วิธีเช็กประกันรถยนต์ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ทำไว้ที่ไหน? มีขั้นตอนเช็กอย่างไร
|
Key Takeaway
|
การขับรถบนท้องถนนทุกวันนี้ สิ่งที่ช่วยให้มั่นใจขึ้นไม่ใช่แค่ทักษะการขับ แต่คือการรู้ว่า “ประกันรถยนต์ของเรายังคุ้มครองอยู่ไหม” การเช็กประกันจึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ในวันที่เกิดเหตุไม่คาดคิด
ปัจจุบันมีวิธีเช็กประกันรถยนต์หลายวิธีให้ตรวจสอบสะดวก ไม่ว่าจะเช็กผ่านออนไลน์ โทรสอบถามสำนักงาน คปภ. ติดต่อบริษัทประกันของตัวเอง ตรวจสอบกับศูนย์รถยนต์ที่ซื้อ หรือดูจากกรมธรรม์และโบรกเกอร์ประกันรถยนต์ที่ดูแลอยู่ ให้ผู้ใช้รถมั่นใจได้ว่าความคุ้มครองยังพร้อมใช้งานทุกเวลา และไม่พลาดสิทธิ์สำคัญในยามจำเป็น

5 วิธีเช็กประกันรถยนต์ตัวเอง ทำไว้ที่ไหน? ประเภทประกัน? เช็กได้ง่ายๆ
วิธีเช็กประกันรถยนต์ตัวเอง เช็กได้ในกรมธรรม์ประกันรถยนต์ เช็กกับบริษัทประกันตัวเอง เช็กกับสำนักงาน คปภ. เช็กกับโบรกเกอร์ประกันรถยนต์ หรือเช็กจากศูนย์รถยนต์ที่ซื้อ (กรณีรถใหม่ป้ายแดง)
1. เช็กในกรมธรรม์ประกันรถยนต์
- หยิบกรมธรรม์ตัวจริงหรือไฟล์ออนไลน์ที่ได้รับมาตรวจสอบ
- ดูชื่อบริษัทประกัน เลขกรมธรรม์ และวันที่เริ่มจนสิ้นสุดความคุ้มครอง
- ตรวจสอบประเภทประกัน เช่น ชั้น 1, 2+, 2, 3+ หรือ 3
- เช็กเงื่อนไขพิเศษหรือความคุ้มครองเพิ่มเติมที่ระบุไว้ในเอกสาร
2. เช็กประกันรถยนต์กับบริษัทประกันตัวเอง
- โทรสอบถาม Call Center ของบริษัทประกันโดยตรง
- แจ้งชื่อ – นามสกุล เลขทะเบียนรถ หรือเลขที่บัตรประชาชน
- ขอข้อมูลวันหมดอายุ ความคุ้มครอง และสิทธิ์ต่างๆ
- บางบริษัทสามารถเช็กผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันได้ทันที
3. เช็กประกันรถยนต์กับสำนักงาน คปภ.
- โทรสายด่วน คปภ. 1186 เพื่อสอบถามข้อมูลกรมธรรม์
- เตรียมข้อมูลเลขทะเบียนรถหรือเลขบัตรประชาชน
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบบกลางและแจ้งรายละเอียดประกันที่ยังคุ้มครอง
- เหมาะสำหรับคนที่จำไม่ได้ว่าทำประกันกับบริษัทไหน
4. เช็กกับโบรกเกอร์ประกันรถยนต์
- ติดต่อโบรกเกอร์ที่เป็นคนจัดหาประกันให้ตอนซื้อ
- แจ้งข้อมูลรถและชื่อผู้เอาประกันเพื่อให้ช่วยตรวจสอบ
- สามารถขอประวัติความคุ้มครองย้อนหลังหรือแจ้งเตือนต่ออายุได้
- เหมาะสำหรับคนที่ซื้อผ่านโบรกเกอร์และไม่ได้ติดต่อบริษัทประกันโดยตรง
ปัจจุบันมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์ให้เลือกใช้บริการจำนวนมาก หลายคนหันมาซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์เพราะได้ทั้งความคุ้มค่า โปรโมชัน และความสะดวกในการใช้งานออนไลน์ ไม่ว่าจะผ่านสาขา เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน ซึ่งสามารถดูรายละเอียดความคุ้มครองและข้อมูลกรมธรรม์ได้ครบในที่เดียว เช่น แอปเงินติดล้อ ที่ช่วยให้จัดการทุกเรื่องประกันรถได้ง่ายขึ้น ทั้งเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ ชำระเงิน หรือต่ออายุ ก็ทำได้สะดวกบนมือถือเลย
5. เช็กประกันรถยนต์จากศูนย์รถยนต์ที่ซื้อ (กรณีรถใหม่ป้ายแดง)
- ติดต่อฝ่ายขายหรือแผนกบริการของศูนย์ที่ออกรถ
- แจ้งรุ่นรถ หมายเลขทะเบียนชั่วคราว หรือเลขตัวถัง (VIN)
- ขอข้อมูลประกันชั้น 1 ที่แถมมากับรถ รวมถึงวันหมดอายุ
- ใช้ได้เฉพาะกรณีที่ซื้อรถใหม่และประกันมาพร้อมแพ็กเกจจากศูนย์
วิธีเช็กประกันรถยนต์ออนไลน์ฉบับละเอียด!
วิธีเช็กประกันรถยนต์ตัวเองออนไลน์ เช็กได้ผ่านเว็บไซต์บริษัทประกัน เช็กประกันจากทะเบียนรถ (ผ่านระบบกลาง) ผ่านแอปของบริษัทประกัน และเช็กผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ
เช็กผ่านเว็บไซต์บริษัทประกัน
- เข้าเว็บไซต์ของบริษัทประกันที่ทำกรมธรรม์ไว้
- ไปที่เมนูบริการลูกค้า เช่น “ตรวจสอบกรมธรรม์” หรือ “เช็กสถานะประกันรถยนต์ออนไลน์”
- กรอกข้อมูลตามที่ระบบขอ เช่น เลขกรมธรรม์ เลขทะเบียนรถ เลขบัตรประชาชน ชื่อ – นามสกุล และยืนยันตัวตน (บางที่อาจมีรหัส OTP)
- กดค้นหาหรือตรวจสอบ ระบบจะแสดงรายละเอียดกรมธรรม์ เช่น ประเภทประกัน วันเริ่ม – สิ้นสุดความคุ้มครอง และสถานะว่ากรมธรรม์ยังใช้งานได้หรือหมดอายุแล้ว ทั้งนี้เป็นไปตามรูปแบบ เงื่อนไขของแอปพลิเคชันในแต่ละบริษัทประกัน
เช็กประกันรถยนต์จากทะเบียนรถ (ผ่านระบบกลาง)
- เข้าเว็บไซต์บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (RVP) ที่หน้าเช็กความคุ้มครอง https://irvp.rvp.co.th/coverage
- กรอกข้อมูลตามที่ระบบขอ เช่น เลขทะเบียนรถ จังหวัด เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ เพื่อยืนยันตัวตนเจ้าของรถ
- กดตรวจสอบ ระบบจะแสดงสถานะความคุ้มครองตามทะเบียนรถว่า มีประกันหรือพ.ร.บ. บริษัทไหน คุ้มครองถึงวันไหน ช่วยให้รู้ทันทีว่าประกันขาดหรือยัง
เช็กผ่านแอปของบริษัทประกัน
- ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปของบริษัทประกันที่ทำประกันรถไว้
- สมัครหรือล็อกอินด้วยเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ใช้ตอนทำประกัน
- เข้าเมนูที่เกี่ยวกับ “กรมธรรม์ของฉัน / My Policy / ประกันรถยนต์”
- ระบบจะดึงข้อมูลกรมธรรม์จากเลขบัตรประชาชนหรือบัญชีที่ลงทะเบียนไว้โดยอัตโนมัติ
- เลือกกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องการดู แอปจะแสดงรายละเอียด เช่น ทะเบียนรถ ประเภทความคุ้มครอง ทุนประกัน เบี้ยประกัน และวันเริ่ม – สิ้นสุดคุ้มครอง รวมถึงสถานะว่าใช้งานอยู่หรือหมดอายุแล้ว
เช็กผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
- ดาวน์โหลดแอป “ทางรัฐ” จาก App Store หรือ Google Play
- ลงทะเบียนหรือล็อกอินให้เรียบร้อย
- จากนั้นเข้าเมนู “บริการ” “การเงิน” หรือ “ประกัน”
- เลือกบริการ “OIC Gateway” และกดอนุญาตให้ระบบดึงข้อมูล
- จากนั้นเลือกเมนู “กรมธรรม์ของฉัน” เพื่อให้แอปค้นหากรมธรรม์ประกันภัยทั้งหมดที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของผู้ใช้
- เลื่อนดูรายการกรมธรรม์และเลือก “ประกันภัยรถยนต์”
- แอปจะแสดงรายละเอียด เช่น บริษัทประกัน เลขกรมธรรม์ เลขทะเบียนรถ และวันเริ่ม – สิ้นสุดความคุ้มครองของประกันรถทุกฉบับที่มี
ทำไมเจ้าของรถควรเช็กประกันรถยนต์เป็นประจำ?
- ความคุ้มครองหมด เสี่ยงขับขี่โดยไม่มีประกัน ถ้าปล่อยให้ประกันหมดอายุโดยไม่รู้ตัว อาจเสี่ยงต่อค่าความเสียหายสูงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีโทษตามกฎหมายในกรณีไม่มี พ.ร.บ.
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลกรมธรรม์ ชื่อ – นามสกุล เลขทะเบียน หรือรายละเอียดรถ ถ้ากรอกผิดอาจทำให้เคลมล่าช้าหรือไม่สามารถใช้ความคุ้มครองได้เต็มจำนวน
- เช็กความคุ้มครองก่อนเดินทางต่างจังหวัด เพื่อมั่นใจว่ามีประกันที่ครอบคลุมเหตุฉุกเฉิน เช่น รถเสีย อุบัติเหตุ หรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉินระหว่างทาง
- ใช้ประกอบการติดต่อซ่อมหรือเคลม ช่วยให้รู้ว่าควรติดต่ออู่ไหน เบิกอะไรได้บ้าง และเข้าใจสิทธิ์ในการเคลมก่อนนำรถเข้ารับบริการ ทำให้ขั้นตอนทั้งหมดราบรื่น

ใครตรวจสอบข้อมูลการทำประกันรถยนต์ได้บ้าง?
คนที่ตรวจสอบได้
- เจ้าของรถหรือผู้เอาประกันภัย สามารถเช็กข้อมูลได้ครบ ทั้งวันหมดอายุ วงเงิน และความคุ้มครอง
- คู่สมรสหรือผู้รับมอบอำนาจ ถ้ามีเอกสารยืนยันหรือหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง
- บริษัทประกันหรือโบรกเกอร์ประกันภัย ที่เป็นผู้ออกหรือดูแลกรมธรรม์
- เจ้าหน้าที่ คปภ. เมื่อต้องตรวจสอบข้อมูลกลางตามคำร้องเรียนหรือคำขอของผู้เอาประกัน
- ศูนย์บริการรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมเคลม (เฉพาะเคสที่ต้องตรวจสอบสิทธิ์ก่อนดำเนินงาน)
คนที่ตรวจสอบไม่ได้
- บุคคลทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับรถและไม่มีความสัมพันธ์ใดกับผู้เอาประกัน
- เพื่อนหรือญาติที่ไม่มีหนังสือมอบอำนาจหรือเอกสารรับรองสิทธิ์
- บุคคลที่ต้องการข้อมูลเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาต
- ผู้ให้บริการภายนอกที่ไม่ใช่บริษัทประกัน โบรกเกอร์ หรืออู่ซ่อมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเคลม
ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนเช็กประกันรถยนต์
ก่อนตรวจสอบประกันรถยนต์ ควรเตรียมข้อมูลให้พร้อมเพื่อให้การเช็กรวดเร็ว ไม่สะดุด และลดโอกาสที่ระบบจะค้นหาไม่เจอหรือให้ข้อมูลไม่ครบ มาดูข้อมูลที่ต้องเตรียมถ้าจะเช็กความคุ้มครองของรถ
- เลขทะเบียนรถยนต์และจังหวัดที่จดทะเบียน
- เลขกรมธรรม์ หรือเลขรับแจ้ง (ถ้ามีเอกสารอยู่)
- ชื่อ – นามสกุลของผู้เอาประกัน และเลขบัตรประชาชน
- เลขตัวถังรถ (VIN) หรือเลขเครื่องยนต์ ในกรณีบางระบบต้องใช้
- ชื่อบริษัทประกัน หรือโบรกเกอร์ที่ทำประกันไว้
- เบอร์ติดต่อเจ้าของรถ เผื่อระบบต้องการยืนยันตัวตน
วิธีเช็กประกันรถหมดอายุหรือยัง?
วิธีเช็กประกันรถยนต์ว่าหมดอายุหรือยังเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นประจำ เพราะช่วยป้องกันค่าใช้จ่ายบานปลายและปัญหาทางกฎหมายถ้าเกิดอุบัติเหตุ การเช็กวันหมดอายุสามารถทำได้หลายช่องทาง ใช้เวลาไม่นาน และสะดวกสำหรับผู้ใช้รถทุกคน
- ตรวจสอบจากกรมธรรม์ประกันรถยนต์ ดูวันที่เริ่มคุ้มครองและวันหมดอายุบนเอกสารกรมธรรม์หรือไฟล์ออนไลน์ที่ได้รับจากบริษัทประกัน
- เช็กผ่านเว็บไซต์หรือแอปของบริษัทประกัน เข้าระบบ กรอกเลขบัตรประชาชนหรือเลขทะเบียน ระบบจะแสดงวันสิ้นสุดความคุ้มครองทันที
- โทรสอบถาม Call Center ของบริษัทประกัน แจ้งข้อมูลรถหรือชื่อผู้เอาประกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานะและวันหมดอายุให้
- เช็กผ่านสำนักงาน คปภ. (สายด่วน 1186) เหมาะสำหรับคนที่จำไม่ได้ว่าทำประกันกับบริษัทไหน เพียงแจ้งเลขทะเบียนรถก็ตรวจสอบได้
- สอบถามโบรกเกอร์ประกันรถยนต์ ถ้าซื้อผ่านโบรกเกอร์ สามารถให้ตรวจสอบวันหมดอายุและแจ้งเตือนต่ออายุได้ด้วย
- เช็กจากศูนย์รถยนต์ที่ออกรถ (กรณีรถใหม่) เจ้าหน้าที่ศูนย์สามารถตรวจสอบประกันชั้น 1 ที่มากับรถ พร้อมแจ้งวันหมดอายุให้ได้

เช็กประกันรถยนต์ของรถมือสองทำอย่างไร?
เมื่อซื้อรถมือสอง สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการตรวจสอบว่าเจ้าของเดิมทำประกันอะไรไว้ และยังคุ้มครองอยู่หรือไม่ การเช็กประกันช่วยให้รู้สถานะความคุ้มครองก่อนนำรถไปใช้งานจริง ลดความเสี่ยงและช่วยวางแผนต่ออายุได้ถูกต้อง
- ขอเอกสารกรมธรรม์จากเจ้าของเดิมเพื่อตรวจสอบวันหมดอายุและความคุ้มครอง
- เช็กกับบริษัทประกันโดยตรงด้วยชื่อผู้เอาประกันหรือเลขทะเบียนรถ
- โทรสอบถาม คปภ. 1186 เพื่อตรวจสอบข้อมูลประกันจากระบบกลาง
- ถ้าซื้อผ่านเต็นท์รถหรือศูนย์จำหน่าย ให้สอบถามประวัติเบื้องต้นของประกันที่แถมมากับรถ
- ใช้เว็บไซต์หรือแอปบริษัทประกันกรอกเลขทะเบียน เพื่อตรวจสอบว่ามีกรมธรรม์ค้างอยู่หรือไม่
- ตรวจสอบข้อมูลกับโบรกเกอร์ประกัน ถ้ารถคันนั้นเคยซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์รายเดิม
ปัญหาที่พบบ่อยในการเช็กประกันรถยนต์
แม้วิธีเช็กประกันรถยนต์จะมีหลายช่องทางและค่อนข้างสะดวก แต่ผู้ใช้รถก็อาจเจออุปสรรคระหว่างการตรวจสอบได้ ถ้ารู้ล่วงหน้าจะช่วยให้เตรียมตัวได้ดีขึ้นและแก้ปัญหาได้รวดเร็ว
- จำไม่ได้ว่าทำประกันกับบริษัทไหน ทำให้ต้องใช้ระบบกลางหรือโทร คปภ. เพื่อช่วยค้นหา
- ข้อมูลส่วนบุคคลไม่ตรงกัน เช่น ชื่อสะกดผิด เลขทะเบียนไม่อัปเดต ทำให้ระบบค้นหาไม่เจอ
- กรมธรรม์หายหรือหาไม่เจอ ทำให้ตรวจสอบจากเอกสารไม่ได้ ต้องพึ่งช่องทางอื่นแทน
- ระบบออนไลน์ของบริษัทประกันล่มหรือช้า ในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก
- ไม่รู้เลขตัวถังหรือข้อมูลสำคัญของรถ ทำให้บางระบบไม่สามารถค้นหากรมธรรม์ได้
- ซื้อผ่านโบรกเกอร์แล้วติดต่อไม่ได้ ส่งผลให้ตรวจสอบข้อมูลความคุ้มครองลำบากขึ้น
ทำไมต้องเลือกประกันติดโล่?
‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!
เราอยากเห็นผู้คนมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง และรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในชีวิตได้แบบไม่สะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ปัญหาของลูกค้า ให้เหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง
- โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีมากกว่า 1,800 สาขาทั่วไทย
- โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
- ทุกเรื่องประกันโทรเบอร์เดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง
- แนะนำตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน มั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
- มีใบอนุญาตจาก คปภ. และมาตรฐานการรับรอง DBD Registered
- ผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% สูงสุด 10 งวด ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ง้อบัตรเครดิต ซื้อปุ๊ป! คุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรกที่จ่าย
- จ่ายเบี้ยประกันได้ที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย มี SMS แจ้งเตือนชำระเงิน หรือแจ้งยืนยันการชำระเบี้ยให้ลูกค้าได้สบายใจว่าเงินที่ชำระไปถึงมือบริษัทประกันภัยแน่นอน
- โปร่งใส ชี้แจงครบ ไม่หมกเม็ด วางใจได้ว่าจะไม่ถูกบวกเบี้ยหรือเสียผลประโยชน์ ชี้แจงข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน รวมทั้งเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
- มาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม กระตือรือร้นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าตั้งแต่แนะนำ ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย
- ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง
สรุป
วิธีเช็กประกันรถยนต์เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของรถมั่นใจว่าความคุ้มครองยังใช้งานได้และพร้อมช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด เช็กได้จากกรมธรรม์โดยตรง เว็บไซต์บริษัทประกัน แอปพลิเคชัน ระบบกลางของ คปภ. หรือสอบถามโบรกเกอร์ รวมถึงการตรวจสอบวันหมดอายุ ความถูกต้องของข้อมูล และสถานะของประกันในกรณีรถมือสอง การเตรียมข้อมูลให้พร้อมจะช่วยให้การตรวจสอบรวดเร็ว พร้อมลดปัญหาที่อาจพบระหว่างการเช็กสิทธิ์
ถ้ากำลังหาประกันรถยนต์ที่เช็กง่าย คุ้มครองครบ และมีผู้ช่วยดูแลในทุกขั้นตอน ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ให้บริการประกันหลายประเภทที่ครอบคลุมทั้งอุบัติเหตุ รถเสีย และเหตุฉุกเฉินต่างๆ พร้อมทีมดูแลที่ช่วยติดตามงานเคลมและให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ ช่วยให้ผู้ใช้รถมั่นใจได้ว่ามีความคุ้มครองรองรับทุกสถานการณ์บนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้น 2+ หรือประกันรถยนต์ชั้น 3
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเช็กประกันรถยนต์ (FAQ)
พ.ร.บ. เช็กอย่างไร?
พ.ร.บ. เช็กได้จาก 3 ช่องทางหลัก
- ดูจากหน้ากรมธรรม์หรือสติกเกอร์ที่กระจกหน้ารถ
- ติดต่อบริษัทที่ทำ พ.ร.บ.
- เช็กออนไลน์ผ่านระบบของ คปภ. และกรมการขนส่งทางบกที่เชื่อมฐานข้อมูล พ.ร.บ. กับทะเบียนรถ แค่กรอกเลขทะเบียนก็เห็นสถานะความคุ้มครองได้
เช็กประวัติการเคลมประกันรถยนต์อย่างไร?
เช็กประวัติการเคลมประกันรถยนต์ ทำได้ง่ายๆ โดยติดต่อบริษัทประกันโดยตรง ขอรายงานประวัติการเคลมย้อนหลัง ด้วยเลขทะเบียนรถหรือเลขกรมธรรม์ และข้อมูลเจ้าของกรมธรรม์ ถ้าไม่รู้ว่าทำประกันที่ไหน หรืออยากเช็กภาพรวม สามารถติดต่อ คปภ. ผ่านสายด่วน 1186 หรือช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ช่วยตรวจจากฐานข้อมูลกลาง (บางส่วน)
วิธีเช็กประกันรถมอเตอร์ไซค์ ทำได้อย่างไร?
วิธีเช็กประกันรถมอเตอร์ไซค์ ทำคล้ายรถยนต์
- ดูจากกรมธรรม์หรือสติกเกอร์ พ.ร.บ. และเอกสารประกันภาคสมัครใจที่ได้รับตอนทำประกัน
- เช็กออนไลน์ผ่านบริษัทประกันหรือบริษัทกลางฯ เช่น ระบบตรวจสอบความคุ้มครองของบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยกรอกเลขทะเบียนหรือข้อมูลรถ
- ถ้าไม่รู้ว่าทำกับที่ไหน ใช้ไลน์ “คปภ. รอบรู้ – MyPolicy” หรือยื่นคำขอตรวจกรมธรรม์ผ่าน คปภ. เพื่อค้นหากรมธรรม์ที่ยังมีผลคุ้มครอง

