ใบสั่งจราจรแบบใหม่ปี 2569 คนใช้รถควรรู้อะไรบ้าง? ป้องกันโดนปรับ

สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย
ใบสั่งแบบใหม่และวันบังคับใช้ คือเอกสารแจ้งปรับทางพินัยที่เปลี่ยนจากโทษอาญาเป็นค่าปรับและเปิดให้โต้แย้งสิทธิ์ได้ เริ่มบังคับใช้ 1 สิงหาคม 2569
รูปแบบใบสั่ง มี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ แบบเขียนด้วยมือ ณ จุดเกิดเหตุ แบบส่งทางไปรษณีย์ (จากกล้องวงจรปิด) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Ticket)
วิธีชำระค่าปรับ สามารถสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร ร้านสะดวกซื้อที่มีเคาน์เตอร์เซอร์วิส สถานีตำรวจ หรือชำระผ่านระบบออนไลน์
(อัปเดตล่าสุด เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569)
หลายคนอาจเห็นข่าวอัปเดตเกี่ยวกับใบสั่งแบบใหม่ โดยในปี 2569 เป็นการปรับระบบใบสั่งและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลใบสั่งได้ชัดเจนขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามค่าปรับยิ่งขึ้น หากสงสัยว่าใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ต่างจากแบบเดิมอย่างไร หากได้รับใบสั่งมาแล้ว เราต้องทำอย่างไร ตามอ่านในบทความนี้ได้เลย!

ใบสั่งจราจรแบบใหม่คืออะไร มีผลบังคับใช้เมื่อไร
ใบสั่งจราจรแบบใหม่คือ เอกสารแจ้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจราจรทางบก ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำการปรับปรุงรูปแบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัย โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดการเป็นความผิดทางอาญาในคดีจราจรเล็กน้อย
เปลี่ยนเป็นการชำระค่าปรับตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถชี้แจงหรือโต้แย้งข้อกล่าวหาได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และไม่มีผลย้อนหลัง
ใบสั่งจราจรแบบใหม่ มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง
เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายครอบคลุมในทุกสถานการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดตัวอย่างใบสั่งจราจรออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้
แบบเขียนด้วยมือ (หรือแบบเล่ม) เป็นใบสั่งที่เจ้าพนักงานจราจรออกให้ ณ จุดเกิดเหตุเมื่อพบผู้กระทำความผิด เช่น ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร หรือจอดรถในที่ห้ามจอด (ใบสั่งแบบแปะหน้ารถ)
แบบส่งทางไปรษณีย์ เป็นใบสั่งที่ได้จากข้อมูลระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กล้องตรวจจับความเร็ว หรือกล้องจับภาพฝ่าไฟแดง ซึ่งจะพิมพ์เป็นเอกสารแล้วจัดส่งไปยังที่อยู่ของเจ้าของรถตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์
แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Ticket) เป็นใบสั่งที่ออกผ่านระบบคอมพิวเตอร์และส่งข้อมูลไปยังแอปพลิเคชันหรือระบบออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก
เปรียบเทียบใบสั่งแบบเก่า VS ใบสั่งแบบใหม่ ต่างกันตรงไหน
รายการเปรียบเทียบ | ใบสั่งแบบเก่า (ระบบเดิม) | ใบสั่งแบบใหม่ (ระบบปรับเป็นพินัย) |
|---|---|---|
ลักษณะความผิด | ถือเป็นความผิดทางอาญา (ลหุโทษ) | เป็นความผิดทางพินัย (มาตรการทางปกครอง) |
การระบุสิทธิ์การโต้แย้ง | ไม่ได้ระบุช่องทางและระยะเวลาชัดเจน | ระบุสิทธิ์การโต้แย้งและช่องทางติดต่อชัดเจนในใบสั่ง |
ระยะเวลาชำระค่าปรับ | ภายใน 7 วัน หรือตามที่ระบุ | มีระยะเวลาชำระค่าปรับชัดเจน (ปกติ 15 - 30 วัน ตามประกาศ) |
การปฏิเสธข้อกล่าวหา | ต้องเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง | สามารถโต้แย้งผ่านช่องทางออนไลน์ ไปรษณีย์ หรือจุดที่กำหนดได้ง่ายขึ้น |
ผลกระทบหากค้างชำระ | ออกหมายเรียก และอาจถูกออกหมายจับ | ไม่มีหมายจับ แต่จะถูกอายัดการต่อภาษีรถยนต์ (ได้ป้ายชั่วคราว) |

ทำไมต้องเปลี่ยนใบสั่งจราจร มีที่มาอย่างไร
สาเหตุหลักที่ต้องมีการออกแบบใบสั่งจราจรแบบใหม่ เกิดจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับโทษทางอาญาจากการกระทำความผิดเล็กน้อย เช่น การทำผิดกฎจราจรทั่วไป
นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ที่ระบุว่าเอกสารของรัฐที่เรียกเก็บค่าปรับ ต้องมีช่องทางให้ประชาชนสามารถโต้แย้งหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ หากเห็นว่าตัวเองไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ใบสั่งแบบใหม่จึงต้องระบุข้อความแจ้งสิทธิ์เหล่านี้ไว้อย่างครบถ้วน
วิธีชำระค่าปรับใบสั่งจราจรแบบใหม่ ทำอย่างไรบ้าง
เมื่อได้รับใบสั่ง ผู้ขับขี่สามารถชำระค่าปรับได้หลากหลายช่องทางเพื่อความสะดวก ดังนี้
แอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) สแกน QR Code หรือ Barcode ที่ปรากฏบนใบสั่ง
เคาน์เตอร์เซอร์วิส (Counter Service) นำใบสั่งไปชำระที่ร้านสะดวกซื้อที่มีเครื่องหมายเคาน์เตอร์เซอร์วิส
สถานีตำรวจ ชำระโดยตรงที่สถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ
ช่องทางออนไลน์ (e-Ticket) เช็กผ่านระบบใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน
ไม่จ่ายค่าปรับจราจร ต่อประกันรถยนต์ได้ไหม
หลายคนอาจกังวลว่าเมื่อได้รับใบสั่งจราจรแล้วลืมจ่าย หรือมีใบสั่งค้างอยู่ จะต่อประกันรถได้ไหม โดยสามารถต่อประกันรถยนต์ได้ตามปกติ การค้างชำระค่าปรับจราจรไม่มีผลกับการพิจารณารับประกันภัยของบริษัทประกัน แต่จะมีผลโดยตรงกับกรมการขนส่งทางบก คือ จะไม่สามารถรับป้ายวงกลม (ป้ายภาษี) ตัวจริงได้ จนกว่าจะชำระค่าปรับที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ
สรุป
ใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่เริ่มบังคับใช้ 1 สิงหาคม 2569 โดยเปลี่ยนความผิดกฎจราจรเล็กน้อยจากคดีอาญาเป็นโทษปรับทางพินัย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนโต้แย้งข้อกล่าวหาตามสิทธิ์ได้อย่างเป็นธรรม มีทั้งแบบเขียนมือ ไปรษณีย์ และอิเล็กทรอนิกส์
รองรับการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร เคาน์เตอร์เซอร์วิส และสถานีตำรวจ หากค้างชำระจะไม่มีการออกหมายจับเหมือนระบบเดิม แต่จะถูกอายัดการรับป้ายภาษีประจำปีจากกรมการขนส่งทางบก อย่างไรก็ตาม การค้างใบสั่งไม่มีผลกระทบต่อการพิจารณารับทำประกันภัยรถยนต์
และสำหรับใครที่ต้องการต่อประกันรถยนต์ หรือกำลังเลือกแผนที่ตรงใจอยู่ สามารถเช็กได้ที่ประกันติดโล่ โดยเงินติดล้อได้เลย! เพราะที่นี่พร้อมให้ความคุ้มครองในกรณีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ ทั้งนี้ยังสามารถเลือกได้ว่าจะซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ เพื่อให้รถของคุณได้รับความคุ้มครองที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์จริง ๆ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบสั่งจราจรแบบใหม่ (FAQ)
ได้รับใบสั่งส่งมาที่บ้าน แต่ไม่ได้เป็นคนขับ ต้องทำอย่างไร?
หากคุณเป็นเจ้าของรถแต่ไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ในขณะกระทำความผิด กฎหมายปรับเป็นพินัยระบุให้คุณมีสิทธิ์โต้แย้งข้อกล่าวหาได้ โดยสามารถทำหนังสือชี้แจงพร้อมหลักฐาน เช่น สัญญาเช่ารถ หรือชื่อบุคคลที่ยืมรถไปใช้ ส่งกลับไปยังสถานีตำรวจที่ออกใบสั่งภายในระยะเวลาที่กำหนด
ค้างใบสั่งจราจรหลายใบ มีผลต่อการต่อภาษีรถยนต์ (ป้ายวงกลม) หรือไม่?
มีผลโดยตรง หากมีใบสั่งค้างชำระ เมื่อนำรถไปต่อภาษีประจำปี กรมการขนส่งทางบกจะออกป้ายภาษีชั่วคราวให้ใช้ได้ 30 วัน หากไม่ไปชำระค่าปรับให้เรียบร้อยภายในเวลาดังกล่าว จะถือเป็นการใช้รถที่ไม่มีป้ายภาษี ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย
หากไม่เห็นด้วยกับข้อหาในใบสั่งจราจร สามารถโต้แย้งได้ภายในกี่วัน?
โดยทั่วไป ใบสั่งรูปแบบใหม่จะระบุให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถทำเรื่องโต้แย้งได้ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับใบสั่ง