การต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ เช็กที่นี่เลย

การต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ เช็กที่นี่เลย
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

ยุคปัจจุบันมีการซื้อขายรถยนต์เป็นจำนวนมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยความจำเป็นหรือเหตุผลอื่น ๆ แต่สิ่งสำคัญที่ตามมาคือ “การต่อภาษีรถยนต์” หรือเรียกง่าย ๆ คือการต่อทะเบียนในแต่ละปี ภาษีรถยนต์ตัวนี้มีความสำคัญมากขนาดไหน แล้วถ้าจะต่อภาษีง่ายที่สุดสามารถทำได้อย่างไร บทความนี้มีคำตอบ

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

น้ำหนักรถ (กก.)

อัตราภาษี (บาท)

501 – 750

450

751 – 1000

750

1,001 – 1,250

1,050

1,251 – 1,500

1,350

1,501 – 1,750

1,650

1,751 – 2,000

1,950

2,001 – 2,500

2,400

2,501 – 3,000

2,850

3,001 – 3,500

3,300

3,501 – 4,000

3,750

4,001 – 4,500

4,200

4,501 – 5,000

4,650

5,001 – 6,000

5,100

6,001 – 7,000

5,550

7,001 ขึ้นไป

6,000

ความสำคัญของการต่อภาษีรถยนต์

“ทำไมต้องต่อภาษีรถยนต์” อาจจะเป็นคำถามที่หลาย ๆ คนสงสัย ซึ่งคำตอบที่ได้มาแบบทั่ว ๆ ไป ก็คือเป็นการทำตามกฎหมาย แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป การใช้รถบนท้องนั้นจะก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพของถนนหนทาง รวมไปถึงต้องสร้างถนนเส้นใหม่ เพิ่มเติม

การจ่ายภาษีรถยนต์ก็เสมือนเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนหน่วยงานคมนาคมให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และทำถนนหนทางทั่วประเทศให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงปรับปรุงการคมนาคมอื่น ๆ

ต่อป้ายภาษีรถยนต์ต้องทำตอนไหน?

การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีเป็นหน้าที่สำคัญของผู้ใช้รถทุกคน โดยเจ้าของรถจะต้องดำเนินการต่อภาษีให้เรียบร้อยก่อนที่ป้ายภาษีเดิมจะหมดอายุ ซึ่งสามารถตรวจสอบวันหมดอายุได้จากป้ายวงกลมที่ติดอยู่หน้ากระจกรถ หรือในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ เพื่อให้รถของคุณสามารถใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมายและไม่โดนค่าปรับ

ถ้าไม่ต่อภาษีรถยนต์จะเป็นอย่างไร

ถ้าไม่ต่อภาษีรถยนต์จะเป็นอย่างไร

หากละเลยการต่อภาษีรถยนต์ย่อมถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และถือเป็นเรื่องสำคัญที่คนใช้รถควรรู้ แต่ถ้าหาไม่ต่อภาษีจะมีกฏหมายที่เข้ามาดูแลดังนี้

1. เสียค่าปรับ

ตามปกติแล้วการต่อภาษีสามารถทำได้ล่วงหน้าก่อนทะเบียนหมดอายุไม่เกิน 3 เดือน แต่ถ้าต่อภาษีล่าช้าจะโดนค่าปรับ 1% ของภาษีรถยนต์ต่อเดือน ยิ่งปล่อยไว้นาน ค่าปรับก็จะยิ่งเพิ่ม หากปล่อยไว้นานอาจโดนค่าปรับย้อนหลังอ่วมได้ไม่ยาก

2. ถูกระงับทะเบียน

เมื่อปล่อยรถไว้นานโดยไม่ได้ทำการต่อทะเบียนเกิน 3 ปี ทางขนส่งจะดำเนินการระงับทะเบียนทันที หากจะใช้รถคันเดิมจะต้องดำเนินการยื่นขอจดทะเบียนรถใหม่พร้อมคืนป้ายทะเบียน รวมถึงดำเนินการชำระภาษีรถยนต์ย้อนหลัง สำหรับรถใครที่มีการซ่อมเป็นเวลายาวนาน หรือจอดไว้ไม่ได้ใช้งาน ขนส่งก็ไม่ได้ใจร้ายสามารถยื่นแสดงการระงับใช้รถชั่วคราวล่วงหน้าที่ขนส่งได้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียภาษีในช่วงนั้น ๆ

3. เสียค่าใช้จ่ายจิปาถะ

นอกจากค่าปรับแล้ว การไม่ต่อภาษีรถยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก เช่น ค่าตรวจสภาพ ค่าป้ายใหม่ เป็นต้น ยังไม่นับค่าเดินทางไป ๆ มา ๆ กรณีเตรียมเอกสารไม่ครบหรือโดนเรียกเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งเทียบแล้วการยื่นต่อภาษีตามปกติยังมีความคุ้มค่าเสียกว่า

โดยสรุปแล้ว ทุกคนควรดำเนินการต่อภาษีรถยนต์เป็นประจำทุกปี เพื่อที่จะให้ไม่ต้องเสียค่าปรับเพิ่มเติม รวมถึงประหยัดเวลาอีกด้วย

ต่อภาษีรถยนต์ที่ไหนได้บ้าง

ต่อภาษีรถยนต์ที่ไหนได้บ้าง

การต่อทะเบียนรถหรือภาษีรถยนต์นั้นสะดวกสบายกว่าเดิมมาก เพราะมีช่องทางหลากหลายให้เลือกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางออนไลน์ หรือจุดบริการต่างๆ ที่ครอบคลุม โดยสามารถเลือกได้ตามความสะดวก ดังนี้

1. ต่อภาษีรถยนต์ทางออนไลน์ 

ปัจจุบันเจ้าของรถสามารถดำเนินการต่อภาษีรถยนต์ผ่านระบบออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบกได้แล้วที่เว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th/ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งฯ โดยตรง สามารถชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และรอรับเอกสารทางไปรษณีย์ได้เลย

ประเภทรถที่สามารถต่อภาษีออนไลน์ได้

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) อายุรถไม่เกิน 7 ปี
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2) อายุรถไม่เกิน 7 ปี
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3) อายุรถไม่เกิน 7 ปี
  • รถจักรยานยนต์ (รย.12) อายุรถไม่เกิน 5 ปี
  • รถที่ค้างชำระภาษีไม่เกิน 1 ปี (สำหรับรถยนต์) และไม่เกิน 3 ปี (สำหรับรถจักรยานยนต์)
  • รถที่ไม่ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส หรือมีการติดตั้งแก๊สแต่แจ้งลงเล่มแล้ว
  • รถที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี หรือส่วนลดภาษี
  • รถที่ผ่านการตรวจสภาพรถ (ตรอ.) แล้ว (สำหรับรถที่เข้าเกณฑ์ต้องตรวจ)

2. ต่อภาษีรถยนต์ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ 

เป็นช่องทางมาตรฐานที่เจ้าของรถคุ้นเคย สามารถนำรถเข้ารับบริการตรวจสภาพ (สำหรับรถที่เข้าเกณฑ์) และยื่นเอกสารต่อภาษีได้โดยตรงที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขาใกล้บ้าน ซึ่งรองรับการต่อภาษีสำหรับรถทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ หรือรถที่มีอายุการใช้งานเกินกำหนดที่ต่อออนไลน์ได้ รวมถึงรถที่มีการดัดแปลงสภาพ หรือมีภาษีค้างชำระ

ประเภทรถที่สามารถต่อภาษีที่สำนักงานขนส่งได้

  • รถยนต์ทุกประเภทตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522
  • รถที่จดทะเบียนตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (เช่น รถบรรทุก, รถโดยสาร)
  • รถที่เข้าข่ายต้องตรวจสภาพกับกรมการขนส่งทางบก (เช่น รถยนต์อายุเกิน 7 ปี, รถจักรยานยนต์อายุเกิน 5 ปี ที่ไม่ได้ตรวจกับ ตรอ. มาก่อน)
  • รถที่มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของรถ เช่น เปลี่ยนสี, เปลี่ยนเครื่องยนต์
  • รถที่ค้างชำระภาษีเกินกำหนด และต้องการดำเนินการให้ถูกต้อง

3. ต่อภาษีรถยนต์กับสถานที่ที่ร่วมรายการ 

เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการชำระค่าต่อภาษีรถยนต์ด้วยตนเอง โดยเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่จดทะเบียนไม่เกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนไม่เกิน 5 ปี โดยต้องเป็นรถที่ไม่ผ่านการดัดแปลงสภาพ และไม่มีภาษีค้างชำระ

  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส
  • ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมโครงการช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี (Shop Thru for Tax)
  • ที่ทำการไปรษณีย์
  • ธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมโครงการกับกรมการขนส่งทางบก

4. ต่อภาษีรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน mPay และ True Money Wallet 

เพิ่มความสะดวกสบายอีกขั้นด้วยการต่อภาษีผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เพียงทำตามขั้นตอนที่แอปพลิเคชันกำหนด ก็สามารถชำระเงินและรอรับเอกสารได้เช่นกัน เหมาะสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลตามเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

ต่อภาษีรถยนต์​ใช้เอกสารอะไรบ้าง

  • หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หรือเล่มทะเบียน
  • เอกสาร พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
  • หลักฐานการผ่านการตรวจสภาพรถยนต์ แต่ถ้าหากขาดต่อภาษีเกิน 3 ปีจะต้องมีเอกสารเพิ่ม ดังนี้
    • สำเนาบัตรประชาชน
    • หลักฐานการระงับทะเบียน (กรณียื่นขอระงับ)
    • เอกสารอื่น ๆ ตามที่ขนส่งต้องการ

ต่อภาษีรถยนต์ ราคาเท่าไหร่ 

สำหรับค่าต่อภาษีรถยนต์นั้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภท ขนาดเครื่องยนต์ หรือน้ำหนักของรถแต่ละคัน ทำให้เจ้าของรถแต่ละคนจ่ายค่าภาษีไม่เท่ากัน โดยกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณไว้ชัดเจน ดังนี้

คิดภาษีตามขนาดเครื่องยนต์ (CC.)

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง (เช่น รถเก๋ง) จะมีวิธีคิดภาษีรถยนต์ตามความจุกระบอกสูบ (CC.) โดยมีอัตราดังนี้

  • 600 CC. แรก คิด CC. ละ 0.50 บาท
  • 601 – 1,800 CC. คิด CC. ละ 1.50 บาท
  • เกิน 1,800 CC. คิด CC. ละ 4.00 บาท

นอกจากนี้ หากเป็นรถที่จดทะเบียนมาแล้วเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป จะได้รับส่วนลดค่าภาษีตามอายุรถ ดังนี้

  • ปีที่ 6 ลดหย่อน 10%
  • ปีที่ 7 ลดหย่อน 20%
  • ปีที่ 8 ลดหย่อน 30%
  • ปีที่ 9 ลดหย่อน 40%
  • ปีที่ 10 ขึ้นไป ลดหย่อน 50%

คิดภาษีตามน้ำหนักรถ

สำหรับรถยนต์ประเภทอื่น เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง (รถตู้) และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะ) จะคิดภาษีรถยนต์ตามน้ำหนักรถ ซึ่งมีอัตราที่แตกต่างกันไป ดังตารางตัวอย่าง (อ้างอิงจากกรมการขนส่งทางบก อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุด)

คิดภาษีแบบรายคัน

รถบางประเภทจะมีการคิดภาษีรถยนต์เป็นรายคัน ซึ่งมีอัตราคงที่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์หรือน้ำหนัก ได้แก่

  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 100 บาท
  • รถพ่วงของรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 50 บาท
  • รถบดถนน คันละ 200 บาท
  • รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร คันละ 50 บาท
  • รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด (รถหมวด 3) จะคิดตามน้ำหนักเช่นเดียวกับรถบรรทุกส่วนบุคคล

การคิดภาษีของรถยนต์ไฟฟ้า

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จดทะเบียนระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2565 – 30 กันยายน 2568 จะมีการลดหย่อนภาษีรถยนต์ประจำปีลง 80% ของอัตราภาษีปกติ เป็นระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียน ซึ่งเป็นมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

วิธีต่อป้ายภาษีรถยนต์มีขั้นตอนอะไรบ้าง

ขั้นตอนในการต่อภาษีรถยนต์นั้นไม่ยุ่งยาก ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกช่องทางไหน แต่โดยหลักการแล้วจะคล้ายคลึงกันคือการเตรียมเอกสาร ยื่นเรื่อง และชำระเงิน เพื่อให้ได้ป้ายภาษีมาติดหน้ารถยนต์

วิธีต่อป้ายภาษีรถยนต์ที่สำนักงานขนส่งทางบก

การต่อทะเบียนรถที่สำนักงานขนส่งฯ เป็นวิธีที่มั่นใจได้ว่าถูกต้องครบถ้วนที่สุด มีขั้นตอนดังนี้

  1. เตรียมเอกสารให้พร้อม 
    • สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (ตัวจริงหรือสำเนา)
    • พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ
    • ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (ตรอ.)
  2. เดินทางไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขาที่สะดวก
  3. ติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ หรือกดบัตรคิวสำหรับบริการต่อภาษีรถยนต์
  4. ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและคำนวณค่าภาษี
  5. ชำระค่าต่อภาษีรถยนต์และค่าธรรมเนียมอื่นๆ (ถ้ามี)
  6. รับใบเสร็จและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) เพื่อนำไปติดที่รถยนต์

วิธีต่อป้ายภาษีรถยนต์กับเว็บไซต์กรมขนส่งทางบก

สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย สามารถต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก https://eservice.dlt.go.th ได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. เข้าสู่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบกสำหรับบริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) และลงทะเบียนเพื่อเข้าใช้งานระบบ (หากยังไม่เคยลงทะเบียน) หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีผู้ใช้เดิม
  2. เลือกเมนู “ชำระภาษีรถยนต์ประจำปี” หรือ “ชำระภาษีรถจักรยานยนต์ประจำปี”
  3. กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับรถที่ต้องการต่อภาษี เช่น หมายเลขทะเบียนรถ จังหวัด
  4. ระบบจะแสดงข้อมูลรถ และค่าต่อภาษีรถยนต์ที่ต้องชำระ รวมถึงตรวจสอบข้อมูล พ.ร.บ. (หากมีข้อมูลในระบบ) หรือกรอกข้อมูล พ.ร.บ. เอง
  5. หากรถต้องตรวจสภาพ (ตรอ.) ระบบจะตรวจสอบข้อมูลการตรวจสภาพจากฐานข้อมูลของกรมฯ
  6. เลือกช่องทางการชำระเงิน (เช่น บัตรเครดิต/เดบิต, QR Code, เคาน์เตอร์บริการ) และดำเนินการชำระเงิน
  7. เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะจัดส่งเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีและใบเสร็จรับเงินให้ทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนไว้
การต่อภาษีรถยนต์ต่อล่วงหน้าได้กี่วัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์

ต่อล่วงหน้าได้กี่วัน

สามารถดำเนินการต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วัน หรือ 3 เดือน ก่อนวันที่ภาษีรถยนต์ของคุณจะหมดอายุ

ต่อภาษีช้า เสียค่าปรับเท่าไหร่

หากลืมหรือปล่อยให้การต่อภาษีรถยนต์ล่าช้ากว่ากำหนด จะต้องเสียค่าปรับตามกฎหมายครับ โดยค่าปรับจะคิดในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระ เศษของวันจะนับเป็นหนึ่งเดือน นอกจากนี้ยังมีผลกระทบอื่นๆ ตามมาอีกด้วย:

  • โทษปรับ ถูกปรับร้อยละ 1 ต่อเดือนของค่าภาษีที่ต้องชำระจนถึงวันที่ชำระ
  • การใช้รถหากภาษีรถยนต์ขาดเกิน 1 ปี แต่ยังนำรถไปใช้งานบนท้องถนน แล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
  • ทะเบียนรถถูกระงับ หากปล่อยให้ภาษีรถยนต์ขาดการติดต่อนานเกิน 3 ปี จะส่งผลให้ทะเบียนรถคันดังกล่าวถูกระงับทันที หากต้องการใช้รถต่อจะต้องดำเนินการจดทะเบียนใหม่ ซึ่งมีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่ยุ่งยากกว่าเดิม

รถใช้แก๊ส (NGV และ LPG) มีขั้นตอนเสียภาษียังไง

สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบแก๊ส NGV หรือ LPG จะมีขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์คล้ายกับรถยนต์ทั่วไป แต่จะมีเอกสารเพิ่มเติมคือใบรับรองการตรวจและทดสอบถังแก๊สจากวิศวกรที่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะต้องนำไปยื่นพร้อมกับเอกสารอื่นๆ และจำเป็นต้องดำเนินการต่อทะเบียนรถที่สำนักงานขนส่งทางบกเท่านั้น ไม่สามารถต่อผ่านช่องทางออนไลน์หรือจุดบริการอื่นๆ ได้

ความแตกต่างระหว่างภาษีกับ พ.ร.บ.

ภาษีรถยนต์ คือ ค่าใช้จ่ายที่เจ้าของรถยนต์ทุกคนต้องดำเนินการชำระทุกปี ทำนองเดียวกับภาษีเงินได้หรือภาษีโรงเรือน เพื่อนำเงินส่วนนี้ไปดูแลรักษาระบบคมนาคมและภาคส่วนอื่น ๆ

พ.ร.บ.รถยนต์ หรือ ชื่อเต็มว่า พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คือการทำประกันภัยรถยนต์ขั้นต้นที่ผู้ใช้รถทุกคนจำเป็นต้องทำ เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งจะให้การช่วยเหลือในแง่ค่ารักษาและค่าชดเชยอื่น ๆ

สิ่งที่เหมือนกันคือทั้งสองอย่างนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอย่างมากหากต้องซื้อรถสักคัน

สรุป การต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือความสำคัญและวิธีการดำเนินการต่อภาษีรถยนต์อย่างง่ายครับ ซึ่งนอกจากจะเป็นข้อกฎหมายแล้วยังนับเป็นหน้าที่ของทุกคนที่สมควรทำเพื่อช่วยดูแลรักษาถนนหนทางของเราให้ดียิ่งขึ้น

หากคุณต้องดำเนินการต่อพ.ร.บ. และภาษี ลองปรึกษาทางประกันติดโล่ดูครับ เรามีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ประกันติดโล่ หรือสอบถามพวกเราได้ที่ประกันติดโล่ทุกสาขาทั่วประเทศ พวกเรายินดีให้บริการครับ!

ที่มา: DLT (กรมการขนส่งทางบก)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

Tag :
ต่อพ.ร.บ.
ต่อภาษีรถยนต์
ภาษี