ใบสั่งจราจรแบบใหม่ปี 2569 คนใช้รถควรรู้อะไรบ้าง? ป้องกันโดนปรับ

22 ก.ย. 2569
2
ใบสั่งจราจรแบบใหม่ปี 2569 คนใช้รถควรรู้อะไรบ้าง? ป้องกันโดนปรับ

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

  • ใบสั่งแบบใหม่และวันบังคับใช้ คือเอกสารแจ้งปรับทางพินัยที่เปลี่ยนจากโทษอาญาเป็นค่าปรับและเปิดให้โต้แย้งสิทธิ์ได้ เริ่มบังคับใช้ 1 สิงหาคม 2569

  • รูปแบบใบสั่ง มี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ แบบเขียนด้วยมือ ณ จุดเกิดเหตุ แบบส่งทางไปรษณีย์ (จากกล้องวงจรปิด) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Ticket)

  • วิธีชำระค่าปรับ สามารถสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร ร้านสะดวกซื้อที่มีเคาน์เตอร์เซอร์วิส สถานีตำรวจ หรือชำระผ่านระบบออนไลน์

(อัปเดตล่าสุด เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569)

หลายคนอาจเห็นข่าวอัปเดตเกี่ยวกับใบสั่งแบบใหม่ โดยในปี 2569 เป็นการปรับระบบใบสั่งและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลใบสั่งได้ชัดเจนขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามค่าปรับยิ่งขึ้น หากสงสัยว่าใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ต่างจากแบบเดิมอย่างไร หากได้รับใบสั่งมาแล้ว เราต้องทำอย่างไร ตามอ่านในบทความนี้ได้เลย!

I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

ใบสั่งจราจรแบบใหม่คืออะไร มีผลบังคับใช้เมื่อไร

ใบสั่งจราจรแบบใหม่คืออะไร มีผลบังคับใช้เมื่อไร

ใบสั่งจราจรแบบใหม่คือ เอกสารแจ้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจราจรทางบก ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำการปรับปรุงรูปแบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัย โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดการเป็นความผิดทางอาญาในคดีจราจรเล็กน้อย 

เปลี่ยนเป็นการชำระค่าปรับตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถชี้แจงหรือโต้แย้งข้อกล่าวหาได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และไม่มีผลย้อนหลัง

ใบสั่งจราจรแบบใหม่ มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง

เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายครอบคลุมในทุกสถานการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดตัวอย่างใบสั่งจราจรออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

  1. แบบเขียนด้วยมือ (หรือแบบเล่ม) เป็นใบสั่งที่เจ้าพนักงานจราจรออกให้ ณ จุดเกิดเหตุเมื่อพบผู้กระทำความผิด เช่น ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร หรือจอดรถในที่ห้ามจอด (ใบสั่งแบบแปะหน้ารถ)

  2. แบบส่งทางไปรษณีย์ เป็นใบสั่งที่ได้จากข้อมูลระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กล้องตรวจจับความเร็ว หรือกล้องจับภาพฝ่าไฟแดง ซึ่งจะพิมพ์เป็นเอกสารแล้วจัดส่งไปยังที่อยู่ของเจ้าของรถตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์

  3. แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Ticket) เป็นใบสั่งที่ออกผ่านระบบคอมพิวเตอร์และส่งข้อมูลไปยังแอปพลิเคชันหรือระบบออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก

เปรียบเทียบใบสั่งแบบเก่า VS ใบสั่งแบบใหม่ ต่างกันตรงไหน

รายการเปรียบเทียบ

ใบสั่งแบบเก่า (ระบบเดิม)

ใบสั่งแบบใหม่ (ระบบปรับเป็นพินัย)

ลักษณะความผิด

ถือเป็นความผิดทางอาญา (ลหุโทษ)

เป็นความผิดทางพินัย (มาตรการทางปกครอง)

การระบุสิทธิ์การโต้แย้ง

ไม่ได้ระบุช่องทางและระยะเวลาชัดเจน

ระบุสิทธิ์การโต้แย้งและช่องทางติดต่อชัดเจนในใบสั่ง

ระยะเวลาชำระค่าปรับ

ภายใน 7 วัน หรือตามที่ระบุ

มีระยะเวลาชำระค่าปรับชัดเจน (ปกติ 15 - 30 วัน ตามประกาศ)

การปฏิเสธข้อกล่าวหา

ต้องเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง

สามารถโต้แย้งผ่านช่องทางออนไลน์ ไปรษณีย์ หรือจุดที่กำหนดได้ง่ายขึ้น

ผลกระทบหากค้างชำระ

ออกหมายเรียก และอาจถูกออกหมายจับ

ไม่มีหมายจับ แต่จะถูกอายัดการต่อภาษีรถยนต์ (ได้ป้ายชั่วคราว)

ทำไมต้องเปลี่ยนใบสั่งจราจร มีที่มาอย่างไร

ทำไมต้องเปลี่ยนใบสั่งจราจร มีที่มาอย่างไร

สาเหตุหลักที่ต้องมีการออกแบบใบสั่งจราจรแบบใหม่ เกิดจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับโทษทางอาญาจากการกระทำความผิดเล็กน้อย เช่น การทำผิดกฎจราจรทั่วไป 

นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ที่ระบุว่าเอกสารของรัฐที่เรียกเก็บค่าปรับ ต้องมีช่องทางให้ประชาชนสามารถโต้แย้งหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ หากเห็นว่าตัวเองไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ใบสั่งแบบใหม่จึงต้องระบุข้อความแจ้งสิทธิ์เหล่านี้ไว้อย่างครบถ้วน

วิธีชำระค่าปรับใบสั่งจราจรแบบใหม่ ทำอย่างไรบ้าง

เมื่อได้รับใบสั่ง ผู้ขับขี่สามารถชำระค่าปรับได้หลากหลายช่องทางเพื่อความสะดวก ดังนี้ 

  • แอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) สแกน QR Code หรือ Barcode ที่ปรากฏบนใบสั่ง

  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส (Counter Service) นำใบสั่งไปชำระที่ร้านสะดวกซื้อที่มีเครื่องหมายเคาน์เตอร์เซอร์วิส

  • สถานีตำรวจ ชำระโดยตรงที่สถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ

  • ช่องทางออนไลน์ (e-Ticket) เช็กผ่านระบบใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน 

ไม่จ่ายค่าปรับจราจร ต่อประกันรถยนต์ได้ไหม

หลายคนอาจกังวลว่าเมื่อได้รับใบสั่งจราจรแล้วลืมจ่าย หรือมีใบสั่งค้างอยู่ จะต่อประกันรถได้ไหม โดยสามารถต่อประกันรถยนต์ได้ตามปกติ การค้างชำระค่าปรับจราจรไม่มีผลกับการพิจารณารับประกันภัยของบริษัทประกัน แต่จะมีผลโดยตรงกับกรมการขนส่งทางบก คือ จะไม่สามารถรับป้ายวงกลม (ป้ายภาษี) ตัวจริงได้ จนกว่าจะชำระค่าปรับที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ

สรุป

ใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่เริ่มบังคับใช้ 1 สิงหาคม 2569 โดยเปลี่ยนความผิดกฎจราจรเล็กน้อยจากคดีอาญาเป็นโทษปรับทางพินัย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนโต้แย้งข้อกล่าวหาตามสิทธิ์ได้อย่างเป็นธรรม มีทั้งแบบเขียนมือ ไปรษณีย์ และอิเล็กทรอนิกส์ 

รองรับการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร เคาน์เตอร์เซอร์วิส และสถานีตำรวจ หากค้างชำระจะไม่มีการออกหมายจับเหมือนระบบเดิม แต่จะถูกอายัดการรับป้ายภาษีประจำปีจากกรมการขนส่งทางบก อย่างไรก็ตาม การค้างใบสั่งไม่มีผลกระทบต่อการพิจารณารับทำประกันภัยรถยนต์

และสำหรับใครที่ต้องการต่อประกันรถยนต์ หรือกำลังเลือกแผนที่ตรงใจอยู่ สามารถเช็กได้ที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อได้เลย! เพราะที่นี่พร้อมให้ความคุ้มครองในกรณีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ ทั้งนี้ยังสามารถเลือกได้ว่าจะซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ เพื่อให้รถของคุณได้รับความคุ้มครองที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์จริง ๆ

I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบสั่งจราจรแบบใหม่ (FAQ)

ได้รับใบสั่งส่งมาที่บ้าน แต่ไม่ได้เป็นคนขับ ต้องทำอย่างไร?

หากคุณเป็นเจ้าของรถแต่ไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ในขณะกระทำความผิด กฎหมายปรับเป็นพินัยระบุให้คุณมีสิทธิ์โต้แย้งข้อกล่าวหาได้ โดยสามารถทำหนังสือชี้แจงพร้อมหลักฐาน เช่น สัญญาเช่ารถ หรือชื่อบุคคลที่ยืมรถไปใช้ ส่งกลับไปยังสถานีตำรวจที่ออกใบสั่งภายในระยะเวลาที่กำหนด

Tag :
ประกันรถยนต์