อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ยื่นภาษีอย่างไร อัปเดต 2567

อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ยื่นภาษีอย่างไร อัปเดต 2567
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

ปัจจุบันหลายคนหันมาทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์กันมากขึ้น เช่น ค้าขายออนไลน์ หรือเป็น​​ไดรเวอร์ (Driver) ทั้งด้วยเรื่องความชอบส่วนตัวและโอกาสในการสร้างรายได้ ทำมากได้มาก ได้เป็นนายตัวเอง และไม่ว่าอย่างไรก็ตามฟรีแลนซ์ก็ยังมีหน้าที่ที่จะต้องยื่นภาษีไม่ต่างจากพนักงานประจำ แต่อาจจะมีวิธีการยื่นที่แตกต่างกันออกไป สำหรับใครที่รักอิสระ กำลังหาอาชีพอิสระทำ อยากหันมาเป็นฟรีแลนซ์ มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าอาชีพอิสระยื่นภาษีแบบไหน เพื่อวางแผนเสียภาษีประจำปีได้อย่างถูกต้อง

การทำงานฟรีแลนซ์คืออะไร

อาชีพอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ คือ การจ้างงานรูปแบบหนึ่งที่ให้คุณเลือกทำงานได้อย่างอิสระ แทนที่จะถูกจ้างงานโดยบริษัทหรือนายจ้างเพียงคนเดียว การทำงานของฟรีแลนซ์จะมีความยืดหยุ่นในการเลือกงานที่ต้องการทำ สามารถกำหนดตารางเวลา กำหนดอัตราค่าจ้าง และเงื่อนไขการให้บริการได้ด้วยตัวเอง ทำให้ฟรีแลนซ์แต่ละคนมีประสบการณ์การทำงานและรายได้ที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับทักษะและความสามารถของแต่ละคนเป็นหลัก อาชีพอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ที่พบได้บ่อย เช่น นักเขียน ออกแบบกราฟิก นักพัฒนาเว็บไซต์ บริการให้คำปรึกษา ช่างภาพ ช่างแต่งหน้าทำผม หรืองานด้านการตลาดออนไลน์ เป็นต้น

การทำงานฟรีแลนซ์คืออะไร

แม้ว่าการทำงานฟรีแลนซ์จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นสายงานที่มาพร้อมความท้าทายและมีความเสี่ยงสูง เช่น รายได้ที่ไม่แน่นอน ไม่มีสวัสดิการที่นายจ้างทั่วไปให้แก่พนักงาน เช่น การประกันสุขภาพ หรือโอกาสในการกู้เงินอาชีพอิสระที่อาจจะต้องวางแผนก่อนการยื่นกู้มากกว่าพนักงานประจำ เป็นต้น

ฟรีแลนซ์ยื่นภาษี 2567 ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ค่าจ้างที่ฟรีแลนซ์ได้รับจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากลูกค้าหรือผู้จ้างงาน เพื่อนำส่งกรมสรรพากรตามที่กฎหมายกำหนดไว้ว่า ผู้ที่เป็นฟรีแลนซ์ หรืออยู่ในประเภทรับเหมาหรือบริการ รายได้ที่ได้รับจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากนั้นผู้จ้างงานจะออกหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือที่เรียกว่า ใบ 50 ทวิ ให้กับฟรีแลนซ์เก็บเอาไว้ เพื่อใช้ประกอบการยื่นภาษีเงินได้ประจำปี

ฟรีแลนซ์ไม่มีใบหักภาษี ณ ที่จ่าย จะเป็นอะไรหรือไม่? ประกันติดโล่จะบอกให้


หากมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้จ้างงาน ใบหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือเอกสาร 50 ทวิ อาชีพอิสระและฟรีแลนซ์ทุกคนควรต้องมี เพื่อป้องกันการยื่นภาษีผิดพลาด ตัวเลขไม่ตรงกับกรมสรรพากร ซึ่งหากเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรขอตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้นั่นเองครับ

ฟรีแลนซ์ยื่นภาษี ภ.ง.ด. อะไร

ค่าจ้างที่ฟรีแลนซ์ได้รับจัดเป็น “เงินได้ประเภทที่ 2” หรือเงินได้ตามมาตรา 40(2) คือ เงินค่าจ้างทั่วไป ค่าคอมมิชชั่น หรือค่าตอบแทนที่คุณไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้านายลูกน้อง หรือรายได้ในรูปแบบของการรับจ้างทั่วไป รับทำงานให้เป็นครั้งคราวเท่านั้น ซึ่งผู้ที่มีเงินได้ตามมาตรา 40(1) ถึง (8) เป็นผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 และให้ ยื่นภาษีในช่วงระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคมของทุกปี 

ตัวอย่าง ภ.ง.ด.90

อัตราภาษีเพื่อการคำนวณภาษีเงินได้

เมื่อฟรีแลนซ์ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยใช้แบบ ภ.ง.ด. 90 จึงใช้เกณฑ์การคำนวณอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหมือนกับพนักงานประจำเลยครับ คือ เงินได้สุทธิ x อัตราภาษีแบบขั้นบันได ดังนี้

ฟรีแลนซ์เอาอะไรไปลดหย่อนภาษีได้บ้าง

ค่าจ้างที่ฟรีแลนซ์ได้รับจัดเป็น “เงินได้ประเภทที่ 2” หรือเงินได้ตามมาตรา 40(2) ซึ่งสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของเงินได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท และหักค่าลดหย่อนส่วนตัวได้อีก 60,000 บาท แต่หากคุณเป็นทั้งพนักงานประจำผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(1) และเป็นฟรีแลนซ์ผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(2) ด้วยนั้น สามารถหักค่าใช้จ่ายรวมกันต้องไม่เกินจำนวนดังกล่าวเท่านั้น

วิธีคำนวณอัตราภาษีเงินได้

วิธีการคำนวณภาษีเงินได้สำหรับฟรีแลนซ์แบบง่าย ๆ คือ นำเงินได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามมาตรา 40(2) จะออกมาเป็นเงินได้สุทธิ จากนั้นดูว่าเราต้องจ่ายอัตราภาษีที่ขั้นไหน แล้วจึงหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ที่เราเคยโดนหักไปแล้วจากผู้จ้างงาน ก็จะทำให้ได้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีจริง ๆ เช่น 

  • เงินได้ทั้งปี 500,000 – 100,000 – 60,000 = เงินได้สุทธิ 340,000 บาท
  • ต้องเสียภาษี 340,000 x 10% = 34,000 บาท
  • หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ที่จ่ายไปแล้ว จะได้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีจริง ๆ

สรุป ฟรีแลนซ์ยื่นภาษีประจำปี 2567

อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ยื่นภาษีไม่ยากอย่างที่คิด เพียงต้องมีเอกสารสำคัญอย่างใบหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือใบ 50 ทวิ เพื่อใช้ประกอบการยื่นภาษีเงินได้ประจำปี สำหรับหักค่าภาษีส่วนนี้ออกจากภาษีเงินได้ที่จะต้องจ่าย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีซ้ำซ้อน เพราะทำมาหากินมาทั้งปีก็อยากจะเซฟค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด และหากต้องใช้รถยนต์ขับขี่ทำมาหากินในทุก ๆ วัน อย่าลืมทำประกันรถยนต์ไว้ด้วยนะครับ แม้ว่าเบี้ยประกันรถลดหย่อนภาษีไม่ได้ แต่มีไว้ก็อุ่นใจกว่า เพราะเป็นอีกวิธีที่จะช่วยเซฟค่าใช้จ่ายได้เหมือนกันหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น หมดกังวลทุกค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาได้อย่างแน่นอนครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสรรพากร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี
0-150,000 ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้
150,001-300,000 5%
300,001-500,000 10%
500,001-750,000 15%
750,001-1,000,000  20%
Tag :
ประกันรถยนต์
ยื่นภาษี