เทียบประกันรถแต่ละชั้นแบบไหนตอบโจทย์หน้าฝน คุ้มครองน้ำท่วมไหม

เทียบประกันรถแต่ละชั้นแบบไหนตอบโจทย์หน้าฝน คุ้มครองน้ำท่วมไหม
I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน สิ่งที่เจ้าของรถกังวลใจที่สุดคงหนีไม่พ้น "น้ำท่วม" ไม่ว่าจะเป็นน้ำรอการระบายในกรุงเทพฯ หรือน้ำป่าไหลหลากในต่างจังหวัด การทำความเข้าใจว่าประกันรถแต่ละชั้นให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันอย่างไรจึงช่วยได้ และหลายคนสงสัยว่าหากเกิดเหตุการณ์น้ำเข้าเครื่องยนต์หรือรถจมน้ำ ประกันรถยนต์แต่ละประเภทจะดูแลเราได้ครอบคลุมแค่ไหน ยังสบายใจได้อยู่ไหมในวันที่ฝนตกหนัก มาเทียบราคาประกันรถยนต์ และเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละแบบที่บทความนี้ได้เลย!

ทำความเข้าใจประกันรถยนต์แต่ละชั้น ต่างกันอย่างไร

ทำความเข้าใจประกันรถยนต์แต่ละชั้น ต่างกันอย่างไร

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองครอบคลุมที่สุดทั้งกรณีชนแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี คุ้มครองรถสูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และภัยธรรมชาติ เบี้ยประกันมีราคาสูงแต่ความเสี่ยงที่ต้องรับผิดชอบเองมีน้อยที่สุด

  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองเฉพาะกรณีรถชนรถซึ่งต้องมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก คุ้มครองรถสูญหายและไฟไหม้ เบี้ยประกันปานกลาง ต้องรับความเสี่ยงเองหากขับชนสิ่งของหรือเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี

  • ประกันรถยนต์ชั้น 2 คุ้มครองซ่อมเฉพาะรถคู่กรณี คุ้มครองรถเราเฉพาะกรณีสูญหายและไฟไหม้ เบี้ยประกันถูก ต้องรับความเสี่ยงค่าซ่อมรถตัวเองทั้งหมดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

  • ประกันรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครองซ่อมรถเราและคู่กรณีเมื่อเกิดเหตุรถชนรถเท่านั้น ไม่คุ้มครองรถสูญหายหรือไฟไหม้ เบี้ยประกันราคาประหยัด ต้องรับความเสี่ยงเองหากรถหาย ไฟไหม้ หรือชนสิ่งของ

  • ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองซ่อมเฉพาะรถคู่กรณีเท่านั้น ไม่คุ้มครองรถเราในทุกกรณี ไม่คุ้มครองรถหายหรือไฟไหม้ เบี้ยประกันถูกที่สุด ต้องรับความเสี่ยง ความเสียหายของรถตัวเองทั้งหมด

ทำไมประกันรถยนต์จึงสำคัญในหน้าฝน

ทำไมประกันรถยนต์จึงสำคัญในหน้าฝน

หน้าฝนเป็นช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงกว่าฤดูอื่น การมีประกันรถยนต์มีความสำคัญในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยเฉพาะประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ครอบคลุมเรื่องภัยธรรมชาติ ปัญหาที่มักต้องพบเจอเมื่อเข้าสู่หน้าฝนมีดังนี้

  • ถนนลื่น ทัศนวิสัยแย่ ฝนตกหนักทำให้การมองเห็นเส้นทางลดลง เสี่ยงต่อการเสียหลักหลุดโค้ง ชนท้ายคันหน้า หรือเบรกไม่อยู่

  • น้ำท่วมขัง น้ำรอระบายหรือน้ำท่วมฉับพลันทำให้น้ำเข้าเครื่องยนต์ เครื่องดับกลางคัน หรือห้องโดยสารได้รับความเสียหาย

  • ภัยธรรมชาติ ลมพายุแรงทำให้ต้นไม้หักโค่น กิ่งไม้หล่นทับ ป้ายโฆษณาปลิวพังถล่มใส่รถ หรือพายุลูกเห็บตกใส่หลังคารถ

  • ถนนชำรุด น้ำฝนกัดเซาะผิวถนนทำให้เกิดหลุมบ่อขนาดใหญ่ เสี่ยงต่อการขับรถตกหลุมจนช่วงล่างพัง ยางแตก

ฝนตก น้ำท่วม ประกันรถแต่ละชั้นเคลมได้ไหม

สถานการณ์ 

ประกันชั้น 1 

ประกันชั้น 2+ 

ประกันชั้น 2 

ประกันชั้น 3+ 

ประกันชั้น 3 

จอดรถแล้วน้ำท่วม 

เคลมได้

เคลมไม่ได้ ยกเว้นมีระบุความคุ้มครองเสริมน้ำท่วม

เคลมไม่ได้

เคลมไม่ได้ ยกเว้นมีระบุความคุ้มครองเสริมน้ำท่วม

เคลมไม่ได้

รถติดแล้วน้ำท่วม

เคลมได้

เคลมไม่ได้ ยกเว้นมีระบุความคุ้มครองเสริมน้ำท่วม

เคลมไม่ได้

เคลมไม่ได้ ยกเว้นมีระบุความคุ้มครองเสริมน้ำท่วม

เคลมไม่ได้

ขับลุยน้ำเอง

เคลมไม่ได้ ถือเป็นการจงใจทำให้ทรัพย์สินเสียหาย

เคลมไม่ได้

เคลมไม่ได้

เคลมไม่ได้

เคลมไม่ได้

ตัวอย่างสถานการณ์จริงมีอะไรบ้าง

เครื่องยนต์พังหลังลุยน้ำ

ประกันชั้น 1 เคลมไม่ได้หากจงใจขับลุยน้ำท่วมขังที่เห็นอยู่แล้วเพราะถือเป็นการประมาทเลินเล่อและจงใจทำให้ทรัพย์สินเสียหายแต่หากเกิดน้ำท่วมฉับพลันขณะกำลังขับขี่สามารถเคลมได้ ส่วนประกันชั้น 2+, 2, 3+ และ 3 เคลมไม่ได้ในทุกกรณีเนื่องจากไม่มีความคุ้มครองเรื่องภัยธรรมชาติและน้ำท่วม

น้ำเข้ารถบางส่วน

ประกันชั้น 1 เคลมได้โดยบริษัทประกันจะประเมินค่าซ่อมแซมและค่าทำความสะอาดภายในรถตามความเสียหายจริง ส่วนประกันชั้น 2+, 2, 3+ และ 3 เคลมไม่ได้ยกเว้นผู้ที่ซื้อประกันชั้น 2+ หรือ 3+ แบบมีแพ็กเกจเสริมคุ้มครองน้ำท่วมจึงจะเคลมได้ตามวงเงินที่ระบุ เงื่อนไขสำคัญคือเหตุการณ์นั้นต้องเป็นเหตุสุดวิสัยและไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจขับลุยน้ำของผู้ขับขี่

รถจอดอยู่ดีๆ น้ำท่วม

ประกันชั้น 1 เคลมได้ เพราะถือเป็นเหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้บริษัทจะรับผิดชอบค่าซ่อมแซมตามจริง ส่วนประกันชั้น 2+, 2, 3+ และ 3 เคลมไม่ได้ยกเว้นกรณีที่ผู้ซื้อประกันเลือกซื้อแผนความคุ้มครองเสริมเรื่องน้ำท่วมพ่วงไว้กับกรมธรรม์หลัก

เลือกประกันแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน คุ้มค่าในหน้าฝน

เลือกประกันแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน คุ้มค่าในหน้าฝน

ใช้รถทุกวัน / อยู่พื้นที่น้ำท่วมบ่อย

แนะนำให้เลือกประกันชั้น 1 เพราะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุดรวมถึงความเสียหายจากภัยธรรมชาติและน้ำท่วมขัง ตอบโจทย์คนที่ต้องขับรถออกถนนทุกวันและต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน หากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันหรือมีกิ่งไม้หล่นทับรถบริษัทประกันจะช่วยรับผิดชอบค่าซ่อมแซมให้ทั้งหมด

ใช้รถปานกลาง

แนะนำให้เลือกประกันชั้น 2+ ที่ระบุความคุ้มครองเสริมเรื่องน้ำท่วม เพราะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันได้มากกว่าชั้น 1 แต่ยังได้รับความคุ้มครองที่จำเป็น เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้รถทุกวันแต่ยังมีโอกาสขับออกไปลุยฝนบ้าง การซื้อแพ็กเกจเสริมจะช่วยลดความเสี่ยงกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยน้ำท่วมรถขณะจอดหรือขับขี่

ใช้รถน้อย / รถเก่า

แนะนำให้เลือกประกันชั้น 3+ เพราะเป็นแผนที่มีราคาเบี้ยประกันถูกและเน้นคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุรถชนรถ เหมาะสำหรับรถที่มีอายุการใช้งานยาวนานหรือรถที่จอดไว้ในพื้นที่ปลอดภัยน้ำไม่ท่วมถึงและแทบไม่ได้นำออกไปขับในช่วงหน้าฝน ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและไม่ต้องจ่ายเบี้ยแพงสำหรับความคุ้มครองที่เกินความจำเป็น

วิธีเลือกประกันรถยนต์ให้เหมาะกับหน้าฝน

  • ดูพื้นที่ใช้งาน สำรวจเส้นทางที่ใช้เดินทางประจำและพื้นที่จอดรถ ว่ามีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมขังหรือมีต้นไม้ใหญ่ที่อาจล้มทับรถได้หรือไม่

  • ดูพฤติกรรมการใช้รถ ประเมินความถี่ในการใช้งานว่าต้องขับรถลุยฝนทุกวัน หรือสามารถหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงที่สภาพอากาศไม่ดีได้

  • งบประมาณ กำหนดงบประมาณที่เหมาะสมและเปรียบเทียบแผนประกันจากหลายบริษัท เพื่อเลือกความคุ้มครองที่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่าย

  • เช็กเงื่อนไขกรมธรรม์ ศึกษาข้อยกเว้นความคุ้มครองของประกันรถแต่ละชั้นให้ละเอียด โดยเฉพาะกรณีขับรถลุยน้ำท่วม และการแจ้งเคลมความเสียหายจากภัยธรรมชาติ

เปรียบเทียบแผนประกันแต่ละแบบกับ “ประกันติดโล่” ดีอย่างไร

‘ประกันติดโล่’ สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม สร้างมาตรฐานใหม่ของโบรกเกอร์ประกันภัย เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลยวันนี้!

เราอยากเห็นผู้คนมีสถานการณ์ทางการเงินราบรื่น มั่นคง และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้แบบไม่มีสะดุด พร้อมอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแลสิทธิของลูกค้าที่ควรจะได้รับ และเอาใจใส่ทุกปัญหาของลูกค้าให้เป็นเรื่องของตัวเอง

  • โบรกเกอร์ขายประกันที่มีมากกว่า 1,900 สาขาทั่วไทย

  • โบรกเกอร์ขายประกันรถยนต์ที่มีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากมาย

  • ทุกเรื่องประกันจบในเบอร์โทรเดียว ติดต่อ Call Center 1501 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานติดตามเคลมให้จนจบเรื่อง

  • แนะนำอย่างตรงจุดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องกว่า 5,000 คน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่เหมาะสม

  • สามารถผ่อนชำระด้วยเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน โดยไม่ง้อบัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย และคุ้มครองทันทีตั้งแต่งวดแรก

  • จ่ายเบี้ยประกันที่ Counter Service สาขาใกล้บ้านได้เลย พร้อมระบบ SMS แจ้งเตือนและยืนยันการจ่ายเงินเพื่อความสบายใจ

  • โปร่งใส ชี้แจงครบทุกรายละเอียด วางใจได้ว่าจะได้ไม่ถูกบวกเบี้ย พร้อมข้อมูลชัดเจน ทั้งกรมธรรม์ ทุนประกัน และเงื่อนไขที่ไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง

  • มาพร้อมมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนะนำ จนถึงบริการหลังการขาย เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของทุกคน

  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

สรุป

หากพูดถึงหน้าฝน เป็นช่วงเวลาที่มักเกิดความเสียหายต่อตัวรถมากกว่าช่วงอื่นๆ โดยประกันรถแต่ละชั้นจะให้ความคุ้มครองส่วนนี้ต่างกัน อย่างประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองน้ำท่วมและภัยธรรมชาติครอบคลุมที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้รถทุกวันหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขณะที่ประกันชั้น 2+, 2, 3+ และ 3 จะคุ้มครองน้ำท่วมเฉพาะกรณีซื้อความคุ้มครองเสริมเท่านั้น การเลือกประกันจึงควรพิจารณาจากพื้นที่ใช้งาน พฤติกรรมการขับขี่ และงบประมาณ เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าและลดภาระค่าซ่อมจากเหตุสุดวิสัยในช่วงฤดูฝนได้อย่างดีที่สุด

หากใครกำลังต่อประกันหรือต้องการปรึกษาแผนประกันแต่ละแผนที่ตอบโจทย์ในหน้าฝน สามารถปรึกษาได้ที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อได้เลย! เพราะที่นี่มีแผนประกันให้เลือกหลากหลายแบบไม่ว่าจะเป็นซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ได้ตามต้องการ โดยสามารถเลือกผ่อนชำระได้ ครอบคลุมถึงอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อตัวรถ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ในหน้าฝน

I agree to receive information about products or services, promotions, privileges, news, and useful tips Read more

By asking an expert to contact you, you confirm that you have read and understood the privacy policy.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถยนต์แต่ละชั้น (FAQ)

ขับลุยน้ำเอง เคลมได้ไหม?

เคลมไม่ได้ ในกรณีที่ผู้ขับขี่มองเห็นอยู่แล้วว่าข้างหน้ามีน้ำท่วมขังสูงแต่ยังฝืนหรือตั้งใจขับลุยเข้าไป เนื่องจากบริษัทประกันจะถือว่าเป็นการประมาทเลินเล่อและจงใจนำทรัพย์สินไปเสี่ยงภัย แต่หากเป็นกรณีที่กำลังขับรถอยู่ดีๆ แล้วเกิดฝนตกหนักจนน้ำท่วมถนนฉับพลันแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ กรณีเช่นนี้ประกันชั้น 1 จะยังคงให้ความคุ้มครองและสามารถแจ้งเคลมได้

Tag :
ประกันรถยนต์