เบี้ยประกันรถยนต์คืออะไร? คิดจากอะไร และทำอย่างไรให้เบี้ยถูกลง

เบี้ยประกันรถยนต์คืออะไร? คิดจากอะไร และทำอย่างไรให้เบี้ยถูกลง
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

  • เบี้ยประกันรถยนต์ คือจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายให้บริษัทประกันเพื่อซื้อความคุ้มครองล่วงหน้า โดยบริษัทประกันจะทำหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ แทนเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุตามเงื่อนไขกรมธรรม์
  • บริษัทประกันจะประเมินราคาจากความเสี่ยงเป็นหลัก โดยพิจารณาจากประเภทรถ อายุรถ ขนาดเครื่องยนต์ ลักษณะการใช้งาน อายุผู้ขับขี่ ทุนประกัน พื้นที่ใช้งาน และประวัติการเคลม
  • วิธีคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ จะคิดจากเบี้ยประกันพื้นฐาน หักลบด้วยส่วนลดต่างๆ (เช่น ประวัติดี ติดกล้อง) และบวกส่วนเพิ่มความเสี่ยงหากเคลมบ่อย จากนั้นจึงนำไปรวมกับอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • เคล็ดลับทำให้เบี้ยประกันถูกลง ด้วยการเปรียบเทียบราคาหลายบริษัท เลือกซ่อมอู่ทั่วไป ปรับลดทุนประกันให้เหมาะสม ระบุชื่อผู้ขับขี่ ติดกล้องหน้ารถ และขับขี่ปลอดภัยเพื่อรับส่วนลดประวัติดี

มือใหม่หลายคนที่กำลังตัดสินใจทำประกันให้รถยนต์ อาจสงสัยว่าเบี้ยประกันรถยนต์คืออะไร เบี้ยประกันคือจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายให้บริษัทประกัน เพื่อแลกกับความคุ้มครองความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งอาจงงว่าแล้วเราคำนวณอย่างไร? บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเกี่ยวกับเบี้ยประกันรถยนต์ วิธีคิดเบี้ยประกันรถยนต์ เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ทำอย่างไร และวิธีประหยัดเบี้ยประกันที่สามารถทำได้จริง เพื่อให้ได้แผนที่ตอบโจทย์และคุ้มค่า

เบี้ยประกันรถยนต์ คืออะไร

เบี้ยประกันรถยนต์ คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันภัย ซึ่งมักจะเป็นการจ่ายแบบรายปี เพื่อแลกกับความคุ้มครองตามแผนประกันที่เลือกไว้ เหมือนการจ่ายเงินซื้อความเสี่ยงล่วงหน้า หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุรถชน รถสูญหาย หรือไฟไหม้ บริษัทประกันจะเข้ามาทำหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม จ่ายค่ารักษาพยาบาล หรือเงินชดเชยต่างๆ แทนเรา ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตด้วยตัวเองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เบี้ยประกันรถยนต์คิดจากอะไรบ้าง

ประเภทรถ / รุ่น / อายุรถ

บริษัทประกันประเมินจากความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม รถยุโรปหรือรถสปอร์ตที่มีราคาแพงและหาอะไหล่ยากจะมีเบี้ยประกันสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป ส่วนอายุรถที่เพิ่มขึ้นจะทำให้มูลค่าตัวรถลดลง ส่งผลให้เบี้ยประกันมีราคาถูกลงตามไปด้วย

ประเภทประกัน

คำนวณจากระดับความคุ้มครองที่เลือก ประกันชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุดรวมถึงการชนแบบไม่มีคู่กรณี จะมีอัตราเบี้ยประกันสูงที่สุด และราคาจะลดหลั่นลงมาตามลำดับจนถึงประกันชั้น 3 ที่มีราคาย่อมเยาเนื่องจากคุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินและชีวิตของคู่กรณี

ประวัติการเคลม

คำนวณจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุของผู้ขับขี่ หากมีประวัติดี ไม่เคยแจ้งเคลมแบบเป็นฝ่ายผิด จะได้รับส่วนลดประวัติดีต่อเนื่องทำให้เบี้ยประกันในปีถัดไปถูกลง ในทางกลับกัน หากมีการแจ้งเคลมบ่อยครั้งและเป็นฝ่ายผิด ค่าเบี้ยประกันรถยนต์จะถูกปรับเพิ่มขึ้นกลับสู่อัตราปกติ

ทุนประกัน

คิดจากวงเงินคุ้มครองสูงสุดที่บริษัทประกันต้องจ่ายชดเชยกรณีเกิดความเสียหาย ยิ่งรถมีมูลค่าสูงและมีทุนประกันสูง ค่าเบี้ยประกันก็จะแพงขึ้นตามสัดส่วน โดยปกติบริษัทประกันจะประเมินทุนประกันที่เหมาะสมไว้ประมาณ 80% ของราคากลางรถยนต์ในตลาดปีนั้นๆ

พื้นที่ใช้งาน

ประเมินจากสถิติความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุของแต่ละพื้นที่จดทะเบียน รถยนต์ที่จดทะเบียนหรือใช้งานหลักในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลซึ่งมีการจราจรหนาแน่น จะมีความเสี่ยงในการเฉี่ยวชนสูงกว่า ทำให้มีอัตราการคิดเบี้ยประกันที่สูงกว่ารถยนต์ที่จดทะเบียนใช้งานในต่างจังหวัด

อัปเดตปี 2026 เบี้ยประกันรถยนต์ราคาเท่าไร

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 ราคาเริ่มต้นประมาณ 7,500 – 15,000 บาทขึ้นไปต่อปี

  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ราคาเริ่มต้นประมาณ 5,400 – 7,500 บาทต่อปี

  • ประกันรถยนต์ชั้น 2 ราคาเริ่มต้นประมาณ 4,000 – 6,000 บาทต่อปี

  • ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ราคาเริ่มต้นประมาณ 5,000 – 6,500 บาทต่อปี

  • ประกันรถยนต์ชั้น 3 ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,800 – 2,500 บาทต่อปี

วิธีคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ 

หลักการคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ของทุกบริษัทจะมีโครงสร้างการคิดเบี้ยประกันรถยนต์ ดังนี้

เบี้ยประกันภัยสุทธิ + อากรแสตมป์ + ภาษีมูลค่าเพิ่ม = เบี้ยประกันภัยรวม

พร้อมปัจจัยที่มีผลต่อการคิดเบี้ยประกันรถยนต์ ได้แก่

  • ลักษณะการใช้รถ รถเชิงพาณิชย์มีความเสี่ยงสูงกว่ารถส่วนบุคคลจึงมีราคาสูงกว่า

  • ขนาดเครื่องยนต์ รถที่มีกำลังแรงและมีค่าซ่อมแซมแพงจะทำให้เบี้ยประกันสูงขึ้น

  • กลุ่มรถยนต์ รถหรูหรือรถยุโรปที่หาอะไหล่ยากจะมีฐานเบี้ยประกันแพงกว่ารถทั่วไป 

  • ประวัติการเคลม ผู้ที่ไม่มีประวัติการเคลมเป็นฝ่ายผิดจะได้รับส่วนลดประวัติดีทำให้เบี้ยประกันปีถัดไปถูกลง

เคล็ดลับทำอย่างไรให้เบี้ยประกันถูกลง

  • เปรียบเทียบเบี้ยประกันรถยนต์หลายบริษัท เช็กราคาและเงื่อนไขความคุ้มครองจากหลายบริษัทหรือโบรกเกอร์ก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อเปรียบเทียบหาแผนประกันที่คุ้มค่าและตรงกับงบประมาณที่สุด

  • เลือกทุนประกันให้เหมาะสม ปรับลดทุนประกันให้สอดคล้องกับมูลค่ารถยนต์ตามจริงในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเลือกทุนประกันที่สูงเกินความจำเป็น

  • ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุจนต้องเคลมเป็นฝ่ายผิด เพื่อรักษาสิทธิ์รับส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus) ซึ่งช่วยลดเบี้ยประกันในปีถัดไปได้

  • เลือกแผนซ่อมอู่แทนซ่อมห้าง การเลือกเงื่อนไขนำรถเข้าซ่อมที่อู่ทั่วไปในเครือข่ายของบริษัทประกัน จะมีราคาเบี้ยประกันถูกกว่าการเลือกซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง)

  • ต่อประกันล่วงหน้า การต่ออายุกรมธรรม์ก่อนวันหมดอายุ มักจะได้รับโปรโมชัน ส่วนลดพิเศษ หรือของแถมจากบริษัทประกัน 

  • เลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) การระบุเงื่อนไขยอมรับภาระจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเมื่อตนเองเป็นฝ่ายผิด จะช่วยลดค่าเบี้ยประกันรายปีแรกเข้าได้โดยตรง

  • ติดตั้งกล้องหน้ารถ สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานขอลดเบี้ยประกันได้ 5-10% ตามเงื่อนไขของ คปภ.

เบี้ยประกันรถยนต์ลดลงปีละเท่าไร

โดยปกติแล้ว ทุนประกันและเบี้ยประกันจะลดลงประมาณ 10% ต่อปี ตามการเสื่อมสภาพของรถยนต์ (บางรุ่นอาจลดถึง 15%) โดยทุนประกันจะคำนวณจาก 80% ของราคากลางในตลาด ณ ขณะนั้น ถ้าขับดีไม่มีการเคลม เบี้ยประกันในปีถัดๆไป สามารถได้ส่วนลดประวัติดีตามขั้นสูงสุด 40-50% โดยขึ้นอยู่กับรหัสรถยนต์

เงื่อนไขเพิ่มเติม ส่วนลดประวัติดีจะถูกนำไปคำนวณเป็นส่วนลดจากเบี้ยประกันพื้นฐานในรอบการต่ออายุปีถัดไป โดยสิทธิ์นี้มักจะใช้ได้เมื่อต่ออายุกับบริษัทประกันภัยเดิม แต่ในปัจจุบันมีหลายบริษัทหรือโบรกเกอร์ที่อนุญาตให้ผู้เอาประกันสามารถโอนย้ายประวัติดีไปใช้เป็นส่วนลดเมื่อเปลี่ยนบริษัทประกันได้เช่นกัน

เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ทำอย่างไร

  1. เตรียมข้อมูลรถ เตรียมรายละเอียดสำคัญ ได้แก่ เลขทะเบียน ยี่ห้อ รุ่น ปีรถ และข้อมูลส่วนตัวของผู้ขับขี่

  2. เลือกช่องทาง เข้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของโบรกเกอร์ หรือบริษัทประกันที่คุณไว้วางใจ

  3. กรอกรายละเอียด ระบุข้อมูลรถและเลือกประเภทความคุ้มครองที่ต้องการ

  4. เช็กราคาและปรับแต่ง ระบบจะแสดงใบเสนอราคาทันที สามารถปรับเปลี่ยนทุนประกันหรือค่าเสียหายส่วนแรกเพื่อให้ได้เบี้ยที่พอใจ

  5. ชำระเงิน และรอรับกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Policy) ทางอีเมลได้ทันที

เช็กเบี้ยประกันกับ “ประกันติดโล่” ดีอย่างไร

‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!

เราอยากเห็นผู้คนมีสถานการณ์ทางการเงินราบรื่น มั่นคง และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ทุกปัญหาของลูกค้าให้เป็นเรื่องของตัวเอง

  • โบรกเกอร์ขายประกันที่มีมากกว่า 1,800 สาขาทั่วไทย

  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย

  • ทุกเรื่องประกันจบในเบอร์โทรเดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง

  • แนะนำอย่างตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม

  • สามารถผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน โดยไม่ง้อบัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย และคุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรก

  • จ่ายเบี้ยประกันที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย พร้อมระบบ SMS แจ้งเตือนและยืนยันการจ่ายเงินเพื่อความสบายใจ

  • โปร่งใส ชี้แจงครบทุกรายละเอียด วางใจได้ว่าจะได้ไม่ถูกบวกเบี้ย พร้อมข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน และเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง

  • มาพร้อมมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนะนำ จนถึงบริการหลังการขาย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของทุกคน

  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

สรุป

เบี้ยประกันรถยนต์คือค่าธรรมเนียมรายปีเพื่อแลกความคุ้มครองความเสี่ยง คำนวณจากประเภทรถ ทุนประกันที่ 80% ของราคากลาง และสถิติการใช้รถในแต่ละพื้นที่ หากไม่มีการเคลมผู้ขับขี่จะได้รับส่วนลดประวัติดี (NCB) 40-50% โดยขึ้นอยู่กับรหัสรถยนต์ และสามารถลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ด้วยการระบุชื่อผู้ขับขี่ ติดตั้งกล้อง หรือเลือกค่าเสียหายส่วนแรก การเปรียบเทียบราคาและเช็กเบี้ยผ่านระบบออนไลน์จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ได้แผนประกันที่คุ้มค่าและตรงโจทย์ที่สุดในราคาประหยัด

ก่อนเลือกซื้อประกันควรเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ โดยสามารถเช็กได้ที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อได้เลย! เพราะที่นี่มีประกันหลากหลายให้เลือกว่าจะซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ตามต้องการ โดยมีแผนประกันหลายแบบสามารถเลือกผ่อนชำระได้ และยังครอบคลุมทั้งกรณีอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อตัวรถ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำ เพื่อให้ได้แผนประกันที่ตอบโจทย์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเบี้ยประกันรถยนต์ (FAQ)

ทำไมเบี้ยประกันรถยนต์แต่ละคนถึงไม่เท่ากัน?

เบี้ยประกันรถยนต์แต่ละคนไม่เท่ากันเพราะบริษัทประเมินความเสี่ยงต่างกัน โดยพิจารณาจากปัจจัยหลักดังนี้

  • ประวัติการขับขี่ เคลมบ่อยเบี้ยสูงขึ้น

  • รุ่นและมูลค่ารถ รถราคาสูงหรือซ่อมแพง ทุนประกันและเบี้ยจะสูงตาม 

พื้นที่ใช้งาน เขตที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงส่งผลต่อราคาเบี้ย

ค่า Deductible ช่วยลดเบี้ยประกันได้จริงไหม ประมาณเท่าไร?

การเลือกค่า Deductible ช่วยลดเบี้ยประกันรายปีได้โดยตรง โดยระบุยอดที่ยินดีจ่ายเองเมื่อเป็นฝ่ายผิดตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาทขึ้นไป ยิ่งระบุยอดสูงเบี้ยยิ่งถูกลง เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ประวัติดีที่เน้นประหยัดค่าเบี้ยและไม่ค่อยแจ้งเคลม

ถ้าต่อประกันล่วงหน้านานๆ จะได้เบี้ยประกันที่ถูกกว่าจริงไหม?

การต่อประกันรถยนต์ล่วงหน้า 1-3 เดือน ช่วยลดค่าเบี้ยได้จริงผ่านส่วนลดพิเศษและโปรโมชันต่างๆ ทั้งยังรักษาสิทธิ์ส่วนลดประวัติดีต่อเนื่อง ช่วยให้วางแผนการเงินได้แม่นยำและป้องกันความเสี่ยงจากการที่รถขาดความคุ้มครองโดยไม่รู้ตัว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

Tag :