ทำไมเบี้ยประกันรถ EV แพงกว่ารถน้ำมัน? ลิสต์เหตุผลที่คนใช้รถต้องรู้

22 ก.ย. 2569
7
ทำไมเบี้ยประกันรถ EV แพงกว่ารถน้ำมัน? ลิสต์เหตุผลที่คนใช้รถต้องรู้

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

  • สาเหตุที่ค่าประกันแพงกว่า เกิดจากแบตเตอรี่ที่มีมูลค่าสูงคิดเป็นครึ่งหนึ่งของราคารถ รวมถึงอะไหล่ราคาแพง และต้องนำเข้าและยังมีศูนย์ซ่อมเฉพาะทางจำกัด

  • ความเสียหายจากอุบัติเหตุอาจเกี่ยวเนื่องกับหลายระบบ ทำให้บางกรณีไม่สามารถซ่อมเฉพาะจุดหรือเปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนย่อยได้ แต่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นชุด จึงทำให้มีผลต่อค่าต้นทุนซ่อมที่แพงขึ้น

  • ความคุ้มครองที่ได้เพิ่มกว่ารถน้ำมัน เพราะจะได้รับความคุ้มครองระบบไฟฟ้าเฉพาะทาง ทั้งตัวแบตเตอรี่ สายชาร์จพกพา เครื่องชาร์จที่บ้าน (Wallbox) และเหตุไฟฟ้าลัดวงจรขณะชาร์จ

  • รถ EV ป้ายแดงถึง 5 ปี ควรทำประกันชั้น 1 เพื่อความคุ้มครองแบตเตอรี่เต็มที่ ส่วนรถ 5 ปีขึ้นไปสามารถปรับลดมาเป็นชั้น 2+ เพื่อประหยัดเบี้ย

  • แนวโน้มเบี้ยประกันในอนาคต มีแนวโน้มถูกลงเมื่อผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนแบตเตอรี่ลดลงและมีอู่ซ่อมที่ได้มาตรฐานเข้ามาแข่งขันมากขึ้น

ปัจจุบันเทรนด์รถ EV กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะตอบโจทย์เรื่องประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่คนใช้รถ EV กังวลคือเรื่องของประกัน ที่มีราคาสูงกว่ารถยนต์สันดาป หรือสงสัยว่าค่าประกันรถไฟฟ้าแพงไหม? 

เหตุผลที่ประกันรถ EV มีราคาสูงกว่านั้นมีหลายสาเหตุ แต่จริง ๆ แล้วราคาไม่ได้แพงกว่าเสมอไป โดยมีปัจจัยอื่น ๆ แฝงด้วย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นรถ อายุรถ ทุนประกัน ประวัติผู้ขับขี่ ประวัติการเคลม และเงื่อนไขของแต่ละบริษัท บทความนี้จะพาไปหาคำตอบว่า ทำไมค่าประกันรถ EV ถึงแพงกว่า เพื่อประกอบการตัดสินใจ

I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

ทำไมค่าประกันรถ EV แพงกว่ารถน้ำมัน

รถยนต์ไฟฟ้ามีโครงสร้างและเทคโนโลยีที่ต่างจากรถน้ำมัน ทำให้ความเสี่ยงและต้นทุนในการซ่อมแซมสูงกว่า บริษัทประกันภัยจึงจำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงใหม่ทั้งหมด และกำหนดอัตราค่าเบี้ยประกันในระดับที่สามารถครอบคลุมความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในส่วนของระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุรุนแรง มักจะไม่สามารถซ่อมเฉพาะจุดได้ แต่ต้องเปลี่ยนอะไหล่ยกชุด

4 เหตุผลที่ทำให้ค่าประกันรถไฟฟ้าแพงกว่ารถทั่วไป

4 เหตุผลที่ทำให้ค่าประกันรถไฟฟ้าแพงกว่ารถทั่วไป

1. มูลค่าของแบตเตอรี่

แบตเตอรี่แรงดันสูงคือหัวใจสำคัญของรถ EV และเป็นชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงถึง 60-70% ของราคารถทั้งคัน เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนถึงใต้ท้องรถหรือตัวแพ็กแบตเตอรี่แม้เพียงเล็กน้อย บริษัทผู้ผลิตมักจะแนะนำให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทั้งลูกเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทำให้มูลค่าการเคลมแต่ละครั้งสูงกว่ารถน้ำมันหลายเท่าตัว

2. เทคโนโลยีตัวถังและอะไหล่เฉพาะทาง

รถ EV รุ่นใหม่ ๆ มักใช้เทคโนโลยีการผลิตตัวถังแบบ Gigacasting หรือการหล่อชิ้นส่วนขนาดใหญ่เป็นชิ้นเดียว ซึ่งเพิ่มความแข็งแรงและลดน้ำหนักรถ แต่มีข้อเสียคือเมื่อเกิดอุบัติเหตุจนตัวถังฉีกขาดหรือยุบตัว จะไม่สามารถเคาะหรือตัดต่อซ่อมเฉพาะจุดได้ง่าย ๆ เหมือนรถทั่วไป แต่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้นใหม่ทั้งหมด รวมถึงเซนเซอร์และกล้องรอบคันที่มีราคาสูง

3. อู่ซ่อมและศูนย์บริการเฉพาะทางยังมีจำกัด

การซ่อมรถ EV ต้องใช้ช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมและมีความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าแรงดันสูงโดยเฉพาะ หากช่างไม่มีความรู้ที่ถูกต้องอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ปัจจุบันอู่ซ่อมหรือศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานรองรับรถ EV ยังมีจำนวนจำกัด ทำให้ค่าแรงในการซ่อมแซมสูงกว่าอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป

4. มาตรฐานกรมธรรม์แบบใหม่จาก คปภ.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ประกาศใช้เกณฑ์กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีการกำหนดความคุ้มครองใหม่ ๆ เช่น การคิดค่าเสื่อมราคาของแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งาน และบังคับให้ผู้เอาประกันต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น ทำให้โครงสร้างราคาเบี้ยประกันถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

เปรียบเทียบเบี้ยประกันรถ EV แพงกว่ารถน้ำมันกี่เปอร์เซ็นต์

ตัวอย่างเบี้ยประกันชั้น 1 สำหรับรถมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท อายุไม่เกิน 3 ปี ข้อมูล ณ กันยายน 2569 จากระบบเปรียบเทียบเบี้ยของประกันติดโล่

หัวข้อเปรียบเทียบ

รถยนต์สันดาป (รถน้ำมัน)

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

เบี้ยประกันภัยชั้น 1 (ต่อปี)

15,000 - 25,000 บาท

20,000 - 40,000 บาท

ส่วนต่างราคาเบี้ยประกัน

อัตรามาตรฐาน

สูงกว่ารถน้ำมัน 20% - 30%

จุดโฟกัสความคุ้มครอง

ตัวถัง เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนมาตรฐาน

ตัวถัง แบตเตอรี่แรงดันสูง สายชาร์จ และตู้ชาร์จ (Wall Box)

สถานที่ซ่อมเมื่อเกิดเหตุ

อู่ประกันทั่วไปและศูนย์บริการครอบคลุม

ศูนย์บริการเฉพาะทาง (ซ่อมห้าง) หรืออู่ที่รองรับระบบ EV

หากเบี้ยแพงกว่า แต่ความคุ้มครองต่างกันไหม จ่ายเพิ่มแล้วได้อะไร

หากเบี้ยแพงกว่า แต่ความคุ้มครองต่างกันไหม จ่ายเพิ่มแล้วได้อะไร

แม้ค่าเบี้ยประกันของรถ EV จะสูงกว่า แต่สิ่งที่ผู้เอาประกันได้รับคือ ความคุ้มครองเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อรองรับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และระบบไฟฟ้าโดยเฉพาะ ตามมาตรฐานที่ คปภ. กำหนด ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงที่รถน้ำมันไม่มี ดังนี้ 

  • ความคุ้มครองแบตเตอรี่แรงดันสูง หากเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะคุ้มครองการซ่อมหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ (โดยมีการหักค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานตามเกณฑ์ คปภ. หรือผู้เอาประกันสามารถซื้อความคุ้มครองเสริมแบตเตอรี่ 100% เพิ่มเติมได้)

  • ความคุ้มครองสายชาร์จ (Portable Charger) หากเกิดสูญหายหรือเสียหายจากอุบัติเหตุ

  • ความคุ้มครองเครื่องชาร์จที่บ้าน (Wall Charger) คุ้มครองครอบคลุมถึงเครื่องชาร์จที่ติดตั้งอยู่ที่บ้าน กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อตัวเครื่อง

รถ EV ควรทำประกันชั้นไหนให้คุ้มค่า ตามอายุรถ

หลายคนกำลังพิจารณาว่าประกันไหนที่เหมาะกับรถไฟฟ้าบ้าง ประกันชั้น 1 รถไฟฟ้าราคาสูงไปไหม? มาดูกันว่าแผนไหนบ้างที่ตอบโจทย์

รถป้ายแดง - 5 ปี

เนื่องจากรถยังมีมูลค่าสูงและระบบไฟฟ้ายังซับซ้อน ควรเลือกแผนซ่อมศูนย์เพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุมถึงแบตเตอรี่แรงดันสูง แท่นชาร์จ และอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี โดยประกันชั้น 1 รถไฟฟ้าราคาจะเริ่มต้นเฉลี่ยที่ประมาณ 20,000 บาทขึ้นไปต่อปี

รถ 5 - 7 ปี หรือคนขับชำนาญ

เมื่อรถเริ่มหมดระยะการรับประกันจากศูนย์ และผู้ขับขี่ต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกัน สามารถลดระดับมาทำประกันชั้น 2+ ซึ่งยังให้ความคุ้มครองหลักที่จำเป็นอย่างรถชนรถ ไฟไหม้ และน้ำท่วม โดยประกันชั้น 2+ รถไฟฟ้าราคาจะปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 11,000 - 13,000 บาทต่อปี

รถใช้งานน้อย

ประกันชั้น 3 รถไฟฟ้า เน้นให้ความคุ้มครองในการซ่อมแซมทรัพย์สินและรถยนต์ของคู่กรณีเมื่อคุณเป็นฝ่ายผิด แต่จะไม่คุ้มครองการซ่อมรถ EV ของคุณ ไม่คุ้มครองรถหาย หรือไฟไหม้ เหมาะสำหรับรถคันที่สองของบ้าน หรือรถที่นาน ๆ จะนำออกมาขับในระยะทางสั้น ๆ

แนวโน้มในอนาคต ค่าเบี้ยประกัน EV จะถูกลงไหม

แนวโน้มในอนาคต ค่าเบี้ยประกัน EV จะถูกลงไหม

ในอนาคตมีแนวโน้มสูงมากที่ค่าเบี้ยประกันจะปรับตัวลดลง เนื่องจากเมื่อมีผู้ใช้รถ EV ในตลาดเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตผลิตอะไหล่ออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนอะไหล่โดยเฉพาะแบตเตอรี่มีราคาถูกลง นอกจากนี้ หากมีอู่ซ่อมที่ได้มาตรฐานสามารถซ่อมรถ EV ได้มากขึ้น ค่าแรงในการซ่อมแซมก็จะเข้าสู่ภาวะการแข่งขันที่สมดุล ส่งผลให้บริษัทประกันภัยสามารถปรับลดเบี้ยประกันลงมาให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับรถน้ำมันได้ในที่สุด

เปรียบเทียบและเช็กเบี้ยประกันรถ EV กับประกันติดโล่ดีอย่างไร

‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!

เราอยากเห็นผู้คนมีสถานการณ์ทางการเงินราบรื่น มั่นคง และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ทุกปัญหาของลูกค้าให้เป็นเรื่องของตัวเอง

  • โบรกเกอร์ขายประกันที่มีมากกว่า 1,900 สาขาทั่วไทย

  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย

  • ทุกเรื่องประกันจบในเบอร์โทรเดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง

  • แนะนำอย่างตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม

  • สามารถผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน โดยไม่ง้อบัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย และคุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรก

  • จ่ายเบี้ยประกันที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย พร้อมระบบ SMS แจ้งเตือนและยืนยันการจ่ายเงินเพื่อความสบายใจ

  • โปร่งใส ชี้แจงครบทุกรายละเอียด วางใจได้ว่าจะได้ไม่ถูกบวกเบี้ย พร้อมข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน และเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง

  • มาพร้อมมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนะนำ จนถึงบริการหลังการขาย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของทุกคน

  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

สรุป

ค่าประกันรถ EV แพงกว่ารถน้ำมัน 20 - 30% เนื่องจากแบตเตอรี่เป็นชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในรถ EV คิดเป็นสัดส่วนสำคัญของราคารถทั้งคัน อะไหล่ตัวถังเป็นเทคโนโลยีเฉพาะที่ต้องนำเข้า และศูนย์ซ่อมที่มีช่างเชี่ยวชาญระบบไฟฟ้ายังมีจำกัด แม้เบี้ยประกันจะสูงแต่ผู้ใช้จะได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมไปถึงแบตเตอรี่ สายชาร์จ และแท่นชาร์จที่บ้าน การเลือกแผนจึงควรสอดคล้องกับอายุรถ เมื่อตลาดรถไฟฟ้าเติบโตและมีอู่ซ่อมรองรับมากขึ้น ค่าเบี้ยประกันจะมีแนวโน้มปรับลดลงในอนาคตได้เช่นกัน

หากต้องการเลือกประกันรถ EV หรือเปรียบเทียบแผนความคุ้มครองแต่ละแบบ สามารถเช็กได้ที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อได้เลย! ที่นี่ได้รวมแผนจากหลาย ๆ ที่ เพื่อให้คุณสามารถเลือกแผนที่ตอบโจทย์ โดยคุ้มครองในกรณีอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถ นอกจากนี้ยังคุ้มครองถึงแบตเตอรี่ สายชาร์จ อะไหล่ แท่นชาร์จที่บ้านอีกด้วย

I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถ EV (FAQ)

เบี้ยประกันรถ EV แพงกว่ารถน้ำมันกี่เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ย?

โดยเฉลี่ยเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะสูงกว่ารถน้ำมันประมาณ 20% - 30% อ้างอิงจากช่วงเบี้ยในระบบเปรียบเทียบของประกันติดโล่ ณ กันยายน 2569 ในระดับราคารถที่ใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่น รถยนต์มูลค่า 1 ล้านบาท รถน้ำมันจะมีเบี้ยประกันชั้น 1 อยู่ที่ราว 15,000 - 25,000 บาทต่อปี ขณะที่รถ EV อาจสูงถึง 20,000 - 40,000 บาทต่อปี สาเหตุหลักมาจากมูลค่าของแพ็กแบตเตอรี่ที่สูงมากและต้นทุนอะไหล่เฉพาะทางที่ต้องนำเข้า

Tag :
ประกันรถยนต์ไฟฟ้า