การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของคืออะไร? ต้องทำอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของคืออะไร? ต้องทำอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

Key Takeaway

  • การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของคือการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์รถจากคนขายสู่คนซื้ออย่างถูกต้อง มี 2 แบบคือ โอนตรง (ปลอดภัยสุด) และโอนลอย (สะดวกแต่มีความเสี่ยง)
  • การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของดำเนินการได้ที่กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งเขตหรือจังหวัด และตรวจสภาพที่ตรอ. สำหรับรถที่อายุเกินเกณฑ์
  • เอกสารโอนรถเปลี่ยนเจ้าของต้องใช้เล่มทะเบียน บัตรประชาชน แบบคำขอโอน – รับโอน และใบตรวจสภาพรถครบถ้วนตามประเภทการโอน
  • ขั้นตอนการโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ เริ่มจากตรวจสภาพรถ เตรียมเอกสาร ยื่นเรื่องที่ขนส่ง ชำระค่าโอนเปลี่ยนเจ้าของ รับเล่มทะเบียนชื่อเจ้าของใหม่เรียบร้อย

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของเป็นขั้นตอนสำคัญที่คนซื้อ – คนขายควรรู้ไว้ เพื่อป้องกันปัญหาตามมาภายหลัง ทั้งเรื่องภาษี รถค้างไฟแนนซ์ หรือความรับผิดชอบทางกฎหมาย ขั้นตอนจริงไม่ซับซ้อนเท่าไรถ้าทำตามลำดับให้ครบ เริ่มจากพารถไปตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือกรมการขนส่งทางบก จากนั้นเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม ยื่นเรื่องที่สำนักงานขนส่ง ชำระค่าโอนเปลี่ยนเจ้าของ แล้วค่อยรับเล่มทะเบียนคืน

เท่านี้การเปลี่ยนเจ้าของรถก็เสร็จสมบูรณ์ถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝ่ายแล้ว!

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ คืออะไร?

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ คืออะไร?

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ คือกระบวนการเปลี่ยน “กรรมสิทธิ์รถยนต์” จากผู้ถือครองเดิมไปยังผู้ซื้อใหม่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมการขนส่งทางบกเป็นคนบันทึกข้อมูลในเล่มทะเบียนและระบบกลางให้เจ้าของใหม่เป็นผู้ถือสิทธิ์จริง

การโอนเป็นสิ่งจำเป็นทุกครั้งที่มีการซื้อ – ขายรถ หรือยกให้คนอื่น เพราะถือเป็นทรัพย์สินที่ต้องมีเจ้าของชัดเจน ถ้าไม่โอนกรรมสิทธิ์ คนขายยังต้องรับผิดชอบต่อค่าปรับ การกระทำผิดกฎจราจร หรือคดีที่เกิดจากการใช้รถของคนซื้อ รวมถึงมีความเสี่ยงด้านภาษีและปัญหาข้อพิพาทตามกฎหมายในภายหลัง

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ มีกี่ประเภท?

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ มีกี่ประเภท?

การโอนรถไม่ได้มีแบบเดียว แต่แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ซื้อ – ขายและความสะดวกของคู่สัญญา การเลือกให้ถูกประเภทจะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและปัญหาตกค้างในอนาคตได้มาก

1. แบบโอนตรง

แบบโอนตรง คือการที่คนซื้อและคนขายไปทำเรื่องโอนรถพร้อมกันที่สำนักงานขนส่ง ทุกอย่างตรวจสอบและลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทันที ตั้งแต่ยืนยันตัวตน ตรวจเอกสาร ไปจนถึงบันทึกชื่อเจ้าของใหม่ในเล่มทะเบียน จุดเด่นคือความสบายใจทั้งสองฝ่าย เพราะเมื่อเสร็จขั้นตอน เจ้าของใหม่จะถือสิทธิ์ทันที ไม่มีค้างคาเรื่องความรับผิดชอบตามกฎหมายหรือภาระอะไรของเจ้าของเดิมอีกต่อไป

2. แบบโอนลอย

แบบโอนลอย คือการที่คนขายเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ล่วงหน้า โดยยังไม่ใส่ชื่อคนซื้อใหม่ แล้วส่งรถพร้อมเอกสารให้คนซื้อไปดำเนินการโอนเองภายหลัง วิธีนี้ใช้ในกรณีฝากขายหรือซื้อผ่านเต็นท์รถ ถึงจะสะดวก แต่มีความเสี่ยง เพราะจนกว่าจะไปโอนจริง คนขายยังถูกนับเป็นเจ้าของตามกฎหมาย ถ้าเกิดเหตุหรือค่าปรับใดๆ ก็อาจถูกเรียกไปที่เจ้าของเดิมได้ จึงควรพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ ต้องไปที่ไหน?

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ ต้องไปที่ไหน?

สถานที่สำหรับโอนรถมีหลายตัวเลือก ขึ้นอยู่กับประเภทของรถ เอกสารที่ต้องตรวจสอบ และความสะดวกของผู้ซื้อ – ผู้ขาย การเลือกสถานที่ถูกต้องตั้งแต่แรกช่วยให้ขั้นตอนรวดเร็วและลดความผิดพลาดได้

กรมการขนส่งทางบก

  • ดำเนินเรื่องครบจบในที่เดียว ทั้งตรวจสภาพรถและยื่นโอน
  • เหมาะกับรถที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือคนซื้อ – คนขายที่ต้องการความรวดเร็ว
  • เหมาะกับกรณีต้องตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติมหรือมีแก้ไขข้อมูลหลังโอน

สำนักงานขนส่งเขตหรือจังหวัด

  • เหมาะกับกรณีรถมีทะเบียนในจังหวัดนั้นอยู่แล้ว
  • เหมาะกับกรณีคนซื้อหรือคนขายอยู่ใกล้สำนักงานขนส่งเขตหรือจังหวัด พร้อมสะดวกไปดำเนินการ
  • เหมาะกับกรณีรถไม่มีประเด็นซับซ้อน เช่น เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนสี หรือแก้ข้อมูลสำคัญ

สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.)

  • ใช้สำหรับ “ตรวจสภาพรถ” เท่านั้น ไม่ใช่สถานที่ยื่นโอนจริง
  • เหมาะกับกรณีรถมีอายุครบเกณฑ์ที่ต้องตรวจสภาพก่อนโอน เช่น อายุเกิน 7 ปี
  • เหมาะกับกรณีที่ต้องการตรวจสภาพให้เสร็จก่อนนำเอกสารไปยื่นที่สำนักงานขนส่ง

เอกสารโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ ต้องใช้อะไรบ้าง?

การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้นคือเรื่องสำคัญของการโอนรถ เพราะช่วยให้ขั้นตอนที่สำนักงานขนส่งรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขหรือย้อนกลับมาใหม่ แบ่งตามประเภทการโอนดังนี้

เอกสารสำหรับโอนตรง

  • เล่มทะเบียนตัวจริง
  • บัตรประชาชนคนซื้อและคนขาย (ตัวจริง)
  • แบบฟอร์มการโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ ทั้งคำขอโอนและรับโอน (ลายเซ็นครบทั้งคู่)
  • สำเนาบัตรประชาชนพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีตัวแทน)
  • หลักฐานการตรวจสภาพรถ (กรณีรถเกินอายุที่ต้องตรวจ)

เอกสารสำหรับโอนลอย

  • เล่มทะเบียนตัวจริง
  • สำเนาบัตรประชาชนของคนขาย (เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
  • หนังสือทำสัญญาซื้อ – ขาย หรือใบมอบอำนาจโอนลอย
  • แบบคำขอโอนและรับโอน (คนขายเซ็นล่วงหน้า)
  • หลักฐานตรวจสภาพรถ (ถ้ารถเข้าข่ายต้องตรวจ)
ขั้นตอนการโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ

ขั้นตอนการโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของกี่วันถึงจะเสร็จ? ปกติใช้เวลาไม่นาน ทำเสร็จภายในวันเดียว ถ้าเอกสารครบและรถผ่านการตรวจสภาพเรียบร้อย ขั้นตอนทั้งหมดมีลำดับชัดเจน และสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าให้การโอนราบรื่นได้

ขั้นตอนที่ 1 – ตรวจสภาพรถ

  1. นำรถไปตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือกรมการขนส่งทางบก
  2. เจ้าหน้าที่ตรวจระบบพื้นฐาน เช่น เบรก ไฟ ยาง หมายเลขตัวถัง
  3. ถ้าผ่าน จะได้รับใบรับรองเพื่อนำไปใช้ในการยื่นโอน

ขั้นตอนที่ 2 – เตรียมเอกสารให้ครบ

  1. ตรวจเช็กเล่มทะเบียนตัวจริง
  2. เตรียมบัตรประชาชนคนซื้อ – คนขาย หรือสำเนา (กรณีโอนลอย)
  3. กรอกแบบแบบฟอร์มการโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ ทั้งคำขอโอนและรับโอน พร้อมเซ็นชื่อ
  4. เตรียมหนังสือมอบอำนาจถ้ามีตัวแทน

ขั้นตอนที่ 3 – ยื่นเรื่องที่สำนักงานขนส่ง

  1. ยื่นเอกสารทุกชุดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
  2. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลการโอนในระบบ
  3. ตรวจสอบชื่อคนรับโอนให้ถูกต้องก่อนยืนยัน

ขั้นตอนที่ 4 – ชำระค่าโอนรถ

  1. ชำระค่าธรรมเนียมโอนรถและค่าบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  2. เก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานการดำเนินการ
  3. ยืนยันข้อมูลอีกครั้งก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย

ขั้นตอนที่ 5 – รับเล่มทะเบียนคืน

  1. รับเล่มทะเบียนที่อัปเดตชื่อเจ้าของใหม่เรียบร้อย
  2. ตรวจดูความถูกต้องของข้อมูลในเล่มทันที
  3. เก็บเล่มไว้ในที่ปลอดภัย ถือเป็นหลักฐานกรรมสิทธิ์ที่สมบูรณ์แล้ว

ข้อควรระวังในการโอนเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ

ก่อนโอนเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรตรวจให้ครบ เพื่อป้องกันปัญหาตามมาหลังโอน และทำให้ขั้นตอนต่างๆ ราบรื่นและปลอดภัย

  • ตรวจสอบเลขตัวถัง – เลขเครื่องให้ตรงกับเล่มทะเบียนทุกตัวอักษร
  • เช็กว่ารถไม่ติดไฟแนนซ์ หรือมีภาระผูกพันอื่นๆ ก่อนทำสัญญา
  • ตรวจสภาพรถให้ผ่านล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ขั้นตอนที่ขนส่งสะดุด
  • คนขายต้องเซ็นเอกสารทุกชุดให้ครบ โดยเฉพาะกรณีโอนลอย
  • ตรวจสอบชื่อ – ที่อยู่คนซื้อให้ถูกต้องก่อนบันทึกลงเล่ม
  • เก็บเอกสารซื้อขายและใบเสร็จทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
  • เลี่ยงให้คนอื่นดำเนินการแทน ถ้าไม่ใช่ตัวแทนที่เชื่อถือได้

ค่าโอนรถยนต์ 2569 เท่าไร?

ค่าธรรมเนียมในการโอนรถปี 2569 อยู่ในเรตมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก แยกออกเป็นหลายส่วน ขึ้นอยู่กับว่าต้องชำระเฉพาะค่าโอน หรือมีค่าภาษี พ.ร.บ. เพิ่มเติมในวันดำเนินการด้วย

  • ค่าโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ ประมาณ 100 บาท (ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์กับค่าคำขอ)
  • ค่าพ.ร.บ. หรือภาษี (ถ้าต้องชำระเพิ่ม) ราคาคร่าวๆ 600 – 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทรถและซีซี (ชำระเฉพาะกรณี พ.ร.บ. หรือภาษีใกล้หมดหรือหมดแล้ว)
  • ค่าอากรแสตมป์ ประมาณ 10 บาท สำหรับการทำสัญญาหรือเอกสารที่ต้องประทับตรา
  • ค่าใบคู่มือจดทะเบียนหรือเปลี่ยนเล่ม ประมาณ 100 บาท ถ้าเล่มชำรุดหรือคนซื้อขอเปลี่ยนเล่มใหม่

หมายเหตุ ราคาจริงอาจแตกต่างเล็กน้อยตามจังหวัดและภาระงานของแต่ละสำนักงาน

ทำไมต้องเลือกประกันติดโล่?

‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!

เราอยากเห็นผู้คนมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง และรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในชีวิตได้แบบไม่สะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ปัญหาของลูกค้า ให้เหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง

  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีมากกว่า 1,800 สาขาทั่วไทย
  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
  • ทุกเรื่องประกันโทรเบอร์เดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามให้ถึงเคลม
  • แนะนำตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน มั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
  • มีใบอนุญาตจาก คปภ. และมาตรฐานการรับรอง DBD Registered
  • ผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% สูงสุด 10 งวด ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ง้อบัตรเครดิต ซื้อปุ๊ป! คุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรกที่จ่าย
  • จ่ายเบี้ยประกันได้ที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย มี SMS แจ้งเตือนชำระเงิน หรือแจ้งยืนยันการชำระเบี้ยให้ลูกค้าได้อุ่นใจว่าเงินที่ชำระไปถึงมือบริษัทประกันภัยแน่นอน
  • โปร่งใส ชี้แจงครบ ไม่หมกเม็ด วางใจได้ว่าจะไม่ถูกบวกเบี้ยหรือเสียผลประโยชน์ ชี้แจงข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน รวมทั้งเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
  • มาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม กระตือรือร้นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าตั้งแต่แนะนำ ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย
  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง 

สรุป

การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของคือขั้นตอนที่ใช้เปลี่ยนกรรมสิทธิ์รถให้ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องตรวจสภาพรถ เตรียมเอกสารให้ครบ และยื่นเรื่องที่สำนักงานขนส่ง การโอนมีทั้งแบบโอนตรงและโอนลอย การโอนตรงปลอดภัยกว่า คนซื้อและคนขายต้องตรวจข้อมูลในเล่มทะเบียน เลขตัวถัง และสถานะไฟแนนซ์ให้รอบคอบ ค่าใช้จ่ายในการโอนไม่เยอะ ใช้เวลาไม่นานและส่วนใหญ่ทำเสร็จในวันเดียว

ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ พร้อมช่วยดูแลเรื่องประกันรถสำหรับเจ้าของใหม่ – เจ้าของเก่า ไม่ว่าจะต่อประกัน โอนประกัน หรือเลือกแผนคุ้มครองให้เหมาะกับรถและการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีบริการให้คำปรึกษาเบี้ยประกัน เปรียบเทียบคุ้มครอง และเลือกความคุ้มค่าได้ในงบที่ต้องการ ทำให้การเป็นเจ้าของรถเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และคุ้มค่ามากขึ้น

*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกันรถยนต์ทุกครั้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ (FAQ)

ครอบครองรถกี่วันถึงโอนต่อได้?

กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องครอบครองกี่วันถึงจะโอนต่อให้คนอื่นได้ ถ้าเล่มทะเบียนเป็นชื่อเราแล้ว จะโอนให้คนใหม่ได้เลยทันที แต่ถ้าเป็นเงื่อนไขเอารถเข้าไฟแนนซ์หรือรีไฟแนนซ์ บางสถาบันการเงินอาจกำหนดให้ถือกรรมสิทธิ์อย่างน้อย 15 – 30 วัน หรือขึ้นกับนโยบายของแต่ละแห่ง

Tag :
การโอนประกันรถยนต์
ซื้อรถ
ประกันรถยนต์