อัปเดตข้อมูลตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) 2026 ครบจบในที่เดียว!

อัปเดตข้อมูลตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) 2026 ครบจบในที่เดียว!
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

โรคมะเร็งยังคงเป็นโรคร้ายอันดับ 1 ของคนไทย แม้จะไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทย รวมถึงคนทั่วโลกเสียชีวิตมากที่สุด

ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งเผยว่า ในแต่ละปี ประเทศไทยจะพบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่มากกว่า 140,000 คน หรือประมาณ 400 คนต่อวัน โดยผู้ชายจะพบมะเร็งตับและท่อน้ำดีมากที่สุด ในขณะที่ผู้หญิงไทย มะเร็งเต้านม ยังคงเป็นภัยร้ายอันดับ 1 เสมอมา ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม โรคมะเร็งเป็นโรคที่สามารถรักษาหายได้ หากเราตรวจพบเซลล์มะเร็งตั้งแต่ระยะแรก และเข้ารับการรักษาตั้งแต่อย่างทันท่วงที โดยในบทความนี้ ประกันติดโล่ จะมาแนะนำวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่สามารถตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะแรกที่ไม่แสดงอาการ อย่างการ “ตรวจแมมโมแกรม (Mammogram)” สาว ๆ ที่มีอายุมากกว่า 40 ขึ้นไปห้ามพลาดเลย!

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

ตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) คืออะไร? เจ็บจริงไหม? สามารถเริ่มตรวจตอนอายุเท่าไหร่? เบิกประกันสังคมได้ไหม? ประกันติดโล่สรุปมาให้แล้ว

ตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) คืออะไร?

การตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) คือ การเอกซเรย์เต้านมด้วยรังสีชนิดพิเศษคล้ายการเอกซเรย์ แต่ใช้ปริมาณรังสีที่ต่ำกว่า (Low-dose X-ray) และตรวจได้ละเอียดมากกว่า โดยเครื่องแมมโมแกรมได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกว่ามีประสิทธิภาพในการตรวจพบหินปูนในเต้านม ซึ่งหินปูนบางชนิดสามารถพบในมะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก และไม่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจร่างกายทั่วไป

ขั้นตอนการตรวจแมมโมแกรม

ผู้ที่ต้องการตรวจแมมโมแกรม สามารถเข้ารับการตรวจได้เลย ไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหาร แต่ห้ามทาโลชั่น แป้งฝุ่น ยา และสเปรย์ระงับกลิ่นตัว บริเวณเต้านมและรักแร้ มีขั้นตอนการตรวจดังนี้

  • นักรังสีการแพทย์ ใช้อุปกรณ์บีบเต้านมเข้าหากัน แล้วทำการถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านมข้างละ 2 รูป และถ่ายจากด้านบนและด้านข้างรวมเป็น 4 รูป
  • การตรวจแมมโมแกรมจะสามารถเห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่อ ต่อมน้ำนม ไขมัน หินปูน และก้อนเนื้อขนาดเล็ก ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถพบความผิดปกติของเต้านมตั้งแต่ระยะแรกเริ่มได้
  • หากตรวจพบจุดที่สงสัย แพทย์อาจมีการถ่ายภาพเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน หรือส่งตรวจอัลตราซาวด์เต้านมต่อเพื่อดูว่าเนื้อเยื่อที่พบเป็นก้อนเนื้อ หรือถุงน้ำ

ตรวจแมมโมแกรมกี่วันรู้ผล?

การตรวจแมมโมแกรมจะสามารถบอกผลตรวจเบื้องต้นได้ทันทีว่า มีจุดที่น่าสงสัยอยู่หรือเปล่า ส่วนการอ่านผลตรวจโดยละเอียด ส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาล

ข้อดีของการตรวจแมมโมแกรม

  • ตรวจพบมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะแรกที่ไม่มีอาการผิดปกติจนถึงระยะที่มีอาการ
  • มีความถูกต้องแม่นยำสูง ภาพเอกซเรย์คมชัด สามารถแยกความแตกต่างของไขมันและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของเต้านมได้อย่างชัดเจน
  • ใช้ระบบบันทึกภาพแบบดิจิตอล แพทย์สามารถมองเห็นภาพบนจอคอมพิวเตอร์ได้เลย
  • มีความปลอดภัยสูง เพราะใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป รังสีไม่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น ๆ ขณะตรวจ และไม่มีรังสีตกค้างในร่างกายหลังตรวจเสร็จ
  • สะดวกรวดเร็ว ใช้ระยะเวลาการตรวจประมาณ 20 – 30 นาทีเท่านั้น

อายุเท่าไหร่ถึงจะสามารถตรวจแมมโมแกรมได้?

อายุเท่าไหร่ถึงจะสามารถตรวจแมมโมแกรมได้

ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป สามารถเริ่มเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยเครื่องแมมโมแกรม เพื่อเฝ้าระวังโรคมะเร็งได้เลย 

อย่างไรก็ตาม แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการตรวจเร็วกว่าปกติ หากคุณมีข้อบ่งชี้ต่อไปนี้

  • คลำเจอก้อนเนื้อที่เต้านม เจ็บเต้านม มีเลือดออก หรือมีของเหลวออกจากหัวนม หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ที่เต้านม
  • ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเนื้องอกในเต้านม
  • มีประวัติฉายแสงบริเวณทรวงอกในช่วงอายุ 10 – 30 ปี
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งเต้านม แพทย์จะแนะนำให้ตรวจตั้งแต่อายุ 30 ปี
  • มีประวัติตรวจพบยีนผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็น ตนเอง หรือคนในครอบครัว ได้แก่ ยีน BRCA1 และ BRCA2 แพทย์จะแนะนำให้ตรวจตั้งแต่อายุ 25 ปี

ใครที่ไม่สามารถตรวจตรวจแมมโมแกรมได้?

การตรวจแมมโมแกรมมีความปลอดภัยสูง มีผลข้างเคียงต่ำ แต่ไม่แนะนำให้ตรวจในคนเหล่านี้

  • ผู้ที่ยังมีอายุน้อย เพราะเนื้อเต้านมจะยังหนาแน่นอยู่ อาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะจะทำให้ทารกในครรภ์ได้รับรังสีโดยไม่จำเป็น
  • ผู้ที่กำลังมีประจำเดือน เพราะเต้านมจะคัดตึงตามธรรมชาติ อาจทำให้เจ็บกว่าปกติได้

ตรวจแมมโมแกรม คืออะไร? ตรวจตอนอายุเท่าไหร่ ทำไมต้องตรวจ? ประกันติดโล่สรุปให้!


  1. ตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) คือ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยรังสีปริมาณต่ำ มีความปลอดภัยสูง
  2. ข้อดีของการตรวจแมมโมแกรม สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มที่ยังไม่แสดงอาการอะไรเลย ช่วยให้สามารถรับมือกับโรคมะเร็งเต้านมได้อย่างทันท่วงที!
  3. ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป สามารถเริ่มเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมได้เลย

ตรวจแมมโมแกรมได้ที่ไหนบ้าง?

สามารถตรวจได้ตามสถานพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศไทยเลย โดยส่วนใหญ่จะรวมอยู่ในแพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้หญิง หรือตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอยู่แล้ว

ตรวจแมมโมแกรม เตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

ตรวจแมมโมแกรม เตรียมตัวอย่างไรบ้าง

  • ควรสวมใส่เสื้อที่สามารถถอดออกได้ง่าย เพื่อให้สะดวกแก่การตรวจ
  • ไม่สวมใส่เครื่องประดับ สร้อยคอ หรือต่างหู
  • ห้ามทาโลชั่น แป้งฝุ่น ยา และสเปรย์ระงับกลิ่นกาย บริเวณเต้านมและรักแร้
  • สามารถรับประทานอาหาร และดื่มน้ำได้ตามปกติ
  • ในกรณีที่เคยตรวจแมมโมแกรมมาก่อน ให้นำผลตรวจเก่ามาให้แพทย์ดูด้วย

การดูแลตนเองหลังตรวจแมมโมแกรม

การตรวจแมมโมแกรมมีความปลอดภัยสูง ผู้เข้ารับการตรวจส่วนใหญ่จะไม่มีผลข้างเคียงอะไรเกิดขึ้น หลังจากตรวจเสร็จแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นแต่อย่างใด

ตรวจแมมโมแกรม ราคาเท่าไหร่?

ค่าบริการตรวจแมมโมแกรมในโรงพยาบาลเอกชนจะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,600 บาท ทั้งนี้ราคาอาจมีการแตกต่างกันไปในแต่ละโรงพยาบาล ขึ้นอยู่กับโปรโมชัน และจำนวนรายการตรวจอื่น ๆ ที่รวมอยู่ในแพ็กเกจตรวจสุขภาพด้วย

ตรวจแมมโมแกรมแตกต่างจากการตรวจอัลตราซาวด์อย่างไร?

ตรวจแมมโมแกรมแตกต่างจากการตรวจอัลตราซาวด์อย่างไร

การตรวจแมมโมแกรมจะเป็นการใช้รังสีปริมาณต่ำถ่ายภาพเต้านม สามารถตรวจรายละเอียดของเต้านมได้ดี ไม่ว่าจะ เนื้อเยื่อ ต่อมน้ำนม ไขมัน หินปูน หรือก้อนเนื้อขนาดเล็ก แต่จะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าก้อนเนื้อที่พบเป็นถุงน้ำปกติ หรือก้อนเนื้อ

ในขณะที่การตรวจอัลตราซาวด์จะเป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงส่งเข้าไปในเต้านม แล้วสะท้อนกลับมาแสดงเป็นภาพที่จอมอนิเตอร์ ซึ่งจะมีข้อดีตรงที่สามารถแยกได้ว่าสิ่งผิดปกติที่พบเป็นถุงน้ำ หรือก้อนเนื้อ แต่จะไม่สามารถตรวจหาหินปูนได้

การตรวจแมมโมแกรมและตรวจอัลตราซาวด์นั้น สามารถตรวจร่วมกันได้ หรือเลือกตรวจอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ โดยแพทย์จะพิจารณาจากอาการ ปัจจัยเสี่ยง และอายุของผู้เข้ารับการตรวจ

เตรียมพร้อมรับมือมะเร็งเต้านมด้วยประกันมะเร็งจากประกันติดโล่

นอกจากการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในทุก ๆ ปีแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สาว ๆ ไม่ควรละเลยก็คือการซื้อประกันมะเร็งไว้เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคที่รักษาค่อนข้างยาก ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูง ถ้าหากไม่ทำประกันมะเร็งไว้ก็อาจจะรับมือกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไม่ไหว

ถ้าหากคุณไม่รู้จะทำประกันมะเร็งแบบไหนดี? เราขอแนะนำ ประกันโรคมะเร็งจากประกันติดโล่ ประกันมะเร็งเจอจ่ายจบที่พร้อมจ่ายเงินก้อนแรกให้ทันทีเมื่อตรวจพบมะเร็ง โดยที่ไม่ต้องตรวจสุขภาพ พร้อมจ่ายค่ารักษาต่อด้วยวงเงินคุ้มครองเกือบล้าน มีเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงวันละ 3 บาทเท่านั้น เราพร้อมช่วยคุณสร้างความมั่นคงทางสุขภาพได้ง่าย ๆ จ่ายค่าเบี้ยประกันได้สบาย ๆ ไม่สร้างภาระทางการเงินอย่างแน่นอน

รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม

1. ตรวจแมมโมแกรมเบิกประกันสังคมได้ไหม?

เราสามารถใช้สิทธิประกันสังคม หรือสิทธิบัตรทองในการเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้ทุกปี โดยในเบื้องต้นจะเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยวิธีการคลำโดยแพทย์ หรือบุคลากรสาธารณสุข ส่วนจะตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น ตรวจอัลตราซาวด์เต้านม หรือตรวจแมมโมแกรม หรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

2. ตรวจแมมโมแกรมเจ็บไหม?

ในขั้นตอนการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม จะต้องกดเต้านมให้แนบกับเครื่อง เพื่อให้เนื้อเต้านมแผ่ออกมา ไม่บดบังสิ่งผิดปกติ (ถ้ามี) และลดปริมาณรังสีที่เต้านมจะได้รับ ซึ่งผู้เข้ารับการตรวจส่วนใหญ่จะรู้สึกอึดอัด หรือเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ความเจ็บระหว่างตรวจแมมโมแกรมยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดเต้านม ความไวของเต้านมที่อาจเกี่ยวกับรอบประจำเดือน หรือความชำนาญของผู้ตรวจ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะช่วงที่อาจก่อให้เกิดความเจ็บจะมีเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

3. เป็นประจำเดือนสามารถตรวจแมมโมแกรมได้ไหม?

สามารถตรวจได้ แต่ในช่วงที่ใกล้มีประจำเดือน หรือกำลังมีประจำเดือน ผู้หญิงจะมีอาการคัดตึงเต้านมตามธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเจ็บเวลาตรวจได้ หากกลัวเจ็บ แนะนำให้ตรวจในช่วง 7 – 14 หลังมีประจำเดือนจะดีกว่า

4. ตรวจแมมโมแกรมได้รับรังสีมากไหม?

การตรวจแมมโมแกรมได้รับรังสีน้อยมาก โดยเทียบเท่ากับรังสีที่ได้เราได้รับในชีวิตประจำวัน (รังสีจากอากาศ น้ำ พื้นดิน แสงแดด หรืออาหารที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยรังสี) ประมาณ 7 สัปดาห์ เมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผลประโยชน์ที่ได้รับแล้ว การตรวจแมมโมแกรมมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย 

นอกจากนี้ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่ารังสีจากการตรวจแมมโมแกรมทำให้เกิดอันตรายในระยะยาว ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป สามารถเข้ารับการตรวจอย่างสบายใจได้เลย

5. เราต้องตรวจแมมโมแกรมบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการตรวจมะเร็งเต้านมจะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล โดยสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) แนะนำให้ผู้หญิงเข้ารับการตรวจแมมโมแกรม ดังนี้

  • อายุ 40 – 44 ปี ควรตรวจแมมโมแกรมอย่างน้อย 1 ครั้ง 
  • อายุ 45 – 54 ปี ควรตรวจแมมโมแกรมปีละ 1 ครั้ง 
  • อายุ 55 ปีขึ้นไป ควรตรวจแมมโมแกรมทุก 1 – 2 ปี

ทั้งนี้ควรสอบถามแพทย์เพิ่มเติม เนื่องจากแต่ละคนจะมีข้อบ่งชี้ในการตรวจแมมโมแกรมต่างกัน

6. เสริมหน้าอกตรวจแมมโมแกรมได้ไหม?

หากเสริมหน้าอกมานานแล้ว แผลหายดีสนิท สามารถเข้ารับการตรวจได้ แต่จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับการตรวจด้วย

 

สรุปเรื่องการตรวจแมมโมแกรม (Mammogram)

การตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่มีประสิทธิภาพมาก สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มโดยที่ยังไม่แสดงอาการ ใช้ระยะเวลาการตรวจไม่นาน ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ และมีความปลอดภัยสูง ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป สามารถเริ่มเข้ารับการตรวจได้เลย เพื่อที่จะได้เฝ้าระวังโรคมะเร็งเต้านมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากโรคมะเร็งเต้านม

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลศิริราชย์ ปิยมหาราชการุณย์, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

Tag :
ตรวจแมมโมแกรม
ประกันมะเร็ง