รถมือสองซื้อประกันชั้นไหนดี เลือกประกันรถมือสองอย่างไรให้ตอบโจทย์

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย
ควรทำประกันรถมือสอง เพราะ พ.ร.บ. คุ้มครองแค่คน การทำประกันเพิ่มจะช่วยรับผิดชอบค่าซ่อมรถ รวมถึงกรณีรถหายหรือไฟไหม้
การเลือกประกันตามอายุรถ รถ 1-5 ปี เหมาะกับชั้น 1 ส่วนรถ 6-10 ปี เหมาะกับชั้น 2+ และรถที่อายุเกิน 10 ปีขึ้นไป ควรเลือกชั้น 3+ หรือชั้น 3
รถมือสองสามารถทำประกันชั้น 1 ได้ หากรถมีสภาพสมบูรณ์ ไม่เคยชนหนัก และบริษัทประกันมักจำกัดอายุรถให้อยู่ในช่วงไม่เกิน 7-10 ปี
ปัจจัยก่อนซื้อรถมือสอง ควรเผื่องบสำหรับค่าปรับสภาพ เลือกรุ่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เน้นรถตลาดที่ซ่อมง่าย และคำนึงถึงอายุรถที่ส่งผลต่อการทำประกัน
- รถยนต์มือสอง จำเป็นต้องมีประกันรถยนต์ไหม
- รถมือสองสามารถทำประกันชั้น 1 ได้ไหม
- รถมือสองแต่ละช่วงอายุ ควรทำประกันชั้นไหน
- รถมือสองอายุ 1 - 7 ปี
- รถมือสองอายุ 7 - 15 ปี
- รถมือสองที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป
- ตารางเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น คุ้มครองอะไรบ้าง
- ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อรถมือสอง
- งบประมาณ
- ไลฟ์สไตล์ของเรา
- ความสามารถในการดูแล
- อายุรถ
- ทำไมต้องเลือกประกันรถมือสองกับประกันติดโล่?
- สรุป
การซื้อรถยนต์มือสองถือเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่าการออกรถใหม่ป้ายแดง แต่หลังจากรับรถมาใช้งานแล้ว เจ้าของรถหลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่าซื้อรถมือสองต้องทำประกันไหม ควรเลือกทำประกันรถยนต์รูปแบบไหนถึงจะตอบโจทย์และให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุด แล้วรถมือสองทำประกันชั้น 1 ได้ไหม
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกรายละเอียดพร้อมเปรียบเทียบความคุ้มครองของประกันภัยแต่ละชั้นอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจเลือกแผนประกันที่เหมาะสมกับรถมือสอง ช่วยให้ทุกการเดินทางบนท้องถนนเต็มไปด้วยความมั่นใจและขับขี่ได้อย่างสบายใจ

รถยนต์มือสอง จำเป็นต้องมีประกันรถยนต์ไหม
หลายคนมักตั้งคำถามว่าซื้อรถมือสองต้องทําประกันไหม ในเมื่อมี พ.ร.บ. คุ้มครองอยู่แล้วตามกฎหมาย คำตอบคือจำเป็น เพราะ พ.ร.บ. ให้ความคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเท่านั้น แต่ไม่ได้คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์
ด้วยสภาพการใช้งานของรถมือสองที่ผ่านการขับขี่มาแล้ว ย่อมมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือปัญหาอุปกรณ์เสื่อมสภาพ การทำประกันรถมือสองเพิ่มเติมจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าซ่อมแซม ทั้งรถของเราและคู่กรณี รวมถึงครอบคลุมเหตุไม่คาดฝันอย่างรถหายหรือไฟไหม้ ทำให้ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงทางการเงินไว้เองทั้งหมด
รถมือสองสามารถทำประกันชั้น 1 ได้ไหม
ทำได้ แต่บริษัทประกันภัยจะมีเงื่อนไขการพิจารณารับประกันที่แตกต่างจากรถใหม่ป้ายแดง ปัจจัยหลักที่ใช้พิจารณา ได้แก่ อายุรถ (ส่วนใหญ่มักรับพิจารณาที่อายุไม่เกิน 7-10 ปี) สภาพตัวรถที่ต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนรับประกันว่าไม่มีร่องรอยการชนหนักหรือดัดแปลงเครื่องยนต์
รวมถึงประวัติการทำประกันเดิม หากรถคันนั้นมีประวัติทำประกันชั้น 1 ต่อเนื่องและมีประวัติการขับขี่ที่ดี โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติก็จะมีสูงขึ้น

รถมือสองแต่ละช่วงอายุ ควรทำประกันชั้นไหน
การเลือกแผนประกันให้ตอบโจทย์ ควรพิจารณาจากอายุการใช้งานของรถเป็นหลัก มาดูกันว่ารถมือสองแต่ละช่วงอายุเหมาะกับความคุ้มครองระดับไหนบ้าง
รถมือสองอายุ 1 - 7 ปี
รถมือสองสภาพเหมือนใหม่มักมีอายุการใช้งานเพียง 1-7 ปี ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นรถที่เจ้าของเดิมขายเพราะต้องการเปลี่ยนคันใหม่ รถกลุ่มนี้จึงเหมาะกับการทำประกันชั้น 1 เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองอย่างครอบคลุม ทั้งกรณีชนแบบมีและไม่มีคู่กรณี อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปและรถเริ่มเก่าลง การจะปรับลดแผนมาเป็นประกันชั้น 2+ หรือชั้น 2 ตามความเหมาะสมของอายุรถก็สามารถทำได้เช่นกัน
รถมือสองอายุ 7 - 15 ปี
เมื่อรถเริ่มมีอายุการใช้งานมากขึ้น มูลค่าของตัวรถจะลดลงตามค่าเสื่อมสภาพ แผนประกันที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับเบี้ยที่จ่ายคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ซึ่งยังคงให้ความคุ้มครองเรื่องรถหาย ไฟไหม้ และซ่อมรถเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงมา แต่ยังคงได้รับความคุ้มครองในอุบัติเหตุหลักๆ อย่างครบถ้วน
รถมือสองที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป
สำหรับรถเก่าที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปีขึ้นไป อะไหล่บางชิ้นอาจหาซ่อมยากหรือต้องใช้อะไหล่มือสองทดแทน ประกันที่ตอบโจทย์คือ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ หรือชั้น 3 ซึ่งเน้นให้ความคุ้มครองซ่อมรถคู่กรณีเป็นหลักเมื่อผู้ขับขี่เป็นฝ่ายผิด หากเลือกชั้น 3+ ก็จะมีความคุ้มครองในการซ่อมรถตัวเองเพิ่มเข้ามาในกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก ช่วยเซฟงบประมาณได้มากสำหรับรถที่ไม่ได้ใช้งานหนักหรือวิ่งระยะทางไกล
ตารางเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น คุ้มครองอะไรบ้าง
ความคุ้มครองหลัก | ชั้น 1 | ชั้น 2+ | ชั้น 2 | ชั้น 3+ | ชั้น 3 |
ซ่อมรถเรา (ชนมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก) | คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
ซ่อมรถเรา (ไม่มีคู่กรณี เช่น ชนต้นไม้ ครูดฟุตบาท) | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
รถหาย / ไฟไหม้ | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
น้ำท่วม | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง (บางแผนมี) | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง (บางแผนมี) | ไม่คุ้มครอง |
ซ่อมรถและชดเชยทรัพย์สินให้คู่กรณี | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง |
ค่ารักษาพยาบาลและประกันตัวผู้ขับขี่ | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง |

ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อรถมือสอง
งบประมาณ
การกำหนดงบประมาณที่ชัดเจนช่วยตีวงจำกัดรุ่นรถและปีที่ผลิตได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ควรดูแค่ราคาซื้อขายตัวรถเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเตรียมเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายแฝงในการปรับสภาพรถด้วย เช่น ค่าเปลี่ยนถ่ายของเหลว เปลี่ยนยาง ภาษี พ.ร.บ. รวมถึงค่าประกันรถมือสอง เพื่อป้องกันปัญหางบบานปลายในภายหลัง
ไลฟ์สไตล์ของเรา
การเลือกรถต้องสอดคล้องกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน หากเน้นขับรถไปทำงานในเมืองที่การจราจรติดขัด รถอีโคคาร์จะตอบโจทย์เรื่องการประหยัดน้ำมัน แต่หากต้องเดินทางไกลต่างจังหวัดบ่อยๆ หรือเป็นครอบครัวใหญ่ รถอเนกประสงค์ (SUV) หรือรถกระบะ 4 ประตู จะรองรับสมรรถนะการขับขี่และพื้นที่ใช้สอยได้ดีกว่า
ความสามารถในการดูแล
รถมือสองย่อมมีความเสื่อมสภาพตามการใช้งาน หากไม่มีทักษะด้านช่างยนต์ ควรเลือกรุ่นรถที่ได้รับความนิยมในตลาด (รถตลาด) เพราะมีศูนย์บริการครอบคลุม อะไหล่หาง่ายทั้งเบิกศูนย์และของเทียบ รวมถึงอู่ทั่วไปซ่อมได้ไม่ยาก ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากและประหยัดเวลาในการซ่อมบำรุง
อายุรถ
อายุการใช้งานเป็นตัวกำหนดทั้งราคาขายและสภาพความสมบูรณ์ของเครื่องยนต์ ยิ่งรถปีลึกราคาจะยิ่งถูกลง แต่อาจตามมาด้วยค่าซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น นอกจากนี้ อายุรถยังมีผลโดยตรงกับเงื่อนไขกรมธรรม์ สำหรับใครที่สงสัยว่ารถมือสองทําประกันชั้น 1 ได้ไหม โดยทั่วไป บริษัทประกันภัยจะรับพิจารณาประกันชั้น 1 ให้กับรถที่มีอายุไม่เกิน 7-10 ปีเท่านั้น
ทำไมต้องเลือกประกันรถมือสองกับประกันติดโล่?
‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!
เราอยากเห็นผู้คนมีสถานการณ์ทางการเงินราบรื่น มั่นคง และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ทุกปัญหาของลูกค้าให้เป็นเรื่องของตัวเอง
โบรกเกอร์ขายประกันที่มีมากกว่า 1,900 สาขาทั่วไทย
โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
ทุกเรื่องประกันจบในเบอร์โทรเดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง
แนะนำอย่างตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
สามารถผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน โดยไม่ง้อบัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย และคุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรก
จ่ายเบี้ยประกันที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย พร้อมระบบ SMS แจ้งเตือนและยืนยันการจ่ายเงินเพื่อความสบายใจ
โปร่งใส ชี้แจงครบทุกรายละเอียด วางใจได้ว่าจะได้ไม่ถูกบวกเบี้ย พร้อมข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน และเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
มาพร้อมมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนะนำ จนถึงบริการหลังการขาย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของทุกคน
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง
สรุป
การซื้อรถยนต์มือสองจำเป็นต้องทำประกันภัยเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ. เพื่อคุ้มครองความเสียหายของตัวรถและลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แม้จะเป็นรถมือสองก็สามารถทำประกันชั้น 1 ได้หากอายุไม่เกิน 7-10 ปีและมีสภาพผ่านเกณฑ์ แต่เพื่อความคุ้มค่าสูงสุดควรเลือกแผนประกันให้เหมาะกับอายุการใช้งาน เช่น รถ 1-7 ปีเหมาะกับชั้น 1 รถ 7-15 ปีเหมาะกับชั้น 2+ และรถที่อายุเกิน 15 ปีขึ้นไป ควรเลือกชั้น 3+ หรือชั้น 3
นอกจากนี้ ก่อนตัดสินใจซื้อควรประเมินงบประมาณให้ครอบคลุมถึงค่าซ่อมบำรุง เลือกรุ่นรถให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ เป็นรถตลาดที่หาอะไหล่ง่าย และมีอายุรถที่สอดคล้องกับแผนประกันที่ต้องการ เพื่อการใช้งานอย่างสบายใจในระยะยาว
สำหรับคนที่มีรถมือสองอยู่และต้องการความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ สามารถปรึกษาที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ เพราะที่นี่มีแผนความคุ้มครองที่หลากหลายตอบโจทย์รถมือสอง และยังสามารถผ่อนชำระได้ เลือกได้ว่าจะซ่อมอู่ หรือซ่อมศูนย์ คุ้มครองครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ ภัยธรรมชาติ และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์ เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองอย่างสบายใจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถมือสอง (FAQs)
ทำไมรถมือสองอายุเท่ากัน แต่บริษัทประกันคิดค่าเบี้ยต่างกัน?
บริษัทประกันภัยคำนวณเบี้ยประกันโดยประเมินจาก “ความเสี่ยง” ซึ่งมีปัจจัยร่วมหลายด้าน ไม่ได้อ้างอิงแค่อายุรถเพียงอย่างเดียว ปัจจัยหลักประกอบด้วย ประวัติการขับขี่และการเคลมประกันของผู้เอาประกัน ยี่ห้อและรุ่นรถ (ส่งผลต่อราคาอะไหล่และค่าซ่อม) อายุ เพศ และอาชีพของผู้ขับขี่ ลักษณะการใช้งาน รวมถึงรายละเอียดในกรมธรรม์ที่เลือก เช่น การเลือกซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง การเลือกชั้นประกัน และการเลือกรับค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้รถที่อายุเท่ากันมีค่าเบี้ยประกันที่แตกต่างกัน
ซื้อรถมือสองต่อจากคนอื่น ต้องทำประกันใหม่ทันทีเลยไหม?
ไม่จำเป็นต้องทำใหม่ทันทีหากรถคันนั้นยังมีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเดิมที่ยังไม่หมดอายุและไม่ได้ถูกยกเลิก เนื่องจากความคุ้มครองของประกันจะผูกติดกับตัวรถ เมื่อซื้อรถต่อจากบุคคลทั่วไป ความคุ้มครองจะโอนตามมาโดยอัตโนมัติ สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือการเตรียมเอกสารซื้อขายไปแจ้งบริษัทประกันเพื่อขอเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกันเป็นชื่อของคุณ อย่างไรก็ตาม หากประกันเดิมเป็นแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ ต้องรีบดำเนินการเปลี่ยนชื่อทันที เพราะหากนำรถไปขับแล้วเกิดอุบัติเหตุเป็นฝ่ายผิด คุณจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกตามเงื่อนไขผิดตัวผู้ขับขี่
ถ้าเราซื้อรถมือสองมี พ.ร.บ. อยู่แล้วต้องทำประกันไหม?
จำเป็น เพราะ พ.ร.บ. (ประกันภัยภาคบังคับ) ให้ความคุ้มครองเฉพาะชีวิตและร่างกายของบุคคลเท่านั้น (เบิกค่ารักษาพยาบาลหรือเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต) แต่จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์เลย ไม่ว่าจะเป็นรถของเราหรือรถคู่กรณี รวมถึงไม่คุ้มครองกรณีรถสูญหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม การทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มเติมจะดูแลค่าซ่อมแซมยานพาหนะ ชดเชยทรัพย์สินบุคคลภายนอก และครอบคลุมค่าเสียหายที่เกินกว่าวงเงินของ พ.ร.บ. กำหนด