ค่าสินไหมคืออะไร? กรณีรถชนต้องเรียกร้องอย่างไร ใช้เวลานานไหม?

ค่าสินไหมคืออะไร? กรณีรถชนต้องเรียกร้องอย่างไร ใช้เวลานานไหม?
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

Key Takeaway

  • ค่าสินไหมคือเงินชดเชยความเสียหายจากอุบัติเหตุ ครอบคลุมทรัพย์สิน ร่างกาย ชีวิต และค่าเสียโอกาส พิจารณาตามความผิดและหลักฐานที่มี
  • ค่าสินไหมทดแทนประกอบด้วยค่าสินไหมทรัพย์สิน เช่น ค่าซ่อมรถ ค่าเสื่อม รวมถึงค่าสินไหมร่างกาย เช่น ค่ารักษาพยาบาล รายได้ที่ขาดหาย หรือค่าอาการเจ็บปวด และบางกรณีรวมความเสียหายทางจิตใจด้วย
  • ค่าสินไหมทดแทนรถชนสามารถเรียกได้จากประกันของตัวเองตามประเภทกรมธรรม์ หรือเรียกจากคู่กรณีเมื่อเป็นฝ่ายถูก แต่ละสิทธิ์คุ้มครองไม่เท่ากันและต้องดูหลักฐานประกอบ
  • ขั้นตอนเรียกค่าสินไหมทดแทนรถชน เริ่มจากเก็บหลักฐาน ติดต่อประกันหรือคู่กรณี ประเมินความเสียหาย เจรจาค่าเสียหาย และรับเงินชดเชย กระบวนการทั้งหมดต้องมีเอกสารครบและดำเนินตามขั้นตอนเพื่อให้ได้เงินชดเชยเร็วที่สุด

ค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวข้องทั้งค่าซ่อม ค่ารักษา และค่าเสียโอกาสต่างๆ ที่อาจตามมาไม่ทันตั้งตัว ค่าสินไหมทดแทนรถชนคือเงินชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะซ่อมรถ เจ็บตัว หรือเสียเวลาทำงาน ซึ่งสามารถเรียกร้องได้จากบริษัทประกันหรือคู่กรณี ขึ้นอยู่กับความผิดและหลักฐานที่มี การเข้าใจหลักค่าสินไหมตั้งแต่แรกจะช่วยให้จัดการสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ

ค่าสินไหมคืออะไร?

ค่าสินไหมคือเงินชดเชยที่ผู้เสียหายมีสิทธิ์ได้รับ เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ชีวิต ร่างกาย หรือสูญเสียโอกาสในการทำงานตามปกติ เงินก้อนนี้มีไว้เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงและช่วยให้ผู้เสียหายกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงแบบเดิมที่สุด

การเรียกร้องค่าสินไหมสำคัญมาก เพราะเป็นสิทธิ์ทางกฎหมายที่คุ้มครองผู้ได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเรียกจากประกันหรือคู่กรณี ทั้งหมดมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขกำกับไว้ชัดเจน เพื่อให้การชดเชยเป็นธรรมและตรวจสอบได้

ค่าสินไหมทดแทนมีอะไรบ้าง?

ค่าสินไหมทดแทนมีอะไรบ้าง?

ค่าสินไหมทดแทนแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ขึ้นอยู่กับผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ร่างกาย หรือผลกระทบด้านจิตใจ แต่ละส่วนจะมีหลักเกณฑ์และวงเงินชดเชยต่างกัน เพื่อช่วยให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม

1. ความเสียหายต่อทรัพย์สิน

เมื่อรถหรือทรัพย์สินเสียหายจากอุบัติเหตุ สามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้ตามนี้

  • ค่าซ่อมรถ ชดเชยตามราคาซ่อมจริงตามใบเสนอราคาหรืออู่ซ่อมที่บริษัทประกันรับรอง
  • ค่าเสื่อมสภาพ กรณีรถเสียหายหนัก ทำให้มูลค่าลดลงหลังซ่อม อาจเรียกค่าสินไหมส่วนนี้ได้ตามความเหมาะสม
  • ค่าของหายหรือของเสียหายภายในรถ เช่น โทรศัพท์ กระเป๋า หรือสิ่งของส่วนตัวที่ได้รับความเสียหายจากแรงกระแทก

2. ความเสียหายต่อร่างกาย

ครอบคลุมทุกความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก

  • ค่ารักษาพยาบาล ครอบคลุมค่ารักษาตามจริงตามใบเสร็จ เช่น ค่ายา ค่าห้อง ค่าตรวจพิเศษ
  • ค่าชดเชยรายได้ ถ้าบาดเจ็บจนหยุดงาน สามารถเรียกค่าสินไหมบาดเจ็บกรณีเสียรายได้ตามจำนวนวันที่ขาดงาน
  • ค่าเสียโอกาส สำหรับกรณีงานที่ถูกยกเลิก รายได้ที่ไม่ได้รับ หรือผลกระทบทางอาชีพ
  • ค่าใช้จ่ายระหว่างพักรักษาตัว เช่น ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าเฝ้าผู้ป่วย หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติม

3. ความเสียหายทางจิตใจ (บางกรณี)

ในกรณีอุบัติเหตุรุนแรงหรือมีการสูญเสีย อาจได้รับค่าสินไหมส่วนนี้

  • ค่าเสียหายต่อความเจ็บปวด ชดเชยความเจ็บปวด ความทุกข์ หรือผลกระทบทางจิตใจที่เกิดจากอุบัติเหตุ
  • ชดเชยกรณีผู้เสียชีวิต ผู้เสียหายหรือทายาทสามารถเรียกค่าปลงศพ ค่าช่วยเหลือครอบครัว และค่าเสียหายเชิงลงโทษในบางกรณีได้
ค่าสินไหมทดแทนรถชน ต้องรู้สิทธิ์อะไรบ้าง?

ค่าสินไหมทดแทนรถชน ต้องรู้สิทธิ์อะไรบ้าง?

เวลารถชน สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้ว่า “เราสามารถเรียกร้องจากใครได้บ้าง” ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทประกันที่มี คู่กรณีเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ และเหตุการณ์เกิดขึ้นในลักษณะไหน การรู้สิทธิ์ตั้งแต่ต้นช่วยให้ไม่เสียผลประโยชน์และเรียกค่าสินไหมได้ครบ

เรียกจากประกันของตัวเอง (ประกันภัยรถยนต์)

สำหรับคนที่ทำประกันรถไว้ สามารถใช้ความคุ้มครองตามประเภทประกันที่ถืออยู่ได้ทันที

  • ประกันชั้น 1 คุ้มครองรถเราทุกกรณี ไม่ว่าชนมีคู่กรณีหรือไม่มี ซ่อมรถเรา – รถคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล ไฟไหม้ น้ำท่วม และรถหาย
  • ประกันชั้น 2+ / 3+ ซ่อมรถเราเมื่อ “ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น” คุ้มครองรถคู่กรณีและค่ารักษาพยาบาล
  • ประกันชั้น 2 / 3 ไม่ซ่อมรถเรา แต่คุ้มครองคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล และความเสียหายของคู่กรณี
  • พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัย ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยรายได้ และค่าช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต ไม่ว่าผิดหรือถูก

เรียกจากคู่กรณี

เมื่อคู่กรณีมีส่วนผิด สามารถเรียกค่าสินไหมจากคู่กรณีหรือบริษัทประกันของเขาได้ตามกฎหมาย

  • กรณีคู่กรณีผิด 100% เราสามารถเรียกค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียรายได้ และค่าเสียหายอื่นๆ จากประกันของคู่กรณีได้เต็มจำนวน
  • กรณีประมาทร่วม การชดเชยจะแบ่งตามสัดส่วนความผิด เช่น ผิดคนละครึ่ง ก็ชดเชยคนละครึ่ง
  • กรณีไม่มีประกัน สามารถเรียกตรงจากคู่กรณีตามกฎหมายแพ่ง ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมชดใช้ อาจต้องฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าสินไหมจากคู่กรณีตามสิทธิ์ของผู้เสียหาย
ค่าสินไหมทดแทนรถชน ได้กี่บาท?

ค่าสินไหมทดแทนรถชน ได้กี่บาท?

จำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนขึ้นอยู่กับประเภทประกัน ความคุ้มครองที่ระบุในกรมธรรม์ และลักษณะความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยสามารถประเมินคร่าวๆ ได้ดังนี้

  • ค่าซ่อมรถเรา
    • ประกันชั้น 1 ตามราคาซ่อมจริง ไม่เกินทุนประกัน
    • ประกัน 2+ / 3+ ซ่อมได้เมื่อมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก
    • ไม่มีประกัน เรียกจากคู่กรณี (ถ้าเขาผิด 100%)
  • ค่าซ่อมรถคู่กรณี
    • จ่ายตามทุนรับผิดของกรมธรรม์ เช่น สูงสุด 1,000,000 บาทต่อครั้ง
  • ค่ารักษาพยาบาล
    • พ.ร.บ. สูงสุด 30,000 – 80,000 บาทตามเงื่อนไข
    • ประกันภาคสมัครใจ ตามวงเงินที่ซื้อ เช่น 50,000 – 500,000 บาท
  • ค่าชดเชยรายได้
    • โดยทั่วไป 200 – 1,000 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับอาการบาดเจ็บและหลักฐาน
  • ค่าสินไหมทายาทกรณีเสียชีวิต
    • พ.ร.บ. สูงสุด 500,000 บาท
    • ประกันสมัครใจอาจเพิ่มวงเงินรวมเป็น 1,000,000 บาทขึ้นไป

ตัวอย่างการคำนวณค่าสินไหมทดแทน

  • กรณีชนท้าย รถเราผิด 100% มีประกันชั้น 1
    • ค่าซ่อมรถเรา 35,000 บาท (เบิกได้เต็ม เพราะไม่เกินทุนประกัน)
    • ค่าซ่อมรถคู่กรณี 20,000 บาท (จ่ายจากวงเงินทรัพย์สินบุคคลภายนอก)
    • ค่ารักษาพยาบาลผู้ขับ 5,000 บาท (ตามค่าใช้จ่ายจริงในวงเงินกรมธรรม์)
    • รวมค่าสินไหมที่บริษัทประกันจ่าย 60,000 บาท
  • กรณีเราถูกชน คู่กรณีผิด 100% (เราไม่มีประกัน)
    • ค่าซ่อมรถเรา 18,000 บาท (เรียกจากประกันคู่กรณี)
    • ค่ารักษาพยาบาล 6,000 บาท (เรียกจาก พ.ร.บ. และประกันคู่กรณี)
    • รวมค่าสินไหมที่เราได้รับ 24,000 บาท

ขั้นตอนเรียกค่าสินไหมทดแทนรถชน

การเรียกค่าสินไหมไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าทำตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่เก็บหลักฐาน ติดต่อประกัน ไปจนถึงรับเงินชดเชย ทุกขั้นตอนมีผลต่อจำนวนเงินที่จะได้รับ จึงควรดำเนินการอย่างถูกต้องและครบถ้วน

ขั้นตอนที่ 1 – เก็บหลักฐานอุบัติเหตุ

  1. ถ่ายภาพความเสียหายของรถทั้งหมด รวมถึงจุดเกิดเหตุ
  2. แลกข้อมูลกับคู่กรณี เช่น ทะเบียนรถ ประกัน ชื่อ – เบอร์โทร
  3. บันทึกเหตุการณ์อย่างสั้นๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เวลา – สถานที่ไหน
  4. ถ่ายภาพใบขับขี่ ใบหน้าคู่กรณี (ถ้าสามารถทำได้อย่างปลอดภัย)
  5. ถ้ามีพยาน ขอข้อมูลติดต่อไว้เป็นหลักฐาน

ขั้นตอนที่ 2 – ติดต่อประกันหรือคู่กรณี

  1. โทรแจ้งบริษัทประกันของตัวเองหรือของคู่กรณีทันที
  2. ให้ข้อมูลเบื้องต้น เช่น สถานที่ ลักษณะชน และความเสียหาย
  3. รอเจ้าหน้าที่สำรวจอุบัติเหตุ (ถ้ามีประกัน)
  4. ถ้าคู่กรณีผิดและไม่มีประกัน ต้องเจรจาโดยตรงและเก็บหลักฐานให้ครบ

ขั้นตอนที่ 3 – ประเมินความเสียหาย

  1. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถและประเมินค่าซ่อม
  2. อู่หรือศูนย์บริการออกใบเสนอราคาความเสียหาย
  3. ผู้เอาประกันตรวจสอบความถูกต้องของราคาซ่อม
  4. บริษัทประกันพิจารณาความคุ้มครองตามกรมธรรม์

ขั้นตอนที่ 4 – เจรจาตกลงค่าเสียหาย

  1. พิจารณาว่าราคาซ่อมและค่าสินไหมเหมาะสมหรือไม่
  2. ถ้ามีค่าเสียรายได้หรือค่ารักษา ต้องยื่นหลักฐานประกอบ
  3. เจรจากับบริษัทประกันหรือคู่กรณีเพื่อสรุปยอดชดเชย
  4. เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน จะเข้าสู่ขั้นตอนอนุมัติ

ขั้นตอนที่ 5 – รับเงินค่าสินไหม

  1. บริษัทประกันออกเอกสารยืนยันยอดชดเชย
  2. รับเงินผ่านบัญชีธนาคาร หรือให้ประกันจ่ายตรงกรณีค่ารักษาพยาบาล
  3. เก็บเอกสารทุกฉบับไว้เป็นหลักฐาน
  4. ตรวจสอบยอดเงินว่าตรงกับที่ตกลงกันไว้ครบถ้วน

เรียกค่าสินไหมทดแทนรถชน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกจะช่วยให้การเรียกค่าสินไหมรวดเร็วและลดปัญหาขอเอกสารเพิ่มภายหลัง โดยทั่วไปต้องใช้เอกสารดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้เอาประกันหรือผู้เสียหาย
  • ใบขับขี่ของคนขับรถในเหตุการณ์
  • กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ (ตัวจริงหรือสำเนา)
  • ใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวัน (ในกรณีจำเป็น)
  • รูปถ่ายจุดเกิดเหตุและความเสียหายของรถ
  • ใบเสนอราคาค่าซ่อมจากอู่หรือศูนย์บริการ
  • ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล (กรณีมีผู้บาดเจ็บ)
  • เอกสารการเจรจากับคู่กรณีหรือประกันคู่กรณี (ถ้ามี)

เรียกค่าสินไหมทดแทนรถชนใช้เวลานานไหม กี่วันได้เงิน?

ระยะเวลาการรับค่าสินไหมขึ้นอยู่กับประเภทประกัน ความซับซ้อนของเหตุการณ์ และความครบถ้วนของเอกสาร ถ้าเป็นเคสทั่วไปที่เอกสารครบและไม่มีข้อโต้แย้ง ใช้เวลาประมาณ 7 – 15 วันทำการ ในการอนุมัติและโอนเงิน เงื่อนไขเป็นไปตามที่แต่ละบริษัทประกันกำหนด

แต่ถ้าเป็นเคสที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม เช่น ประมาทร่วม มีคนบาดเจ็บหนัก หรือมีข้อพิพาทกับคู่กรณี อาจยาวไปถึง 30 วันขึ้นไป การส่งเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้นและตอบกลับเจ้าหน้าที่เร็ว จะช่วยให้ได้เงินไวขึ้น

หลักการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีประกันรถยนต์

การจ่ายค่าสินไหมในระบบประกันรถยนต์มีหลักเกณฑ์ชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและตรวจสอบได้ โดยหลักการสำคัญมีดังนี้

  • บริษัทประกันพิจารณาตามประเภทประกัน และเงื่อนไขคุ้มครองในกรมธรรม์
  • ชดเชยความเสียหายตามเหตุจริงและหลักฐาน เช่น รูปถ่าย ใบเสนอราคา ใบเสร็จ
  • จ่ายตามทุนประกันหรือวงเงินคุ้มครองสูงสุดที่ระบุไว้
  • กรณีคู่กรณีผิด ประกันของคู่กรณีเป็นคนรับผิดชอบตามกฎหมาย
  • ถ้ามีประมาทร่วม การจ่ายจะพิจารณาตามสัดส่วนความผิด
  • ค่ารักษาพยาบาลและชดเชยรายได้ อ้างอิงจากใบเสร็จและใบรับรองแพทย์
  • การจ่ายต้องเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ถ้าเอกสารครบและไม่มีข้อพิพาท

ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าสินไหมทดแทน ควรทำอย่างไร?

กรณีเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย แต่ไม่มีเงินจ่ายทันที ยังมีแนวทางจัดการที่ช่วยลดภาระและทำให้เรื่องเดินต่อได้ปลอดภัย

  • ติดต่อบริษัทประกันทันที ถ้ามีประกันให้ประกันรับผิดชอบตามเงื่อนไข
  • เจรจากับคู่กรณี เพื่อขอผ่อนชำระหรือแบ่งจ่ายตามกำลัง
  • ขอใบประเมินค่าซ่อม เพื่อพิจารณาว่าสามารถต่อรองค่าเสียหายบางส่วนได้ไหม
  • ถ้าคู่กรณีเรียกเกินเหตุ สามารถขอให้ตำรวจหรือ คปภ. ช่วยไกล่เกลี่ยได้
  • กรณีไม่สามารถชำระได้จริง อาจถูกดำเนินคดีแพ่ง ควรเตรียมเอกสารรายได้ – ภาระค่าใช้จ่ายเพื่อใช้ต่อรองในกระบวนการไกล่เกลี่ยต่อไป
ข้อควรระวังในการเรียกค่าสินไหม

ข้อควรระวังในการเรียกค่าสินไหม

ก่อนเริ่มกระบวนการเรียกค่าสินไหม ควรตรวจสอบรายละเอียดให้ครบ เพราะความผิดพลาดเล็กน้อยอาจทำให้ได้เงินช้าหรือเรียกร้องไม่ได้เลย

  • ตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้ชัดเจนว่าคุ้มครองอะไรบ้าง
  • เก็บหลักฐานให้ครบ เช่น รูปถ่ายจุดเกิดเหตุ ใบเสนอราคา ใบเสร็จ
  • อย่าเซ็นเอกสารหรือยอมรับผิดทั้งหมด ถ้ายังไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • แจ้งประกันทันทีหลังเกิดเหตุ เพื่อไม่ให้ถูกปฏิเสธเคลมจากการแจ้งล่าช้า
  • ระวังการเจรจาที่คู่กรณีเรียกร้องสูงเกินจริง ควรอ้างอิงใบประเมินจากอู่หรือศูนย์
  • ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดอุบัติเหตุที่ยื่นต่อประกันให้ถูกต้องทุกจุด
  • เก็บเอกสารทุกอย่างไว้เป็นหลักฐาน เผื่อมีการโต้แย้งภายหลัง

ทำไมต้องเลือกประกันติดโล่?

‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!

เราอยากเห็นผู้คนมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง และรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในชีวิตได้แบบไม่สะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ปัญหาของลูกค้า ให้เหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง

  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีมากกว่า 1,800 สาขาทั่วไทย
  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
  • ทุกเรื่องประกันโทรเบอร์เดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามให้ถึงเคลม
  • แนะนำตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน มั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
  • มีใบอนุญาตจาก คปภ. และมาตรฐานการรับรอง DBD Registered
  • ผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% สูงสุด 10 งวด ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ง้อบัตรเครดิต ซื้อปุ๊ป! คุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรกที่จ่าย
  • จ่ายเบี้ยประกันได้ที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย มี SMS แจ้งเตือนชำระเงิน หรือแจ้งยืนยันการชำระเบี้ยให้ลูกค้าได้อุ่นใจว่าเงินที่ชำระไปถึงมือบริษัทประกันภัยแน่นอน
  • โปร่งใส ชี้แจงครบ ไม่หมกเม็ด วางใจได้ว่าจะไม่ถูกบวกเบี้ยหรือเสียผลประโยชน์ ชี้แจงข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน รวมทั้งเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
  • มาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม กระตือรือร้นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าตั้งแต่แนะนำ ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย
  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

สรุป

ค่าสินไหมคือเงินชดเชยความเสียหายจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ร่างกาย ชีวิต หรือค่าเสียโอกาสต่างๆ สามารถเรียกได้จากประกันของตัวเองหรือจากคู่กรณีตามความรับผิด ขั้นตอนการเรียกค่าสินไหมเริ่มจากเก็บหลักฐาน ติดต่อประกัน ประเมินความเสียหาย เจรจา และรับเงินชดเชย จำนวนเงินขึ้นอยู่กับประเภทความเสียหายและความคุ้มครองในกรมธรรม์ ถ้าไม่มีเงินสำรองจ่ายหรือเจอปัญหาการเคลม ต้องเตรียมเอกสารให้ครบและติดตามความคืบหน้า เพื่อให้การเรียกค่าสินไหมเป็นเรื่องง่ายและได้รับสิทธิ์ถูกต้อง

ถ้าอยากทำประกันรถยนต์ที่ช่วยคุ้มครองแบบอุ่นใจ และมีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเรื่องเคลม ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ มีบริการให้คำปรึกษา เคลมง่าย ดูแลตลอดเส้นทาง พร้อมทางเลือกเบี้ยประกันหลากหลายให้เหมาะกับงบประมาณและไลฟ์สไตล์การใช้งานรถ เพิ่มความสบายใจเมื่อต้องเผชิญอุบัติเหตุบนท้องถนนแบบครบจบในที่เดียว!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทน (FAQ)

ค่าสินไหมใครเป็นคนจ่าย?

หลักการคือ “ใครผิดคนนั้นรับผิดชอบ” แต่ถ้าฝ่ายผิดมีประกันรถ บริษัทประกันของฝ่ายผิดจะเป็นคนจ่ายค่าสินไหมให้ผู้เสียหายแทน ตามวงเงินในกรมธรรม์ กรณีไม่มีประกันหรือความเสียหายเกินวงเงิน บริษัทประกันจ่ายได้แค่ตามสิทธิ์ เกินจากนั้นเจ้าของรถหรือคนขับขี่ต้องรับผิดชอบเอง

Tag :
ค่าสินไหม
ประกันติดล้อ
ประกันรถยนต์
วินาศภัย