ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร? วิธีเลือกให้ตอบโจทย์การใช้งาน

22 ก.ย. 2569
3
ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร? วิธีเลือกให้ตอบโจทย์การใช้งาน

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย

  • ประกันทั้งชั้น 2+ กับ 3+ ต่างคุ้มครองกรณีรถชนรถเหมือนกัน แต่ประกันชั้น 2+ จะเพิ่มความคุ้มครองกรณีรถสูญหายและไฟไหม้เข้ามาด้วย

  • ควรเลือกตามการใช้งาน ประกันชั้น 2+ เหมาะกับรถใช้งานประจำ ติดไฟแนนซ์ หรือจอดที่เสี่ยง ส่วนประกันชั้น 3+ เหมาะกับรถเก่าใช้น้อย และมีที่จอดในบ้านปลอดภัย

  • การเปลี่ยนแผนกลางปีสามารถทำได้เสมอ โดยแจ้งยกเลิกกรมธรรม์เดิมเพื่อขอรับเบี้ยประกันคืนตามสัดส่วน แล้วซื้อแผนใหม่ที่ต้องการได้ทันที

เมื่อถึงเวลาต้องต่ออายุประกันรถยนต์ ผู้ขับขี่หลายคนมักเกิดความลังเลระหว่างสองทางเลือกยอดฮิตที่มีราคาจับต้องได้และให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่า แต่อาจสับสนว่าประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่ากัน การเลือกแผนที่ตอบโจทย์ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และคุ้มค่ายิ่งขึ้น 

โดยบทความนี้จะพาไปแยกความแตกต่างทั้งประกันชั้น 2+ และประกันชั้น 3+ พร้อมสถานการณ์ใช้รถจริงที่ตอบโจทย์ เพื่อช่วยให้เราสามารถเลือกแผนความคุ้มครองได้อย่างตอบโจทย์

I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร

จุดแตกต่างสำคัญที่สุดระหว่างประกันรถยนต์ทั้ง 2 ประเภท คือ ความคุ้มครองกรณีรถสูญหายและไฟไหม้ โดยมีรายละเอียดเปรียบเทียบดังนี้ 

  • ประกันชั้น 2+

หากสงสัยว่าประกันชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง คุ้มครองการซ่อมรถตัวเอง (เมื่อชนกับยานพาหนะทางบก) ซ่อมรถคู่กรณี และเพิ่มความคุ้มครองกรณีรถถูกโจรกรรม สูญหาย หรือไฟไหม้ เหมาะกับผู้ที่จำเป็นต้องจอดรถในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแล

  • ประกันชั้น 3+

ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง? คุ้มครองการซ่อมรถตัวเอง (เมื่อชนกับยานพาหนะทางบก) และซ่อมรถคู่กรณีเช่นเดียวกัน แต่จะไม่คุ้มครองกรณีรถสูญหายหรือไฟไหม้ เหมาะกับผู้ที่มีที่จอดรถปลอดภัยประจำบ้านหรือที่ทำงาน และต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกัน

เช็ก 5 สถานการณ์ แบบไหนเหมาะกับประกันชั้น 2+ หรือประกันชั้น 3+

เช็ก 5 สถานการณ์ แบบไหนเหมาะกับประกันชั้น 2+ หรือประกันชั้น 3+

1. รถอายุ 7–10 ปี ใช้งานประจำ

ควรเลือกประกันชั้น 2+ เพราะรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานในช่วง 7-10 ปี ถือว่ายังมีมูลค่าในตลาดค่อนข้างสูง การนำรถออกไปขับขี่ใช้งานทุกวันบนท้องถนนย่อมมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ การขับไปจอดตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า หรือริมถนน ยังเพิ่มความเสี่ยงเรื่องรถสูญหาย การเลือกชั้น 2+ จึงให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญในทุก ๆ วัน

2. รถเก่าอายุเกิน 10 ปี ไม่ค่อยได้ใช้

ควรเลือกประกันชั้น 3+ สำหรับรถเก่าที่มีอายุมากและส่วนใหญ่จอดทิ้งไว้ นาน ๆ จะนำออกมาขับเพื่อไปซื้อของใกล้บ้านหรือไปทำธุระสั้น ๆ มูลค่าของตัวรถมักจะลดลงไปมากแล้ว ความเสี่ยงที่จะถูกโจรกรรมจึงต่ำลงไปด้วย การเลือกทำชั้น 3+ เพื่อเน้นความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุรถชนรถ จึงตอบโจทย์เรื่องความประหยัดได้ดีกว่า

3. รถจอดบ้าน ใช้เฉพาะวันหยุด

ควรพิจารณาจากสภาพแวดล้อมที่จอดรถ เนื่องจากสถานการณ์นี้ต้องประเมินสถานที่จอดรถเป็นหลัก หากบ้านมีรั้วรอบขอบชิด ปลอดภัย และอยู่ในหมู่บ้านที่มีระบบรักษาความปลอดภัย แนะนำเป็นประกันชั้น 3+ ก็ถือว่าเพียงพอ แต่หากต้องจอดรถหน้าบ้าน จอดในซอยเปลี่ยว หรือจอดในพื้นที่สาธารณะที่เสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม แม้จะขับแค่เสาร์-อาทิตย์ ก็ควรเลือกประกันชั้น 2+ เพื่อให้มีความคุ้มครองเรื่องรถหายรองรับไว้

4. รถที่เคยมีประวัติเคลมบ่อย

ควรเลือกประกันชั้น 2+ เพราะผู้ขับขี่ที่มีประวัติการเคลมบ่อยครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการใช้รถที่ค่อนข้างสูง การมีแผนประกันที่ให้ขอบเขตความคุ้มครองกว้างขึ้นอย่างชั้น 2+ จะช่วยลดความกังวลใจได้มากกว่า แม้จะไม่คุ้มครองการชนแบบไม่มีคู่กรณีเหมือนประกันชั้น 1 แต่ก็ยังครอบคลุมเหตุการณ์รุนแรงอย่างไฟไหม้ได้

5. รถที่ยังผ่อนกับไฟแนนซ์อยู่

ควรเลือกประกันชั้น 2+ เพราะรถยนต์ยังอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของบริษัทไฟแนนซ์ หากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายอย่างรถถูกโจรกรรมสูญหาย หรือไฟไหม้เสียหายทั้งคัน ประกันชั้น 2+ จะจ่ายทุนประกันเพื่อนำไปปิดยอดหนี้กับไฟแนนซ์ ซึ่งประกันชั้น 3+ จะไม่คุ้มครองในส่วนนี้

เปรียบเทียบความคุ้มครองและเบี้ยประกันเบื้องต้น ของประกันชั้น 2+ VS ประกันชั้น 3+

รายการเปรียบเทียบ

ประกันชั้น 2+

ประกันชั้น 3+

ซ่อมรถคู่กรณี (ฝ่ายผิด)

คุ้มครอง

คุ้มครอง

ซ่อมรถเรา (กรณีรถชนรถ)

คุ้มครอง

คุ้มครอง

รถยนต์สูญหาย (ถูกโจรกรรม)

คุ้มครอง

ไม่คุ้มครอง

รถยนต์ไฟไหม้

คุ้มครอง

ไม่คุ้มครอง

ราคาเบี้ยประกันโดยประมาณ

5,500 - 8,000 บาท ต่อปี

4,500 - 6,000 บาท ต่อปี

หากตัดสินใจเลือกชั้นประกันผิด สามารถเปลี่ยนกลางปีได้ไหม

หากตัดสินใจเลือกชั้นประกันผิด สามารถเปลี่ยนกลางปีได้ไหม

สามารถทำได้ โดยผู้เอาประกันสามารถแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกกรมธรรม์ฉบับเดิมกับบริษัทประกันภัยหรือนายหน้า โดยบริษัทจะทำการคืนเงินค่าเบี้ยประกันส่วนที่เหลือตามสัดส่วน จากนั้นผู้เอาประกันสามารถเลือกซื้อกรมธรรม์ฉบับใหม่ในชั้นที่ต้องการได้ทันที เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด

เปรียบเทียบแผนความคุ้มครองกับประกันติดโล่ดีอย่างไร

‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!

เราอยากเห็นผู้คนมีสถานการณ์ทางการเงินราบรื่น มั่นคง และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ทุกปัญหาของลูกค้าให้เป็นเรื่องของตัวเอง มาดูกันว่าทำไมต้องเลือกเปรียบเทียบและเช็กเบี้ยประกันรถยนต์กับเรา

  • โบรกเกอร์ขายประกันที่มีมากกว่า 1,900 สาขาทั่วไทย

  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย

  • ทุกเรื่องประกันจบในเบอร์โทรเดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง

  • แนะนำอย่างตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม

  • สามารถผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน โดยไม่ง้อบัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย และคุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรก

  • จ่ายเบี้ยประกันที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย พร้อมระบบ SMS แจ้งเตือนและยืนยันการจ่ายเงินเพื่อความสบายใจ

  • โปร่งใส ชี้แจงครบทุกรายละเอียด วางใจได้ว่าจะได้ไม่ถูกบวกเบี้ย พร้อมข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน และเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง

  • มาพร้อมมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนะนำ จนถึงบริการหลังการขาย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของทุกคน

  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

สรุป

ความแตกต่างหลักระหว่างประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ คือความคุ้มครองกรณีรถสูญหายและไฟไหม้ โดยประกันชั้น 2+ จะครอบคลุมความเสี่ยงส่วนนี้ เหมาะสำหรับรถอายุ 7 - 10 ปีที่ใช้งานประจำ จอดในพื้นที่เสี่ยง หรือรถที่ยังติดผ่อนไฟแนนซ์ ส่วนประกันชั้น 3+ จะเน้นคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุแบบรถชนรถ จึงเหมาะกับรถเก่าเกิน 10 ปีที่ใช้งานน้อยและมีที่จอดปลอดภัยในบริเวณบ้านเพื่อช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกัน 

อย่างไรก็ตาม หากเลือกชั้นประกันผิดหรือต้องการปรับเปลี่ยนความคุ้มครอง สามารถแจ้งยกเลิกกรมธรรม์เดิมเพื่อรับเบี้ยประกันคืนตามสัดส่วน แล้วเลือกซื้อแผนใหม่ระหว่างปีได้เสมอ

หากต้องการเปรียบเทียบแผนจากหลาย ๆ ที่สามารถเลือกเปรียบเทียบได้ที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อ ที่พร้อมให้ความดูแลด้วยความคุ้มครองหลากหลาย ทั้งซ่อมอู่และซ่อมศูนย์ สามารถเลือกผ่อนชำระได้ พร้อมทั้งมีความคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ตรงใจกับไลฟ์สไตล์ของเรายิ่งขึ้น!

I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างประกันชั้น 2+ และ 3+ (FAQ)

รถมือสองอายุเกิน 15 ปี ควรเลือกประกันชั้นไหนดี?

แนะนำให้พิจารณาประกันชั้น 3+ เนื่องจากรถที่มีอายุเกิน 15 ปี มักจะมีมูลค่าทุนประกันที่บริษัทสามารถรับประกันได้ค่อนข้างต่ำ การทำชั้น 3+ จะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกัน แต่ยังคงได้รับความคุ้มครองกรณีชนกับยานพาหนะทางบก ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้รถรุ่นเก่า

Tag :
ประกันรถยนต์