รถจอดอยู่แล้วโดนชน เรียกร้องอะไรได้บ้าง ประกันจ่ายไหม ทำอย่างไร?

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย
หากรถจอดอยู่แล้วโดนชนสามารถเรียกร้องเบิกค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายของทรัพย์สินในรถ ค่ารถยก และค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากฝ่ายผิดได้
ถ้าคู่กรณีขับรถหนี ควรรีบจดจำทะเบียนรถ รวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน และแจ้งประกันให้ไปไล่เบี้ย
ไม่มีคู่กรณีประกันจ่ายไหม? ประกันชั้น 1 เคลมซ่อมได้แต่ต้องจ่ายค่า Excess 1,000 บาท ส่วนชั้น 2+ และ 3+ ไม่คุ้มครองหากระบุทะเบียนคู่กรณีไม่ได้
สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อเห็นว่ารถถูกชน เริ่มจากถ่ายรูปสภาพความเสียหายรอบคัน รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้อง รีบแจ้งตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน และติดต่อบริษัทประกันทันที
- รถจอดอยู่แล้วโดนชน ใครผิด - ถูก ตัดสินอย่างไร
- รถจอดอยู่แล้วโดนชน เรียกร้องอะไรได้บ้าง
- ค่าเสียหายต่อตัวรถยนต์
- ค่ารักษาพยาบาล
- ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน
- ค่ารถยก ค่ารถลาก
- ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ
- กรณีมีคู่กรณี แต่ขับรถหนี ต้องทำอย่างไร
- กรณีไม่มีคู่กรณีเลย ประกันของเราจ่ายได้ไหม
- กรณีมีกล้องหน้ารถ เรียกร้องอะไรได้บ้าง
- กรณีโดนชนท้ายแล้วเราจอดในที่ห้ามจอด
- สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อพบว่ารถถูกชนขณะจอด
- ประกันชั้น 1 vs 2+ vs 3+ คุ้มครองกรณีรถจอดโดนชนต่างกันอย่างไร
- รถโดนชนก็ยังยิ้มได้ หากทำประกันรถยนต์กับประกันติดโล่
- รถจอดอยู่แล้วโดนชนเรียกร้องอะไรได้บ้าง ประกันติดโล่สรุปให้!
รถจอดอยู่เฉย ๆ แต่กลับพบรอยชน รอยเฉี่ยว หรือความเสียหายเมื่อกลับมาที่รถ เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้เจ้าของรถไม่น้อย หลายคนมีคำถามทันทีว่า รถจอดอยู่แล้วโดนชน เรียกร้องอะไรได้บ้าง หากมีคู่กรณีจะเรียกค่าเสียหายอย่างไร หรือหากคู่กรณีขับหนีไป หรือไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ชน ประกันรถยนต์จะยังให้ความคุ้มครองหรือไม่ และเปรียบเทียบความคุ้มครองแต่ละประเภทว่าต่างกันอย่างไร เพื่อให้คุณรับมือสถานการณ์นี้ได้อย่างสบายใจ

รถจอดอยู่แล้วโดนชน ใครผิด - ถูก ตัดสินอย่างไร
เมื่อรถจอดอยู่แล้วโดนชน การตัดสินว่าใครถูกหรือผิดจะพิจารณาจากลักษณะการจอดและสาเหตุของการชนเป็นหลัก โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายดังนี้
ฝ่ายถูกชน หากจอดรถในพื้นที่ที่อนุญาตให้จอดได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย จะถือว่าเป็นฝ่ายถูกเสมอ แต่หากจอดในลักษณะกีดขวางการจราจร จอดในจุดอับสายตา หรือจอดในที่ห้ามจอด อาจถูกพิจารณาให้เป็นความผิดฐานประมาทร่วมได้
ฝ่ายที่เป็นคนชน มักจะถูกตัดสินให้เป็นฝ่ายผิดเสมอ เนื่องจากเป็นผู้ขับขี่รถไปชนคันอื่นที่จอดอยู่จนเกิดความเสียหาย อันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้ขับขี่เอง
รถจอดอยู่แล้วโดนชน เรียกร้องอะไรได้บ้าง
หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นฝ่ายเสียหาย เจ้าของรถสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีหรือบริษัทประกันของคู่กรณีได้ โดยขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเหตุการณ์ สำหรับคนที่สงสัยว่า รถจอดอยู่แล้วโดนชน เรียกร้องอะไรได้บ้าง สิทธิประโยชน์ที่สามารถเรียกร้องได้มีดังนี้
ค่าเสียหายต่อตัวรถยนต์
เจ้าของรถมีสิทธิเรียกร้องค่าซ่อมแซมรถยนต์ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมก่อนเกิดเหตุ โดยสามารถประเมินราคาและเรียกเก็บจากบริษัทประกันภัยของคู่กรณีได้โดยตรง หากรถคันที่ขับมาชนไม่มีประกันภัยครอบคลุม คู่กรณีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าอะไหล่และค่าแรงซ่อมทั้งหมดด้วยเงินส่วนตัว
ค่ารักษาพยาบาล
ในกรณีที่มีคนอยู่ในรถขณะที่ถูกชนจนได้รับบาดเจ็บ สามารถใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. รถยนต์ ได้ทันที หากมีค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินจากวงเงินของ พ.ร.บ. สามารถเรียกร้องเพิ่มเติมจากประกันภัยภาคสมัครใจของคู่กรณีหรือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดได้
ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน
ความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวถังรถเท่านั้น หากแรงกระแทกทำให้สิ่งของมีค่าภายในรถพังเสียหาย เช่น แล็ปท็อป โทรศัพท์มือถือ หรือสินค้าที่เตรียมไว้ส่งลูกค้า สามารถรวบรวมหลักฐานและใบเสร็จของสิ่งของเหล่านั้น เพื่อนำไปเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันของคู่กรณีได้ตามมูลค่าความเสียหายจริง
ค่ารถยก ค่ารถลาก
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนรถยนต์พังเสียหายหนักและไม่สามารถขับเคลื่อนออกจากจุดเกิดเหตุได้ ฝ่ายที่ขับมาชนหรือบริษัทประกันของคู่กรณีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างบริการรถยกหรือรถลาก เพื่อนำรถของคุณไปส่งยังศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมโดยที่เราไม่ต้องออกเงินเอง
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ
ระหว่างที่รถต้องจอดซ่อมอยู่ที่อู่ สามารถเรียกร้องเงินชดเชยค่าเดินทางในชีวิตประจำวันจากบริษัทประกันของคู่กรณีได้ เรียกว่าค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ โดยอัตราขั้นต่ำจะเริ่มต้นที่ 500 บาทต่อวันสำหรับรถยนต์ทั่วไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทรถและเกณฑ์ที่ คปภ. กำหนดไว้

กรณีมีคู่กรณี แต่ขับรถหนี ต้องทำอย่างไร
หากเจอสถานการณ์รถจอดอยู่โดนชนแล้วหนี ควรตั้งสติและดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง
จดจำหรือถ่ายภาพป้ายทะเบียน ยี่ห้อ สี และลักษณะรถของคู่กรณีให้ได้มากที่สุด
รวบรวมพยานหลักฐานจากบริเวณรอบข้าง เช่น กล้องวงจรปิดของสถานที่นั้น หรือพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์
เดินทางไปสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานดำเนินคดี
แจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อให้ดำเนินการติดตามคู่กรณี หากทำประกันภัยชั้น 1, 2+ หรือ 3+ และมีหลักฐานระบุทะเบียนรถคู่กรณีได้ ประกันจะรับเคลมและไปไล่เบี้ยกับฝ่ายผิดเองในกรณีชนแล้วหนี
กรณีไม่มีคู่กรณีเลย ประกันของเราจ่ายได้ไหม
หลายคนสงสัยว่ารถจอดโดนชนเรียกประกันได้ไหม หากหาตัวคนชนไม่ได้ สิทธิการเคลมจะขึ้นอยู่กับแผนประกันรถยนต์ที่ทำไว้
ประกันภัยชั้น 1 สามารถแจ้งเคลมซ่อมรถตัวเองได้แม้ไม่มีคู่กรณี แต่ถ้าหากไม่สามารถระบุเหตุการณ์วันและเวลาที่เกิดเหตุได้ อาจต้องเสียค่าความเสียหายส่วนแรก (Excess) 1,000 บาทต่อเหตุการณ์
ประกันชั้น 2+, 3+, 2 และ 3 ไม่สามารถเคลมซ่อมรถตัวเองได้ หากไม่สามารถระบุป้ายทะเบียนของรถคู่กรณีที่มาชนได้
กรณีมีกล้องหน้ารถ เรียกร้องอะไรได้บ้าง
กล้องหน้ารถเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยยืนยันความบริสุทธิ์และระบุตัวคนผิด หากมีภาพบันทึกเหตุการณ์ตอนโดนชน สามารถส่งคลิปวิดีโอให้ตำรวจและบริษัทประกันเพื่อดำเนินการเรียกร้องค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล และค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ทันที นอกจากนี้ยังช่วยให้ประกันชั้น 2+ และ 3+ อนุมัติการเคลมได้ง่ายขึ้น เพราะมีหลักฐานระบุตัวคู่กรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ครบถ้วน
กรณีโดนชนท้ายแล้วเราจอดในที่ห้ามจอด
หากจอดรถในบริเวณเส้นขาวแดงหรือป้ายห้ามจอดแล้วถูกชนท้าย ฝ่ายที่ขับมาชนจะยังคงเป็นฝ่ายผิดฐานขับขี่รถโดยประมาทจนทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถให้คุณตามปกติ แต่เราจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ฐานจอดรถในที่ห้ามจอด ซึ่งจะต้องเสียค่าปรับจราจรด้วยตนเอง ทั้งนี้ในบางกรณี หากการจอดกีดขวางนั้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รถคันอื่นหลบหลีกไม่ได้จนเกิดอุบัติเหตุ ตำรวจอาจพิจารณาให้เป็นความผิดฐานประมาทร่วม

สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อพบว่ารถถูกชนขณะจอด
ตั้งสติและตรวจสอบความปลอดภัยของตนเองและผู้โดยสาร
ถ่ายรูปและวิดีโอสภาพความเสียหาย ร่องรอยการชน ทะเบียนรถคู่กรณี (ถ้ายังอยู่ในที่เกิดเหตุ) และสภาพแวดล้อมการจอดรถโดยรอบอย่างละเอียด
ตรวจสอบหากล้องวงจรปิดในบริเวณนั้น หรือสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
โทรแจ้งตำรวจเพื่อขอลงบันทึกประจำวัน ไว้ใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีชนแล้วหนี
ติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อแจ้งอุบัติเหตุ ส่งมอบหลักฐาน และรับคำแนะนำในการนำรถเข้าซ่อม
ประกันชั้น 1 vs 2+ vs 3+ คุ้มครองกรณีรถจอดโดนชนต่างกันอย่างไร
ประเภทประกัน | ระบุคู่กรณีได้ (จำทะเบียนรถได้) | ระบุคู่กรณีไม่ได้ (ชนแล้วหนี / ไม่มีหลักฐาน) | เงื่อนไขการเคลมซ่อมรถตัวเอง |
|---|---|---|---|
ประกันชั้น 1 | คุ้มครองตามปกติ | คุ้มครองตามปกติ | หากชนแล้วหนีและระบุทะเบียนคู่กรณีไม่ได้ ผู้เอาประกันจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) 1,000 บาทต่อเหตุการณ์ |
ประกันชั้น 2+ | คุ้มครองตามปกติ | ไม่คุ้มครอง | คุ้มครองเฉพาะกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก และสามารถระบุป้ายทะเบียนของคู่กรณีได้เท่านั้น |
ประกันชั้น 3+ | คุ้มครองตามปกติ | ไม่คุ้มครอง | คุ้มครองเฉพาะกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก และสามารถระบุป้ายทะเบียนของคู่กรณีได้เท่านั้น |
รถโดนชนก็ยังยิ้มได้ หากทำประกันรถยนต์กับประกันติดโล่
‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!
เราอยากเห็นผู้คนมีสถานการณ์ทางการเงินราบรื่น มั่นคง และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ทุกปัญหาของลูกค้าให้เป็นเรื่องของตัวเอง มาดูกันว่าทำไมถึงถูกรถชนก็ยังยิ้มได้ หากเราเลือกทำประกันกับประกันติดโล่
โบรกเกอร์ขายประกันที่มีมากกว่า 1,900 สาขาทั่วไทย
โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย
ทุกเรื่องประกันจบในเบอร์โทรเดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง
แนะนำอย่างตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม
สามารถผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน โดยไม่ง้อบัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย และคุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรก
จ่ายเบี้ยประกันที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย พร้อมระบบ SMS แจ้งเตือนและยืนยันการจ่ายเงินเพื่อความสบายใจ
โปร่งใส ชี้แจงครบทุกรายละเอียด วางใจได้ว่าจะได้ไม่ถูกบวกเบี้ย พร้อมข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน และเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง
มาพร้อมมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนะนำ จนถึงบริการหลังการขาย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของทุกคน
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง
รถจอดอยู่แล้วโดนชนเรียกร้องอะไรได้บ้าง ประกันติดโล่สรุปให้!
หากรถจอดอยู่แล้วถูกชน ผู้ขับมาชนมักเป็นฝ่ายผิดเสมอ เว้นแต่เราจอดในที่ห้ามจอดหรือกีดขวาง อาจเข้าข่ายประมาทร่วม ในกรณีที่เป็นฝ่ายถูก สามารถเรียกร้องค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน ค่ารถยก และค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากคู่กรณีได้ หากเจอเหตุการณ์ชนแล้วหนี ให้ตั้งสติ ถ่ายรูป ทะเบียนรถ และรวบรวมหลักฐานจากกล้องหน้ารถหรือวงจรปิดเพื่อแจ้งความ กรณีที่ไม่มีคู่กรณี หรือไม่สามารถระบุที่มาที่ไปวันและเวลาที่เกิดเหตุได้ ประกันชั้น 1 จะคุ้มครองซ่อมรถให้แต่ต้องจ่ายค่า Excess 1,000 บาท ส่วนประกันชั้น 2+ และ 3+ จะไม่คุ้มครองหากระบุทะเบียนคู่กรณีไม่ได้ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุควรรีบเก็บหลักฐาน แจ้งตำรวจ และติดต่อประกันทันที
สำหรับใครที่กำลังศึกษาหรือเลือกทำประกันอะไรดี? สามารถปรึกษากับประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อได้เลย! เพราะที่นี่พร้อมดูแลด้วยแผนประกันที่หลากหลาย สามารถเลือกได้ว่าจะซ่อมอู่ หรือซ่อมศูนย์ เพื่อให้ได้แผนความคุ้มครองที่ตรงใจ และยังคุ้มครองครอบคลุมในกรณีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ ภัยธรรมชาติ ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถยนต์ รวมถึงกรณีถูกชนแล้วหนีอีกด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถจอดอยู่แล้วโดนชน เรียกร้องอะไรได้บ้าง (FAQs)
รถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่แล้วโดนชน เรียกร้องอะไรได้บ้าง?
สิทธิเรียกร้องของรถมอเตอร์ไซค์ไม่ต่างจากรถยนต์ หากเป็นฝ่ายเสียหาย สามารถเรียกร้องค่าซ่อมรถให้กลับมาสภาพเดิม ค่ารักษาพยาบาล (กรณีมีคนนั่งคร่อมอยู่บนรถ) และค่าเสียหายต่อทรัพย์สินที่พังจากการชน โดยเรียกเก็บจากคู่กรณีหรือบริษัทประกันของฝ่ายผิดได้ตามปกติ แต่หากเป็นเหตุการณ์ชนแล้วหนีและหาตัวคนผิดไม่ได้ จะสามารถเคลมซ่อมรถตัวเองได้ก็ต่อเมื่อมอเตอร์ไซค์คันนั้นทำประกันภัยชั้น 1 ไว้เท่านั้น
ข้อยกเว้นแบบใด ถึงจะเข้าข่ายประมาทร่วม?
การถูกชนขณะจอดไม่ได้แปลว่าจะเป็นฝ่ายถูกเสมอไป เหตุการณ์จะถูกพิจารณาเป็น "ประมาทร่วม" ก็ต่อเมื่อลักษณะการจอดนั้นเป็นต้นเหตุหรือมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น จอดรถล้ำเข้าไปกีดขวางช่องทางจราจร จอดบริเวณทางโค้งหรือจุดอับสายตาโดยไม่มีการตั้งป้ายเตือน หรือจอดรถบนถนนในเวลากลางคืนโดยไม่เปิดไฟสัญญาณ ทำให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นไม่สามารถมองเห็นและเบรกหลบได้ทัน ในกรณีนี้ตามกฎหมายอาจพิจารณาให้ความเสียหายเกิดจากความประมาทของทั้งสองฝ่าย