสรรคระหว่างการตรวจสอบได้ ถ้ารู้ล่วงหน้าจะช่วยให้เตรียมตัวได้ดีขึ้นและแก้ปัญหาได้รวดเร็ว

  • จำไม่ได้ว่าทำประกันกับบริษัทไหน ทำให้ต้องใช้ระบบกลางหรือโทร คปภ. เพื่อช่วยค้นหา
  • ข้อมูลส่วนบุคคลไม่ตรงกัน เช่น ชื่อสะกดผิด เลขทะเบียนไม่อัปเดต ทำให้ระบบค้นหาไม่เจอ
  • กรมธรรม์หายหรือหาไม่เจอ ทำให้ตรวจสอบจากเอกสารไม่ได้ ต้องพึ่งช่องทางอื่นแทน
  • ระบบออนไลน์ของบริษัทประกันล่มหรือช้า ในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก
  • ไม่รู้เลขตัวถังหรือข้อมูลสำคัญของรถ ทำให้บางระบบไม่สามารถค้นหากรมธรรม์ได้
  • ซื้อผ่านโบรกเกอร์แล้วติดต่อไม่ได้ ส่งผลให้ตรวจสอบข้อมูลความคุ้มครองลำบากขึ้น

ทำไมต้องเลือกประกันติดโล่?

‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!

เราอยากเห็นผู้คนมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง และรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในชีวิตได้แบบไม่สะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ปัญหาของลูกค้า ให้เหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง

  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีมากกว่า 1,800 สาขาทั่วไทย
  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
  • ทุกเรื่องประกันโทรเบอร์เดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง
  • แนะนำตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน มั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
  • มีใบอนุญาตจาก คปภ. และมาตรฐานการรับรอง DBD Registered
  •  ผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% สูงสุด 10 งวด ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ง้อบัตรเครดิต ซื้อปุ๊ป! คุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรกที่จ่าย
  • จ่ายเบี้ยประกันได้ที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย มี SMS แจ้งเตือนชำระเงิน หรือแจ้งยืนยันการชำระเบี้ยให้ลูกค้าได้สบายใจว่าเงินที่ชำระไปถึงมือบริษัทประกันภัยแน่นอน
  • โปร่งใส ชี้แจงครบ ไม่หมกเม็ด วางใจได้ว่าจะไม่ถูกบวกเบี้ยหรือเสียผลประโยชน์ ชี้แจงข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน รวมทั้งเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
  • มาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม กระตือรือร้นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าตั้งแต่แนะนำ ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย
  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

สรุป

วิธีเช็กประกันรถยนต์เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของรถมั่นใจว่าความคุ้มครองยังใช้งานได้และพร้อมช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด เช็กได้จากกรมธรรม์โดยตรง เว็บไซต์บริษัทประกัน แอปพลิเคชัน ระบบกลางของ คปภ. หรือสอบถามโบรกเกอร์ รวมถึงการตรวจสอบวันหมดอายุ ความถูกต้องของข้อมูล และสถานะของประกันในกรณีรถมือสอง การเตรียมข้อมูลให้พร้อมจะช่วยให้การตรวจสอบรวดเร็ว พร้อมลดปัญหาที่อาจพบระหว่างการเช็กสิทธิ์

ถ้ากำลังหาประกันรถยนต์ที่เช็กง่าย คุ้มครองครบ และมีผู้ช่วยดูแลในทุกขั้นตอน ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ให้บริการประกันหลายประเภทที่ครอบคลุมทั้งอุบัติเหตุ รถเสีย และเหตุฉุกเฉินต่างๆ พร้อมทีมดูแลที่ช่วยติดตามงานเคลมและให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ ช่วยให้ผู้ใช้รถมั่นใจได้ว่ามีความคุ้มครองรองรับทุกสถานการณ์บนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้น 2+ หรือประกันรถยนต์ชั้น 3

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเช็กประกันรถยนต์ (FAQ)

พ.ร.บ. เช็กอย่างไร?

พ.ร.บ. เช็กได้จาก 3 ช่องทางหลัก

  1. ดูจากหน้ากรมธรรม์หรือสติกเกอร์ที่กระจกหน้ารถ
  2. ติดต่อบริษัทที่ทำ พ.ร.บ.
  3. เช็กออนไลน์ผ่านระบบของ คปภ. และกรมการขนส่งทางบกที่เชื่อมฐานข้อมูล พ.ร.บ. กับทะเบียนรถ แค่กรอกเลขทะเบียนก็เห็นสถานะความคุ้มครองได้
เช็กประวัติการเคลมประกันรถยนต์อย่างไร?

เช็กประวัติการเคลมประกันรถยนต์ ทำได้ง่ายๆ โดยติดต่อบริษัทประกันโดยตรง ขอรายงานประวัติการเคลมย้อนหลัง ด้วยเลขทะเบียนรถหรือเลขกรมธรรม์ และข้อมูลเจ้าของกรมธรรม์ ถ้าไม่รู้ว่าทำประกันที่ไหน หรืออยากเช็กภาพรวม สามารถติดต่อ คปภ. ผ่านสายด่วน 1186 หรือช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ช่วยตรวจจากฐานข้อมูลกลาง (บางส่วน)

วิธีเช็กประกันรถมอเตอร์ไซค์ ทำได้อย่างไร?

วิธีเช็กประกันรถมอเตอร์ไซค์ ทำคล้ายรถยนต์

  • ดูจากกรมธรรม์หรือสติกเกอร์ พ.ร.บ. และเอกสารประกันภาคสมัครใจที่ได้รับตอนทำประกัน
  • เช็กออนไลน์ผ่านบริษัทประกันหรือบริษัทกลางฯ เช่น ระบบตรวจสอบความคุ้มครองของบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยกรอกเลขทะเบียนหรือข้อมูลรถ
  • ถ้าไม่รู้ว่าทำกับที่ไหน ใช้ไลน์ “คปภ. รอบรู้ – MyPolicy” หรือยื่นคำขอตรวจกรมธรรม์ผ่าน คปภ. เพื่อค้นหากรมธรรม์ที่ยังมีผลคุ้มครอง


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สนใจ ประกันรถยนต์

กรอกข้อมูลติดต่อ

การกดส่งข้อมูลแสดงว่าคุณอ่านและรับทราบ
นโยบายความเป็นส่วนตัว เรียบร้อยแล้ว

บทความแนะนำ
  • ไม่หลบรถพยาบาลเปิดไซเรน ระวังผิดกฎหมายรถฉุกเฉิน และเจตนาฆ่า!
    รถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไฟวับวาบและเปิดเสียงไซเรน คุณควรหลีกทางให้รถพยาบาลแบบด่วนๆ เพราะถ้าฝ่าฝืนทำตัวขวางโลกรู้ไหมว่าผิดกฎหมายรถฉุกเฉิน และมีเจตนาฆ่าด้วย!
    571,926
  • รถเป็นรอยขูดทำไงดี รวมวิธีรับมือช่วยลบรอยง่ายๆ แบบเบื้องต้น
    อยู่ๆ รถสุดที่รักก็โดนขูดเป็นรอยลึก หาตัวคนผิดก็ไม่ได้ คู่กรณีก็ไม่มี แล้วแบบนี้ประกันรถยนต์จะรับเคลมไหม ต้องจ่ายค่าทำสีรถใหม่เองหรือเปล่า ทำยังไงได้บ้าง?
    570,828
  • วันหยุดยาวเดือนพฤษภาคมมาแล้ว เตรียมคน-รถพร้อมแล้วหรือยัง?
    วันหยุดยาวเดือนพฤษภาคม 2565 มาแล้ว อยากเที่ยวจะแย่ ว่าแต่ว่าจะขับรถเที่ยวทางไกลทั้งทีต้องเตรียมคน-เตรียมรถยังไงบ้างนะ เพื่อให้ทริปนี้มีแต่ความสุข
    562,519